วันนี้ (29 สิงหาคม) ที่ รัฐสภา กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 หัวข้อ การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ
ประเด็นหลักของงานในวันนี้พุ่งไปที่ วิกฤตศรัทธาต่อการเมืองไทยของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่สังคมกำลังจับตามอง โดยเฉพาะบทบาทในการถ่วงดุลและตรวจสอบอำนาจรัฐ ซึ่งจุดเน้นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา คือการตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่ามีความเที่ยงธรรม โปร่งใส และสะท้อนเสียงของประชาชนแท้จริงหรือไม่
สำหรับไฮไลต์สำคัญในช่วงเช้า คือการรวมตัวบนเวทีเดียวกันของอดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 3 เจนเนอเรชัน ได้แก่ ชัยธวัช ตุลาธน, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง สะท้อนประสบการณ์ตรงจากการทำงานตรวจสอบ และถกปัญหาทางออกเพื่อคืนความเชื่อมั่นให้กับระบบสภาและระบอบประชาธิปไตยของไทย อีกทั้งในงานยังมี พริษฐ์ วัชรสินธุ, พนิดา มงคลสวัสดิ์, ภัณฑิล น่วมเจิม, ชยพล สท้อนดี ที่มาเจาะลึกหลักฐานคดีโกง สว. และความจริงที่(ยัง)ไม่ได้คำตอบ
สำหรับในช่วงบ่าย ได้มีการเปิดบื้องหลังความพยายามในการรร่วมกันค้นหาความจริงโดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และทีม iLaw, พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน ที่ร่วมตีแผ่ขบวนการฮั้วสว.
ยิ่งชีพ กล่าวว่า ข้อมูลเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ที่ตนครอบครองมีราว 5,000–6,000 หน้า และมีคำให้การพยานหลายร้อยปาก ซึ่งข้อมูลที่นำเสนอต่อสาธารณะไปก่อนหน้านี้ คิดเป็นเพียง 5% เท่านั้น โดยพยานส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับเทียร์ 2 และเทียร์ 3
สำหรับพยานระดับ ‘เทียร์ 1’ (ความสำคัญระดับ 10/10) ยังไม่ได้เปิดเผยตัวตน เนื่องจากบางส่วนกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ยืนยันว่าพร้อมไปให้การในชั้นศาล ซึ่ง iLaw จะทยอยสรุปและเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป โดยอยู่ระหว่างรอการตัดสินใจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีรายงานว่าจะพิจารณาเรื่องนี้ในวันที่ 14 กันยายน
นอกจากนี้ ยิ่งชีพยังได้แสดงเอกสารรายงานการประชุมที่ไขข้อข้องใจตลอด 2 ปี กรณีผู้สมัคร สว. บางกลุ่มนัดกันสวมเสื้อสีเหลือง โดยระบุว่า รายงานฉบับดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ผู้สมัครที่ไม่ใส่เสื้อเหลือง เวลาขออนุญาตไปห้องน้ำจะมีเจ้าหน้าที่ กกต. เดินประกบตลอดเวลา แต่ผู้ที่ใส่เสื้อสีเหลืองจะได้รับการละเว้นเนื่องจากเข้าใจว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน สะท้อนว่ามีการรู้ล่วงหน้าถึงสีเสื้อของเจ้าหน้าที่ กกต. ในวันดังกล่าว
ด้าน ชยพล ได้เปิดเผยข้อมูลเส้นทางขบวนการฮั้ว สว. ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี โดยระบุว่ามีการส่งกลุ่มมือปืนจากจังหวัดอุทัยธานีเข้าข่มขู่พยานในพื้นที่ พร้อมกางไทม์ไลน์ดีลลับแตงโมเงินหมื่น ซึ่งอ้างว่ามีความเชื่อมโยงกับ ชีวะภาพ ชีวะธรรม และ ภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ สว. สิงห์บุรี
ชยพล ระบุว่า แม้ สว. ทั้งสองท่านจะยอมรับว่ามีการร่วมรับประทานอาหารจริงแต่ปฏิเสธการทำโพย แต่จากการสืบสวนพบไทม์ไลน์ 4 วันก่อนการเลือกระดับประเทศ (26 มิ.ย. 2567) ดังนี้:
- 21 มิ.ย. 2567: มีการนัดกินข้าวระหว่าง 2 สว. และผู้มีสิทธิ์เลือก สว. ที่ร้านอาหารใน อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี โดยมีการอ้างถึงการขอสนับสนุนจากผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย เพื่อดูแลค่าใช้จ่ายหัวละ 50,000 บาท
- 24 มิ.ย. 2567: นัดหมายผู้สมัครเดินทางไปที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก เพื่อจัดทำโพยแนะนำตัว โดยมีทีมงานชื่อ แตงโม (รุ่งรัฎฎิกาล) และภรรยาของ สว. ภาณุพงษ์ คอยต้อนรับ พร้อมแจกเงินมัดจำงวดแรกคนละ 20,000 บาท
- 25 มิ.ย. 2567: เคลื่อนย้ายผู้สมัครไปเข้าพักที่โรงแรมใน จ.ปทุมธานี ใกล้สถานที่เลือก สว. (เมืองทองธานี) โดยมีทีมงานแตงโมเป็นผู้ดูแลอำนวยความสะดวก
- 26 มิ.ย. 2567: หลังเสร็จสิ้นการเลือกระดับประเทศ มีการจ่ายเงินส่วนที่เหลืออีกคนละ 30,000 บาท มีทั้งรูปแบบเงินสดและการโอนเข้าบัญชีบริษัท หนึ่งซึ่งซึ่งแตงโม เป็นหุ้นส่วน
ชยพล ชี้ให้เห็นข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า สถานที่จัดทำโพยอย่าง รีสอร์ทในพื้นที่จ.นครนายกเป็นของตระกูลกิตติธเนศวร ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและเป็นตระกูลนักการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ขณะที่แตงโม แม้จะปฏิเสธว่าไม่สนิทกับ ชีวะภาพ แต่กลับพบว่ามีชื่อเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ในคณะกรรมาธิการฯ ที่ชีวะภาพเป็นประธาน รวมถึงมีหลักฐานคลิปวิดีโอความสัมพันธ์ในโซเชียลมีเดีย
นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยพฤติกรรมฮั้ว ส.ว. ที่เชื่อมโยงกับพรรคการเมืองใหญ่ในอีกหลายจังหวัด อาทิ อำนาจเจริญ อ่างทอง และอุทัยธานี ซึ่งภายหลังถูกเปิดเป้าพบว่ามีการเร่งปิดบัญชีโซเชียลมีเดียหนี จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันเป็น นักสืบโซเชียล ช่วยกันตรวจสอบขบวนการดังกล่าวเพื่อนำความจริงมาตีแผ่ต่อสังคมต่อไป


















