วันนี้ (4 กันยายน) พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งแพทย์ในคลินิกเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้กล่าวถ้อยคำดูหมิ่นผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ 30 บาทว่า เป็นกลุ่มคนชั้นล่าง เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความกังวลใจแก่ประชาชน และกระทบต่อความรู้สึกของผู้ป่วยตลอดจนครอบครัวเป็นอย่างมาก
รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันที เพื่อทำความจริงให้กระจ่างและชี้แจงให้สังคมได้รับทราบ ขณะเดียวกัน ทางด้านเลขาธิการแพทยสภาได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบด้านจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม โดยจะพิจารณาจากพยานหลักฐานและกระบวนการตามที่กฎหมายกำหนดอย่างรัดกุม
ทั้งนี้ หากพบว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2565 โดยเฉพาะในข้อ 7 ที่ระบุว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมย่อมไม่ประพฤติหรือกระทำการใด ๆ อันอาจเป็นเหตุให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ และข้อ 23 ที่กำหนดชัดเจนว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยสุภาพและปราศจากการบังคับขู่เข็ญ จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไปอย่างเด็ดขาด
พลอยทะเล กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า รัฐบาลขอยืนยันจุดยืนที่ว่า ผู้ป่วยทุกคนไม่ว่าจะใช้สิทธิการรักษาประเภทใด ย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน การใช้สวัสดิการของรัฐไม่ควรเป็นเหตุให้ผู้ป่วยถูกดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือได้รับการปฏิบัติที่ลดทอนคุณค่า สำหรับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือนโยบาย บัตรทอง 30 บาท ซึ่งดำเนินการมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ถือเป็นระบบที่สร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ดูแลประชาชนอย่างครอบคลุม และไม่ใช่สิทธิขั้นต่ำสำหรับคนไข้อนาถาตามที่ถูกกล่าวอ้าง รัฐบาลขอให้ความมั่นใจว่าระบบดังกล่าวมีความเข้มแข็ง ไม่ล้มละลาย และพร้อมที่จะยกระดับการให้บริการเพื่อเพิ่มสิทธิการรักษาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป


