×

‘A Lawyer in the Best Sense’ Cornell รำลึก ‘พระองค์ภา’ กับความยุติธรรมที่มองเห็นมนุษย์

03.09.2026
  • LOADING...
ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School

ที่ Cornell Law School เมืองอิทาคา รัฐนิวยอร์ก สถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เคยทรงใช้เวลาหลายปีศึกษากฎหมาย การรำลึกถึงพระองค์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ไม่ได้มีเพียงการย้อนมองพระราชกรณียกิจในอดีต

 

 
 

แต่กลับไปสู่คำถามพื้นฐานข้อหนึ่งของวิชากฎหมายว่า

 

กฎหมายที่ดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกระบวนการ เพียงพอแล้วหรือไม่ หากระบบยุติธรรมยังมองไม่เห็นมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังคดี

 

Cornell Law School จัดพิธีรำลึกถึงพระองค์ภา ควบคู่กับการต่ออายุความร่วมมือระหว่าง Cornell Law School เนติบัณฑิตยสภาแห่งประเทศไทย และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 1

 

งานนี้จัดขึ้นเพื่อสานต่อความร่วมมือที่มีมายาวนานระหว่างสามสถาบัน และการรำลึกถึงพระราชกรณียกิจและสิ่งที่พระองค์ทรงทิ้งไว้ให้กับงานด้านกฎหมายและความยุติธรรม

 

ตลอดพิธี แนวคิด ‘A Lawyer in the Best Sense’ — นักกฎหมายในความหมายที่ดีที่สุด คือปรัชญาการสร้างนักกฎหมายของ Cornell Law School ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงหลายต่อหลายครั้ง

 

คำนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงผู้ที่รู้กฎหมายมากที่สุด หรือประสบความสำเร็จสูงสุดในวิชาชีพ แต่หมายถึงนักกฎหมายที่ใช้ความรู้เพื่อรับใช้สังคม มองเห็นผลของกฎหมายต่อชีวิตของผู้คน และพยายามทำให้ความยุติธรรมไปถึงคนที่ระบบอาจมองข้าม

 

จาก Cornell สู่การรับใช้สังคม

 

พระองค์ภาทรงสำเร็จการศึกษาระดับ LL.M. (Master of Laws หรือปริญญาโททางกฎหมาย) จาก Cornell Law School ในปี 2002 และต่อด้วย J.S.D. (Doctor of the Science of Law หรือปริญญาเอกทางกฎหมาย) ในปี 2005

 

หลังจากนั้นพระองค์เสด็จกลับประเทศไทยและทรงทำงานในหลายบทบาท ทั้งอัยการ นักการทูต และผลักดันประเด็นด้านกระบวนการยุติธรรมในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 2

 

Michael Kotlikoff อธิการบดี Cornell University กล่าวในพิธีว่า ความร่วมมือระหว่าง Cornell Law School กับประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจด้านการศึกษา การวิจัย การแลกเปลี่ยนวิชาชีพ และความร่วมมือระหว่างประเทศที่ Cornell ยึดถือมาอย่างยาวนาน

 

เขากล่าวด้วยว่า ในช่วงเวลาที่คุณค่าของความร่วมมือระหว่างประเทศของสถาบันอเมริกันกำลังถูกตั้งคำถาม Cornell ยังคงเชื่อว่าการเรียนรู้และทำงานร่วมกันข้ามพรมแดนจะต้องดำเนินต่อไป

 

เมื่อกล่าวถึงพระองค์ภา Kotlikoff เชื่อมสิ่งที่พระองค์ทรงได้รับจาก Cornell เข้ากับการนำความรู้ไปใช้เพื่อสังคม และมองว่าทุนการศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในพระนามจะเป็นหนึ่งในช่องทางส่งต่อความมุ่งมั่นเรื่องความเป็นเลิศ ภาวะผู้นำ และการรับใช้สังคมไปยังนักกฎหมายรุ่นต่อๆ ไป

 

Jens David Ohlin คณบดี Cornell Law School กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Cornell กับประเทศไทยว่า

 

ในบรรดาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเรา ความสัมพันธ์กับประเทศไทยมีสถานะที่พิเศษ

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 3

 

ตลอดหลายทศวรรษ Cornell Law School ต้อนรับผู้พิพากษา นักกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ และนักวิชาการจากประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งหลายคนกลับไปมีบทบาทสำคัญในระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทย

 

แต่สิ่งที่ Ohlin เน้นย้ำเกี่ยวกับพระองค์ภา ไม่ได้อยู่เพียงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน แต่อยู่ที่วิธีที่พระองค์ทรงเชื่อม หลักนิติธรรม เข้ากับ ศักดิ์ศรีของมนุษย์ เขากล่าวว่า

 

การส่งเสริมหลักนิติธรรมไม่ได้หมายถึงเพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังหมายถึงการทำให้ความยุติธรรมดำเนินไปโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์

 

Ohlin ยกตัวอย่าง Bangkok Rules หรือข้อกำหนดของสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง ซึ่งพระองค์ภาทรงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้กระบวนการยุติธรรมตระหนักถึงเงื่อนไขเฉพาะของผู้หญิง ตั้งแต่สุขภาพ การตั้งครรภ์ ความเป็นแม่ ไปจนถึงผลกระทบต่อเด็กเมื่อมารดาถูกคุมขัง

 

ความยุติธรรมที่มองเห็น ‘คนหลังคดี’

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 4

 

ความหมายของคำว่า A Lawyer in the Best Sense ถูกขยายให้ลึกขึ้นในคำกล่าวของ ศ. ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการ TIJ หนึ่งในกรรมการวิทยานิพนธ์ ปริญญาเอก ของพระองค์ภา ซึ่งรู้จักและติดตามพัฒนาการทางความคิดด้านกฎหมายของพระองค์ภามาตั้งแต่ก่อนเสด็จมาศึกษาที่ Cornell

 

ศ. ดร.กิตติพงษ์ เล่าว่า ในช่วงแรก บทสนทนาเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมมักอยู่ที่คำถามว่า ขั้นตอนทางกฎหมายถูกต้องหรือไม่ อำนาจรัฐถูกจำกัดอย่างเหมาะสมหรือไม่ และสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาได้รับการคุ้มครองเพียงพอหรือไม่

 

แต่เมื่อพระองค์ทรงศึกษาที่ Cornell คำถามเหล่านั้นเริ่มกว้างขึ้น

 

ระบบกฎหมายอาจปฏิบัติตามกฎทุกอย่างอย่างถูกต้อง แต่ยังสร้างความอยุติธรรมได้หรือไม่? สถาบันอาจดำเนินคดีอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน แต่กลับมองไม่เห็นมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าได้หรือไม่?

 

ศ. ดร.กิตติพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่พระองค์ทรงค้นหาในเวลานั้นคือ แนวคิดเรื่อง ‘Justice with a human face’ หรือความยุติธรรมที่มองเห็นความเป็นมนุษย์ที่มองเห็นคนที่อยู่เบื้องหลังคดี

 

แนวคิดนี้ปรากฏให้เห็นในการทรงงานภายหลัง ตั้งแต่การทำงานในฐานะอัยการ ไปจนถึงความสนพระทัยต่อผู้หญิง เด็ก และผู้ที่อยู่ในสถานะเปราะบางในกระบวนการยุติธรรม

 

หนึ่งในเรื่องที่ ศ. ดร.กิตติพงษ์เล่าในงาน คือจุดเริ่มต้นของการช่วยเหลือแม่และเด็กในเรือนจำ

 

แทนที่จะเริ่มต้นด้วยโครงการขนาดใหญ่ พระองค์ทรงนำกระดาษหนึ่งแผ่นที่ทรงจัดทำขึ้นเองมาให้ ซึ่งระบุค่าใช้จ่ายสำหรับนม ผ้าอ้อม และอุปกรณ์พื้นฐาน เพื่อให้แม่ในเรือนจำสามารถดูแลลูกได้ และทรงขอให้เริ่มจากความต้องการตรงหน้านั้น

 

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ค่อยๆ พัฒนาไปสู่โครงการ ‘กำลังใจ’ และต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายและมาตรฐานระหว่างประเทศ

 

ศ. ดร.กิตติพงษ์ สรุปวิธีทรงงานไว้ว่า เป็นความสามารถในการ

 

เปลี่ยนความเห็นอกเห็นใจให้เป็นการลงมือทำ เปลี่ยนการลงมือทำเป็นนโยบาย และเปลี่ยนนโยบายให้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

 

และเมื่ออธิบายว่า A Lawyer in the Best Sense หมายถึงอะไร เขากล่าวว่า

 

นักกฎหมายในความหมายที่ดีที่สุด ไม่ใช่เพียงคนที่รู้กฎหมาย แต่คือคนที่มองเห็นสิ่งที่กฎหมายยังมองไม่เห็น นำจินตนาการทางศีลธรรมมาประกอบกับความรู้ทางกฎหมาย และใช้ความรู้นั้นเพื่อขยายขอบเขตของความยุติธรรม

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 5

 

ทำให้คำว่า ‘นักกฎหมายที่ดี’ ในพิธีวันนั้น ไม่ได้ถูกวัดเพียงจากความเชี่ยวชาญทางกฎหมาย หากรวมถึงความสามารถที่จะมองเห็นผลของกฎหมายต่อมนุษย์ และเปลี่ยนสิ่งที่มองเห็นให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงของระบบ

 

อีกมิติหนึ่งของพระราชกรณียกิจถูกกล่าวถึงโดย สมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ซึ่งย้อนถึงช่วงหลังพระองค์ภาทรงสำเร็จการศึกษาจาก Cornell และเคยทรงฝึกงานที่คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ก่อนเส้นทางการทรงงานจะขยายไปสู่งานด้านกฎหมาย การทูต และความยุติธรรมระหว่างประเทศ

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 6

 

เธอกล่าวถึง Bangkok Rules ว่าเป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจที่คนในกระทรวงการต่างประเทศยังจดจำ เพราะไม่เพียงนำชื่อ ‘Bangkok’ ไปอยู่ในมาตรฐานของสหประชาชาติ แต่ยังสะท้อนความพยายามทำให้ระบบยุติธรรมคำนึงถึงศักดิ์ศรีและความเปราะบางของผู้ต้องขังหญิงมากขึ้น

 

อนุสรณ์ที่ไม่ได้หยุดนิ่ง

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 7

 

อีกมิติหนึ่งของการรำลึกมาจากคำกล่าวของ อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ซึ่งเชื่อมความทรงจำถึงพระองค์ภาเข้ากับการสร้างนักกฎหมายรุ่นต่อไป

 

เขากล่าวว่า

 

เราสามารถสร้างบางสิ่งขึ้นจากหิน จารึกชื่อไว้บนกำแพง หรือสร้างสิ่งสวยงามให้ผู้คนมาเยี่ยมชมและระลึกถึง แต่บางทีอนุสรณ์ที่มีความหมายที่สุดที่เราสร้างได้ คือมนุษย์คนหนึ่ง

 

การเปิดโอกาสให้นักกฎหมายคนหนึ่งได้รับการศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำ เขากล่าวว่า ไม่ได้หมายถึงเพียงการมอบปริญญา แต่คือการขยายความคิด เสริมสร้างจิตสำนึก และเปิดประตู ซึ่งวันหนึ่งคนคนนั้นอาจกลับไปเปิดประตูให้คนอื่นต่อไป

 

หินตั้งอยู่กับที่ แต่มนุษย์ที่ได้รับการศึกษาสามารถนำความรู้ ความกล้าหาญ และความเมตตาเข้าไปสู่ห้องพิจารณาคดี ห้องเรียน และชุมชน

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 8

 

สิ่งที่ลงทุนในมนุษย์หนึ่งคน เขากล่าว อาจส่งผลต่อชีวิตของคนอีกนับร้อยหรือนับพันที่เราอาจไม่มีโอกาสได้เห็นด้วยตนเอง

 

การต่ออายุความร่วมมือระหว่าง Cornell Law School เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ รวมถึงการสานต่อ กองทุนพัชรกิติยาภาเพื่อการศึกษากฎหมาย (Bajrakitiyabha Fund for Legal Education) จึงไม่ใช่เพียงส่วนหนึ่งของพิธีการ แต่เป็นคำตอบหนึ่งของคำถามว่า จะรำลึกถึงพระองค์อย่างไรให้สิ่งที่ทรงริเริ่มไว้ยังเดินหน้าต่อ

 

แทนที่จะสร้างความทรงจำที่หยุดนิ่ง ความร่วมมือเลือกลงทุนในคน และหวังว่าคนเหล่านั้นจะนำความรู้กลับไปทำงานกับสังคมต่ออีกทอดหนึ่ง

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 9

 

ความทรงจำที่กลายเป็นโอกาส

 

ความคิดเรื่องการสร้างคนไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในพิธีวันนี้ ช่วงท้ายของงาน ศ. Stewart J. Schwab อดีตคณบดี Cornell Law School ส่งคำกล่าวผ่านวิดีโอ ย้อนถึงปี 2006 เมื่อเขากับ ศ. ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ เดินสนทนากันในมหาวิทยาลัยถึงวิธีที่จะขยายความสัมพันธ์ระหว่าง Cornell Law School กับแวดวงกฎหมายไทย ก่อนจะเกิดแนวคิดจัดตั้งทุนการศึกษาในพระนาม และพัฒนาเป็นความร่วมมืออย่างเป็นทางการในปี 2007

 

Schwab ยังเล่าถึงการเสด็จกลับ Cornell ของพระองค์ภาในปี 2012 และความทรงจำเล็กๆ ในช่วงถาม-ตอบ เมื่อมีผู้ถามว่าจะทรงแนะนำอะไรแก่นักศึกษาไทยที่มาเรียนที่นี่ พระองค์ทรงตอบให้ “ใช้เวลาให้มากในห้องสมุด แต่ก็หาเวลาไปผ่อนคลายที่ Collegetown บ้าง” คำตอบเรียบง่ายที่เผยให้เห็นอีกด้านของความผูกพันระหว่างพระองค์กับ Cornell ในฐานะศิษย์เก่าที่เคยเรียน ใช้ชีวิต และกลับมาสู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้อีกครั้ง

 

เมื่อโอกาสเดินทางกลับมาที่ Cornell

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 10

 

ภาพหนึ่งของการส่งต่อนี้เกิดขึ้น หนึ่งวันก่อนพิธีรำลึก

 

นภกมล หะวานนท์ สว่างแจ้ง ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา และศิษย์เก่า LL.M. รุ่นปี 2016 ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับทุนในพระนาม กลับมาที่ Cornell หลังจากสำเร็จการศึกษาไป 10 ปี เพื่อบรรยายถึงการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของไทย

 

เธอเล่าถึงความพยายามในการเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองศาลเพียงในฐานะสถานที่หรือสถาบัน ไปสู่การมองศาลในฐานะบริการที่ต้องรับฟังและเข้าใจผู้ใช้งาน โดยเฉพาะประชาชนที่ไม่มีพื้นฐานด้านกฎหมาย ผู้สูงอายุ และผู้ที่อยู่ในสถานะเปราะบาง

 

นภกมลสรุปแนวคิดของการพัฒนาระบบยุติธรรมว่า เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้ศาล ‘High Tech’ แต่ต้อง ‘High Touch’ ด้วย — ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สร้างพลังให้ประชาชน และทำให้การเข้าถึงความยุติธรรมง่ายขึ้น

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 11

 

ทั้งหมดนี้เพื่อประโยชน์ของประชาชน — People-centered justice.

 

การบรรยายเกิดขึ้นก่อนที่จะมีพิธีรำลึกในวันถัดมา แต่การกลับมาของอดีตนักเรียนทุนคนหนึ่งในฐานะผู้พิพากษา ทำให้แนวคิดเรื่องการลงทุนในคนที่ถูกกล่าวถึงในพิธีมีภาพที่จับต้องได้ขึ้น

 

จากการศึกษาความยุติธรรม สู่การขยายความยุติธรรม

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 12

 

ในช่วงท้ายของพิธี ศ. ดร.กิตติพงษ์ ทิ้งประโยคหนึ่งไว้ ซึ่งอาจสรุปทั้งความผูกพันระหว่างพระองค์ภากับ Cornell และความหมายของงานรำลึกครั้งนี้ได้ดีที่สุด

 

พระองค์เสด็จมาที่ Cornell เพื่อศึกษาความยุติธรรม แต่เมื่อทรงจาก Cornell ไป พระองค์ทรงขยายขอบเขตของความยุติธรรมให้กว้างออกไป

 

ประโยคนี้ทำให้การรำลึกที่ Cornell ไม่ได้จบอยู่กับคำถามว่า พระองค์ทรงทำอะไรไว้ในอดีต

 

แต่เปิดไปสู่คำถามสำหรับนักกฎหมายรุ่นต่อไปว่า หากกระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปอย่างถูกต้องทุกขั้นตอนแล้ว แต่ผลที่เกิดขึ้นยังไม่เป็นธรรม เราจะทำอย่างไรให้กฎหมายนั้นสามารถสร้างความเป็นธรรมที่ดีขึ้น มองเห็นความเปราะบาง และมองเห็นมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังทุกคดี

 

ซึ่งอาจเป็นความหมายที่สำคัญที่สุดของคำว่า A Lawyer in the Best Sense

 

นักกฎหมายที่ไม่เพียงรู้ว่ากฎหมายเขียนไว้อย่างไร แต่ยังถามต่อว่า ความยุติธรรมควรไปถึงใคร — และใครที่กฎหมายยังมองไม่เห็น

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 13

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising