ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. ที่วุฒิสภาแก้ไข ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 414 เสียง ต่อเสียงเห็นชอบ 2 เสียง ทำให้ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของทั้งสองสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดฯ ต่อไป
ประเด็นสำคัญ
สืบเนื่องจากเมื่อ 9 กรกฎาคม ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด แล้วเสร็จ และส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร โดยได้มีการแก้ไขเนื้อหาบางส่วนที่เป็นหลักการต่างออกไปจากร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้
🔴 1. โครงสร้างและอำนาจในคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด
ร่างของสภาผู้แทนราษฎร: กำหนดให้ ‘นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด’ (นายก อบจ.) เป็นประธานกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นที่ปรึกษาและผู้กำกับดูแล โดยมีอำนาจแทรกแซงตามมาตรา 41 เดิม ก็ต่อเมื่อไม่ดำเนินการตามแผนภายในเวลาอันสมควร
ร่างของวุฒิสภา: คณะกรรมาธิการฯ ได้แก้ไขให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมาธิการอากาศสะอาดจังหวัด และให้นายก อบจ. เป็นรองประธานกรรมการฯ พร้อมได้ตัดมาตรา 41 ออกทั้งมาตรา
🔴 2. การตัด ‘ระบบฝากไว้ได้คืน’ ออกจากกฎหมาย
ร่างของสภาผู้แทนราษฎร: บัญญัตระบบ ‘ระบบฝากไว้ได้คืน’ (มาตรา 175-176) ซึ่งเป็นมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ที่ให้เรียกเก็บเงินประกันจากผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย หรือผู้บริโภค สำหรับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดมลพิษ เพื่อประกันว่าจะไม่มีการเผาทำลาย และจะคืนเงินให้เมื่อนำของเหลือใช้มาจัดการอย่างเหมาะสม
ร่างของวุฒิสภา: กรรมาธิการฯ ได้ตัดส่วนที่ 5 ว่าด้วย ‘ระบบฝากไว้ได้คืน’ ออกทั้งหมวด
🔴 3. การเพิ่มสัดส่วนตัวแทนภาคธุรกิจในคณะกรรมการระดับต่างๆ
วุฒิสภาได้ปรับแก้องค์ประกอบของคณะกรรมการชุดต่างๆ โดยดึงตัวแทนจากภาคธุรกิจหลักเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น ได้แก่:
คณะกรรมการกำกับดูแลเพื่ออากาศสะอาด: เพิ่มตัวแทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
คณะกรรมการวิชาการเพื่ออากาศสะอาด: เพิ่มตัวแทนจากสภาหอการค้าฯ และสภาอุตสาหกรรมฯ
คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด: เพิ่มประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และประธานหอการค้าจังหวัด เข้ามาเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
🔴 4. การเพิ่มหลักการป้องกันความซ้ำซ้อนของการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียม
การแก้ไขของวุฒิสภา: ในส่วนของเครื่องมือและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ (มาตรา 148) คณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภาได้เพิ่มวรรคสองและวรรคสามเข้าไป เพื่อกำหนดเป็นหลักการสำคัญว่า การใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์จะต้องพิจารณาถึงความไม่ซ้ำซ้อนกับมาตรการตามกฎหมายอื่น ต้องไม่สร้างภาระแก่ประชาชนเกินสมควร ไม่จำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม และต้องพิจารณาไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาด.
🔴 5. ประเด็นที่วุฒิสภาคงไว้ตามร่างสภาผู้แทนราษฎร
ในรายงานกรรมาธิการฯ ระบุถึงประเด็นสำคัญที่สมาชิกวุฒิสภาบางส่วนขอสงวนความเห็นเพื่อตัดออก แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากยังคงยืนยันให้คงไว้ตามร่างของสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่
ความรับผิดของสถาบันการเงิน: การกำหนดให้สถาบันการเงินต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหาย (มาตรา 211) หากปล่อยกู้หรือสนับสนุนทางการเงินแก่แหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่ควบคุม โดยไม่มีระบบประเมินและติดตามความเสี่ยงด้านมลพิษทางอากาศที่เพียงพอ แม้มีกรรมาธิการขอตัดมาตรานี้ออก แต่ที่ประชุมมีมติให้คงไว้
กองทุนอากาศสะอาด: มีความพยายามขอแปรญัตติเพื่อตัด หมวด 7 กองทุนอากาศสะอาด ออกทั้งหมวด แต่คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วยและให้คงกองทุนนี้ไว้ตามเดิม
ตั้ง กมธ. ร่วม พรรคประชาชนเสนอ ‘สฤณี’
หลังจากนั้น ที่ประชุมสภาฯ ได้มีการเสนอชื่อกรรมาธิการร่วมระหว่างสองสภา จำนวน 20 คน แบ่งเป็น สส.10 คน และ สว. 10 คน ตามสัดส่วน ดังนี้
▪️พรรคภูมิใจไทย 4 คน
- อนุรักษ์ จุรีมาศ
- พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล
- อนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์
- ชวลิต แสงอุทัย
▪️พรรคประชาชน 2 คน
- ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์
- สฤณี อาชวานันทกุล
▪️พรรคเพื่อไทย 2 คน
- รวี เล็กอุทัย
- จักรพล ตั้งสุทธิธรรม
▪️พรรคกล้าธรรม 1 คน
- เพ็ญภัค รัตนคำฟู
▪️พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน
- การดี เลียวไพโรจน์


