×

นภินทร แจงยิบไร้เจตนาเบี้ยวตอบกระทู้สภาปมฮั้ว สว. ขออย่าทำการเมืองสกปรกเปิดหลักฐานแค่ซีกเดียว รับผู้สมัคร สว. เข้าพบจริงแต่ปฏิเสธช่วย

โดย THE STANDARD TEAM
28.08.2026
ภาพนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังแถลงข่าว

วันนี้ (28 สิงหาคม) เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณี พริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามในสภาฯ แต่ตนไม่สามารถเดินทางไปตอบได้ โดยยืนยันว่า ไม่ได้ละเลยหน้าที่หรือขาดจิตสำนึก แต่มีภารกิจราชการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เนื่องจากได้รับแต่งตั้งจากเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี ให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งลุ่มน้ำภาคกลาง ครอบคลุม 5 จังหวัด ที่จังหวัดราชบุรี

 

คณะอนุกรรมการฯ ดังกล่าวประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด, เกษตรจังหวัด, ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด รวมถึงผู้แทนจากกระทรวงคมนาคม, กระทรวงกลาโหม, สำนักงบประมาณ, กรมชลประทาน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมแก้ไขปัญหาอุทกภัยจากสถานการณ์พายุฝนที่จะเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

 

นภินทร ระบุว่า ตนมีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีในวันที่ 27 สิงหาคม และได้ทำหนังสือแจ้งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม จากนั้นวันที่ 22 สิงหาคม ได้มีหนังสือแจ้งคณะกรรมการทั้ง 5 จังหวัดเดินทางมาร่วมประชุม

 

นภินทร กล่าวต่อว่า เมื่อได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่ามีกระทู้ถามสด แม้ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องใด แต่ได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งว่าติดภารกิจตรวจราชการที่จังหวัดราชบุรี ยอมรับว่าการตอบกระทู้สภาถือเป็นหน้าที่สำคัญ แต่เมื่อภารกิจเกิดขึ้นพร้อมกัน จึงจำเป็นต้องเลือกงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนก่อน เพราะหากเลื่อนการประชุมออกไป อาจต้องรอถึงกลางเดือนกันยายน เนื่องจากตนมีภารกิจไปต่างประเทศ ซึ่งอาจไม่ทันต่อสถานการณ์พายุ

 

พร้อมย้อนถามผู้ที่กล่าวหาว่า ตนไม่มีจิตสำนึกว่ามีวุฒิภาวะมากแค่ไหน ที่มองว่าตนขาดจิตสำนึกจากกรณีดังกล่าว ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า พริษฐ์ติดงานเสวนาจนมาร่วมไม่ได้ ก็ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคน

 

จากนั้น นภินทร ได้กล่าวถึงประเด็นที่ถูกตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับนายเอ โดยระบุว่า หากมีข้อสงสัยสามารถโทรศัพท์เข้ามาสอบถามได้ทันที หรือหาก พริษฐ์ และยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ต้องการสอบถาม ตนก็พร้อมเปิด Speakerphone ให้ฟังต่อหน้าตรงนี้

 

สำหรับข้อกล่าวหาที่ว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2567 นายเอ ซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. ได้เข้าพบตนที่ห้องทำงานขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และวันที่ 25 มิถุนายน ได้ถูกเรียกมาพบอีกครั้ง รวมถึงมีการกล่าวอ้างว่าให้เซ็นใบลาออกจากการเป็น สว. ล่วงหน้านั้น นภินทรชี้แจงว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากการประสานงานของประธานสภาเกษตรแห่งชาติ ช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2567 เพื่อขอเข้าพบเรื่องปัญหาการเกษตรในจังหวัดราชบุรี จึงนัดหมายกันในวันที่ 24 มิถุนายน ที่กระทรวงพาณิชย์

 

ในวันดังกล่าว มีผู้แทนจากสภาเกษตรแห่งชาติ (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาเกษตรแห่งชาติ), ผู้อำนวยการและประธานสภาเกษตรจังหวัดราชบุรี รวมถึงนายเอเข้าร่วมหารือ ตนจึงเชิญข้าราชการระดับสูงจากกรมการค้าภายในและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเข้ามาร่วมด้วย ระหว่างการพูดคุย นายเอได้กล่าวว่าตนเป็นผู้สมัคร สว. และขอให้ช่วยสนับสนุน ซึ่งตนได้ปฏิเสธทันทีเนื่องจากมีกฎหมายห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง และในขณะนั้น อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็มีคำสั่งภายในพรรคชัดเจนห้ามสมาชิกเข้าไปเกี่ยวข้อง จากนั้นการหารือจึงกลับเข้าสู่เรื่องปัญหาของชมรมผู้เลี้ยงไก่งวง

 

นภินทรกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านั้นมีหนังสือร้องเรียนเรื่องไก่งวงไปยังสภาเกษตรแห่งชาติ และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา โดยที่ประชุมมีมติให้นำเสนอแนวทางแก้ไขต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีหนังสือออกมาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 แต่เรื่องยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ผู้ร้องเรียนจึงทำหนังสือถึงประธานสภาเกษตรแห่งชาติเพื่อติดตามเรื่อง จึงเป็นที่มาของการประสานมายังตน เพื่อจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภค และเนื่องจากตนมีภารกิจไปต่างประเทศ จึงนัดหมายอีกครั้งในวันที่ 25 มิถุนายน เพื่อเร่งจัดทำหนังสือเสนอเรื่อง

 

กระทั่งวันที่ 25 มิถุนายน นายเอได้เดินทางมาพร้อมคณะ และขอให้ตนช่วยสนับสนุนเรื่องการสมัคร สว. อีกครั้ง ซึ่งตนได้ปฏิเสธทันทีและเชิญนายเอออกจากห้อง พร้อมตำหนิผู้ที่พานายเอมาว่าเหตุใดจึงนำเรื่องนี้มาพูดอีกทั้งที่ปฏิเสธไปแล้ว ยืนยันว่าการพบกันทั้ง 2 ครั้งมีที่มาจากการแก้ปัญหาเกษตรกร และได้ปฏิเสธเรื่อง สว. อย่างชัดเจนทั้งสองครั้ง โดยไม่มีเอกสารหรือพยานหลักฐานรองรับข้อกล่าวหา อีกทั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ 9 คน ก็ให้การสอดคล้องกับตนทั้งหมด

 

“ผมเองก็เป็นมนุษย์กินข้าวคนหนึ่ง ไม่โง่ที่จะทำผิดกฎหมายต่อหน้าคน 8-9 คน ถ้าบอกว่าจะช่วยอะไร ให้เซ็น ไม่ร้อง จะทำต่อหน้าคน 8-9 คนได้อย่างไร นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมนำเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดที่ 26” นภินทรกล่าว

 

นภินทรยังตั้งคำถามว่า ยิ่งชีพและพริษฐ์ ได้นำข้อเท็จจริงและพยานบุคคลเหล่านี้มาเปิดเผยหรือไม่ ส่วนกรณีวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงปฐมนิเทศ สว. ที่โรงแรมพูลแมน แล้วมีการนำสัญญาณโทรศัพท์ของ สว. และนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยมาเชื่อมโยงนั้น มองว่าโรงแรมเปรียบเสมือนพื้นที่สาธารณะ ซึ่งขณะนั้นสำนักงานพรรคภูมิใจไทยยังสร้างไม่เสร็จ จึงใช้สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่พบปะพูดคุย และหากมีเรื่องสำคัญก็ใช้เพียงห้องประชุมขนาดเล็ก ไม่ได้ใช้ห้องประชุมใหญ่รองรับคนเป็น 100 คนตามที่อ้าง

 

“การมีสัญญาณโทรศัพท์ของ สส.พรรคภูมิใจไทยอยู่ที่โรงแรมพูลแมน ถามว่ามีหลักฐานหรือไม่ว่าอยู่ในห้องประชุมตรงนั้น” นภินทรกล่าว

 

นอกจากนี้ นภินทรกล่าวอีกว่า ในวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2567 ตนไม่ได้อยู่ที่โรงแรมพูลแมน แต่เดินทางไปราชการที่ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน และกลับถึงไทยวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 โดยมีทั้งหนังสืออนุญาตที่เสนอถึง ภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ ในขณะนั้น และตราประทับหนังสือเดินทาง ซึ่งได้ส่งหลักฐานให้ กกต. แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าคณะกรรมการชุดที่ 26 ใช้วิธีการตั้งข้อหาแบบสุ่ม

 

ส่วนกรณีที่มีผู้สมัคร สว. 4-5 คนเดินทางไปกระทรวงพาณิชย์ ตนยืนยันว่าไม่ได้พบ เพราะกระทรวงมีบุคลากร 4,000-5,000 คน การนำมาเชื่อมโยงกันจึงเป็นจินตนาการแบบไร้เหตุผล รวมถึงการอ้างเส้นทางการเงินหรือความรู้จักส่วนตัว ก็ไม่สามารถสรุปได้ว่านักการเมืองพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ว่าจ้าง

 

นภินทรกล่าวอีกว่า เชื่อว่าผู้ถูกร้องทั้ง 229 คนมีหลักฐานชี้แจงได้ แต่ปัจจุบันมีความพยายามกดดันให้ส่งฟ้องทั้งหมดโดยเปิดเผยหลักฐานเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งถือเป็นการทำงานการเมืองที่สกปรก ทั้งที่ กกต. เป็นองค์กรอิสระ มีหน้าที่ไต่สวนและส่งเรื่องต่อศาลหลังรับรองผลการเลือกตั้ง อีกทั้งการจินตนาการว่า สว. เป็นผู้เลือก กกต. มา 4 คนแล้วนำมาเชื่อมโยงกัน ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ควรปล่อยให้ กกต. ทำหน้าที่อย่างอิสระ เพราะในสำนวนมีข้อมูลจำนวนมากแต่ กกต. ไม่สามารถออกมาโต้ตอบสังคมได้ ที่ผ่านมาตนพยายามเงียบที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นการกดดัน กกต. และยังเชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรม

 

อย่างไรก็ตาม นภินทรเปิดเผยว่า ตนได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.ทองหล่อ แล้ว เนื่องจากข้อมูลที่ยิ่งชีพนำมาพูดนั้น มีการตัดบริบทบางส่วน ไม่พูดถึงข้าราชการ 2 คนที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะแต่เป็นการให้ร้าย โดยขอให้ไปพบกันที่ศาลในทุกคดี และบางเรื่องตนจะดำเนินคดีด้วยตัวเอง

 

ส่วนกรณีพริษฐ์ที่นำเรื่องไปพูดในสภานั้น นภินทรกล่าวว่า ก็ขอให้นำหลักฐานออกมาเปิดเผยให้ครบทุกมุม ไม่ใช่เปิดเผยหลักฐานซีกเดียวจากเอกสารกว่า 90,000 หน้า ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการให้ร้ายและทำให้บ้านเมืองเกิดปัญหา ย้ำว่าการเมืองในขณะนี้สกปรกมาก


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising