จากกรณีการบุกทลายสถานบันเทิงผิดกฎหมายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันนี้ (1 กันยายน) สำนักงานเขตห้วยขวางได้ลงพื้นที่ขยายผลตรวจสอบสถานบริการชื่อ 577 Club (ผับ 577 หรือที่รู้จักในชื่อ ผับจีนห้วยขวาง) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนประชาอุทิศ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง หลังชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าจับกุมเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้อาคารดังกล่าว พบว่ามีการนำอาคารที่ขออนุญาตเพื่อประกอบพาณิชยกรรมไปดัดแปลงเปิดเป็นสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 33 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ลงนามในคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น (แบบ ค.7) สั่งระงับการใช้อาคารดังกล่าวทันที จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าสำนักงานเขตจะดำเนินการเชิงรุกและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในทุกมิติ ทั้งด้านความปลอดภัยและมาตรฐานอาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้สถานบริการผิดกฎหมายสร้างปัญหาในพื้นที่
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) ได้เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบ 577 Club หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการลักลอบเปิดให้บริการโดยผิดกฎหมาย ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้ยาเสพติด และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาไปจนถึง 04.00 น. แม้สถานประกอบการแห่งนี้จะเคยถูกจับกุมมาแล้ว แต่ยังคงลักลอบกลับมาเปิดซ้ำในพื้นที่เดิม
ในการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ใช้บริการนับร้อยคนทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยพบผู้มีปัสสาวะสีม่วงและยาเสพติดตกกระจายอยู่ตามพื้น จึงได้รวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำตัวผู้ดูแลและพนักงานส่งดำเนินคดีใน 5 ข้อหาหลัก
- ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
- จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฝ่าฝืนเวลาที่กฎหมายกำหนด
- ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 เกี่ยวกับการควบคุมสถานบริการ
- คนต่างชาติทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้
- รับคนต่างชาติเข้าทำงานโดยผิดกฎหมาย
ประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผล คือความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติ เนื่องจากการสืบสวนพบพนักงานชาวเวียดนามที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ และมีบุคคลสัญชาติจีนแสดงพฤติการณ์เป็นผู้สั่งการ นอกจากนี้ ยังพบการรับชำระเงินผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศอย่าง Alipay และ WeChat โดยปรากฏชื่อผู้รับเงินในนาม บริษัท แสงมังกรทอง จำกัด
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่เตรียมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินลงทุน และผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ว่ามีการใช้โครงสร้างตัวแทนอำพราง (Nominee) เพื่อให้บุคคลต่างชาติประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมายไทยหรือไม่ รวมทั้งเร่งสืบสวนหาแหล่งที่มาของยาเสพติดเพื่อทลายเครือข่ายต่อไป


