คำเตือนเรื่องอันตรายจากปัญญาประดิษฐ์ กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร หลังนักวิจัยของบริษัท AI ชั้นนำลาออก พร้อมกล่าวหาว่า OpenAI และ Anthropic กำลัง ‘เอาชีวิตคนเป็นเดิมพัน’ ในการแข่งขันพัฒนา AI ให้มีความสามารถเหนือมนุษย์
ประเด็นสำคัญ
ขณะที่นักวิจัยรายหนึ่งของ Anthropic เชื่อว่า AI มีโอกาสมากกว่า 10% ที่จะ ‘ฆ่ามนุษย์ทั้งหมด’ ภายในทศวรรษหน้า ส่วนนักวิทยาศาสตร์และอดีตรัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักรเตือนว่า AI ที่ฉลาดเกินไป อาจก่อหายนะร้ายแรงกว่าอาวุธนิวเคลียร์
คำเตือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับการเปิดเผยรายงานของ Anthropic หลังบริษัทได้สกัดการใช้ AI ทำงานวิจัยหลายกรณี เพราะอาจนำไปสู่การพัฒนาอาวุธชีวภาพ และแผนทดลองเพิ่มความรุนแรงของไวรัสร้ายแรงในสถาบันวิจัยทางทหาร
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้กระตุ้นให้สภาคองเกรส เร่งพิจารณามาตรการควบคุม AI ตั้งแต่การตั้งหน่วยงานกำกับดูแลระดับรัฐบาลกลาง ไปจนถึงข้อเสนอห้ามพัฒนา AI ให้ฉลาดเหนือมนุษย์
นักวิจัย Anthropic ลาออก เตือนภัย AI อะไรบ้าง?
หลายวันที่ผ่านมา The Guardian และ The Wall Street Journal รายงานว่า เจคอบ ค็อกซัน (Jacob Coxon) นักวิจัยวัย 28 ปีของ Anthropic และอดีตนักวิจัยของ OpenAI ประกาศลาออก โดยกล่าวหาว่า ทั้งสองบริษัทกำลังพัฒนาเทคโนโลยีอย่างขาดความรับผิดชอบ ด้วยการทำให้ระบบ AI พัฒนาตัวเอง จนอาจหลุดออกจากการควบคุมและทำลายมนุษยชาติ
ค็อกซันอธิบายว่า Anthropic เข้าใจความเสี่ยงจาก AI ดี แต่ยังคงมุ่งเอาชนะการแข่งขันพัฒนา Artificial Superintelligence (ASI) หรือ AI ที่มีสติปัญญาเหนือกว่ามนุษย์ที่ฉลาดที่สุด พร้อมวิจารณ์ว่า บริษัทเหล่านี้กำลัง ‘เอาชีวิตผู้คนเป็นเดิมพัน’
“เรากำลังเดินหน้าไปตามการคาดการณ์ที่รวดเร็วที่สุดหลายแบบ เมื่อถึงปลายปีหน้า สิ่งต่างๆ อาจหลุดจากการควบคุมไปแล้ว” ค็อกซันเสริมว่า บริษัทต่างๆ ย่อมต้องยอมลดทอนความปลอดภัยในการพัฒนา AI บางส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อต้องแข่งขันกันเองและกับบริษัทหน้าใหม่จากจีน
แม้ในปัจจุบัน นักวิจัยยังประเมินช่วงเวลาการเกิด ASI แตกต่างกัน แต่โมเดล AI รุ่นใหม่สามารถทำงานได้อย่างซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นการวิจัย เขียนซอฟต์แวร์ ใช้อินเทอร์เน็ต และประสานงานผ่าน AI Agent จำนวนมาก ทำให้เกิดความกังวลว่า อาจมีผู้ใช้ AI ในทางที่ผิด เช่น โจมตีทางไซเบอร์ พัฒนาอาวุธ สร้างเชื้อก่อโรค และเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อ รวมถึงความเสี่ยงว่ามนุษย์อาจควบคุมระบบไม่ได้
ขณะที่ อีวาน ฮูบิงเกอร์ หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ด้านการทำให้ AI สอดคล้องกับมนุษย์ของ Anthropic ออกมาแสดงความเห็นพ้องกับค็อกซันบน X ว่า AI มีโอกาสมากกว่า 10% ที่จะสังหารมนุษย์ทั้งหมดภายในทศวรรษหน้า พร้อมยอมรับว่า บริษัทยังไม่มีแผนรับประกันว่า ASI จะมีเป้าหมายสอดคล้องกับมนุษย์ และไม่ก่ออันตรายที่ตามมา
“เราเชื่ออย่างจริงจังว่า AI อาจฆ่ามนุษย์ทั้งหมดได้! โดยส่วนตัว ผมคิดว่า โอกาสนี้อาจเกิดขึ้นในทศวรรษหน้ามากกว่า 10%” ฮูบิงเกอร์ระบุ
คำเตือนลักษณะเดียวกันยังเกิดขึ้นในรัฐสภาสหราชอาณาจักร โดย สจวร์ต รัสเซลล์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ เตือนว่า AI อาจนำไปสู่ ‘หายนะระดับเชอร์โนบิล’ หรือร้ายแรงกว่านั้น หากมนุษย์สูญเสียการควบคุมอย่างถาวร
“เราอาจไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอีกต่อไปว่า มนุษยชาติควรดำรงอยู่ต่อหรือไม่” รัสเซลล์กล่าว
ส่วน เดส บราวน์ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักรกล่าวว่า สมัยดำรงตำแหน่ง เขาเคยมองว่า สงครามนิวเคลียร์เป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด แต่ปัจจุบัน เชื่อว่า AI อาจเป็นภัยคุกคามในระดับเดียวกัน หรือร้ายแรงกว่า
ทำให้ไวรัสรุนแรง พัฒนาอาวุธร้ายแรง Anthropic พบการใช้ AI ทำอะไรบ้าง?
The New York Times รายงานว่า ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา Anthropic เปิดเผยกรณีการใช้ Claude แชตบอต AI ของบริษัทในทางที่ผิด ขณะที่บริษัทได้พยายามทำหน้าที่ปิดกั้นการทำงานหลายกรณี โดยไม่เปิดเผยชื่อนักวิจัย สถาบัน และประเทศที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากยังไม่สามารถยืนยันเจตนาของการวิจัยได้
Anthropic ยืนยันว่า นักวิทยาศาสตร์บางรายพยายามหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมและปกปิดวัตถุประสงค์ของงาน โดยมีกรณีสำคัญเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2026 หลังนักวิทยาศาสตร์รายหนึ่งขอให้ Claude ช่วยเขียนข้อเสนอขอทุนทดลองไวรัสชิคุนกุนยา โดยวางแผนทำวิจัย ‘เพิ่มหน้าที่ของเชื้อ’ เพื่อทำให้ไวรัสเป็นอันตรายมากขึ้น
Anthropic ระบุว่า แม้งานวิจัยนี้อาจช่วยให้เข้าใจเชื้อโรคและพัฒนาวัคซีน แต่ก็อาจสร้างไวรัสสายพันธุ์รุนแรงกว่าเดิม บริษัทจึงกังวลกับกรณีนี้เป็นพิเศษ เพราะนักวิจัยวางแผนทดลองในสถาบันวิจัยทางทหาร ขณะที่ยังไม่ทราบว่า เขาต้องการนำผลวิจัยไปพัฒนาอาวุธหรือไม่
นอกจากนี้ รายงานยังพบความพยายามใช้ Claude พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับออกแบบและพัฒนาปืน ขีปนาวุธ โดรนติดอาวุธ และระเบิด โดยพบในจีน 3 กรณี รัสเซีย 2 กรณี และเยเมน 1 กรณี โดย The New York Times ระบุว่า บริบทชี้ถึงกลุ่มฮูตีซึ่งอิหร่านให้การสนับสนุน แม้รายงานไม่ได้เปิดเผยก็ตาม
ขณะเดียวกัน กลุ่มต้องสงสัยที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลจีนและอิหร่าน ยังใช้ AI เฝ้าระวังผู้เห็นต่างทางการเมืองและชุมชนพลัดถิ่น ขณะที่สื่อของรัฐบาลรัสเซียใช้ Claude สร้างโฆษณาชวนเชื่อ โดยแอบอ้างเป็นรายงานข่าวอิสระ รวมถึงแต่งข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการเลือกตั้งในมอลโดวา
อนึ่ง ยังมีกรณีคล้ายคลึงกันในสหรัฐฯ หลัง AI Agent ของ OpenAI หลายร้อยตัว ร่วมกันเจาะระบบของบริษัท Hugging Face ผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้คณะอนุกรรมาธิการวุฒิสภาด้านการจัดการภัยพิบัติต้องเปิดการสอบสวน OpenAI
เดโมแครต-รีพับลิกันจับมือต้านภัย ทำไมสภาคองเกรสเพิ่งตื่นตัว?
ล่าสุด คำเตือนจากนักวิจัย Anthropic ทำให้สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครต เร่งเสนอแนวทางควบคุม AI หลังไม่มีความคืบหน้าในการออกกฎหมายหรือมาตรการป้องกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ The Wall Street Journal รายงานว่า โร คันนา สส.พรรคเดโมแครตจากรัฐแคลิฟอร์เนีย เสนอให้ตั้งหน่วยงานกำกับดูแล AI ระดับรัฐบาลกลาง โดยมีรูปร่างหน้าตาคล้ายหน่วยงานกำกับพลังงานนิวเคลียร์และอากาศยาน พร้อมสนับสนุนการสร้าง ‘สวิตช์หยุดฉุกเฉิน’ (Kill Switch) เพื่อปิดระบบ AI เมื่อแสดงพฤติกรรมอันตราย
เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกอิสระจากรัฐเวอร์มอนต์ เรียกร้องไม่ให้มีการพัฒนาระบบ Superintelligence โดยย้ำว่า สภาคองเกรสยังมีความรู้ไม่เท่าทันเทคโนโลยีอยู่มาก พร้อมยังอ้างผลสำรวจว่า ชาวอเมริกัน 81% ต้องการให้นักการเมืองดำเนินการเรื่อง AI
ส่วน เท็ด ครูซ วุฒิสมาชิกรีพับลิกันจากรัฐเท็กซัส และ เอมี โคลบูชาร์ วุฒิสมาชิกเดโมแครตจากรัฐมินนิโซตา สนับสนุนร่างกฎหมายเพื่อรับมือภัยคุกคามทางนิวเคลียร์และชีวภาพ เช่น จัดทำร่างกฎหมายการใช้ AI โดยร่วมมือกับนักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาล เพื่อตรวจสอบและทดสอบความปลอดภัยของโมเดล
สมาชิกพรรคเดโมแครตยังหารือเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจด้าน AI หากพรรคกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรหลังการเลือกตั้งกลางเทอม ส่วนสมาชิกสภาคองเกรสบางรายเสนอให้เปิดสมัยประชุมพิเศษด้าน AI พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ เจรจากับจีนเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาคองเกรสยังเห็นต่างกันเรื่องขอบเขตการควบคุม AI อีกทั้งยังเหลือเวลาประชุมไม่มากก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม จึงยังไม่ชัดเจนว่าข้อเสนอเหล่านี้จะผ่านเป็นกฎหมายได้หรือไม่
AI จะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ หรือเป็นคำเตือนที่ไกลเกินจริง?
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญยังเห็นต่างกันต่อข้อสันนิษฐานว่า AI อาจฆ่ามนุษย์ทั้งหมด โดย ดร.แอนดรูว์ โรโกยสกี จาก Surrey Institute for People-Centred AI ให้ความเห็นกับ The Guardian ว่า ในปัจจุบัน AI ยังมีความสามารถรอบด้านห่างไกลจากมนุษย์ เพราะมีข้อจำกัด คือ ต้องลงทุนมากเกินไป แต่ให้ประโยชน์ไม่มากพอ
ส่วน เดวิด บาร์เบอร์ ผู้อำนวยการ Sofair ระบุว่า AI มีประโยชน์มหาศาล แต่การปล่อยให้ระบบเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและระบบต่างๆ โดยไร้ข้อจำกัดอาจสร้างปัญหา นักพัฒนาจึงต้องหาวิธีควบคุมให้ดีขึ้นและแก้ไขช่องโหว่ของซอฟต์แวร์
ส่วน แซนดรา วัคเทอร์ ศาสตราจารย์จาก Oxford Internet Institute กล่าวว่า เธอไม่เชื่อในสถานการณ์แบบภาพยนตร์ The Terminator พร้อมกังวลว่า คำเตือนเรื่องจุดจบของมนุษยชาติจะดึงความสนใจออกจากปัญหาปัจจุบัน ทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ และการแทนที่ตำแหน่งงาน
ตัวเลขโอกาสมากกว่า 10% จึงเป็นการประเมินของฮูบิงเกอร์ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญยังถกเถียงกันถึงความเป็นไปได้และผลกระทบของ ASI ส่วนรายงานของ Anthropic แสดงให้เห็นว่า มีผู้พยายามนำ AI ไปใช้ในงานวิจัยและกิจกรรมเสี่ยงแล้ว ท่ามกลางความพยายามของสภาคองเกรสในการออกกฎหมายควบคุม
ภาพ: Dado Ruvic / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.wsj.com/politics/policy/congress-is-suddenly-waking-up-to-the-ai-doomsday-threat-b40ab25a
- https://www.theguardian.com/technology/2026/sep/09/ai-superintelligence-risks-warnings-scientists-politicians
- https://www.nytimes.com/2026/09/10/us/politics/anthropic-ai-biological-weapons.html
- https://www.reuters.com/legal/government/trumps-5000-dividend-plan-draws-some-republican-skepticism-2026-09-10/
- https://www.wsj.com/tech/ai/anthropic-researcher-quits-over-out-of-control-ai-fears-707b7628


