วันนี้ (28 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังหลังเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ว่า สมช. มีมติแต่งตั้ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เป็นเลขาธิการ สมช.คนใหม่ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยยืนยันว่า วางคนเหมาะสมกับงานเพราะเรื่องนี้เป็นหลักการที่สำคัญที่สุดอยู่แล้ว
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ก็มีการนำเสนอยุทธศาสตร์ ในการบริหารสถานการณ์ในช่วงนี้ หลังจากเราได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ของการบริหารสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในเรื่องของความมั่นคงทุกอย่างน่าจะเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้น
‘พล.อ.ชัยพฤกษ์’ จากนายทหารสายยุทธการ สู่เลขาฯ สมช.
พล.อ.ชัยพฤกษ์ เป็นนายทหารวัย 58 ปี ปัจจุบันเป็น เสนาธิการทหารบก กำลังถูก โอนย้ายมาเป็นเลขาธิการ สมช.คนใหม่ เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 26 และนักเรียนนายร้อย จปร. รุ่น 37 รุ่นเดียวกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยผ่านการศึกษาหลักสูตรสำคัญของกองทัพ ทั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารบก โรงเรียนทหารราบ โรงเรียนสงครามพิเศษ และ วปอ. รุ่น 64
เส้นทางราชการทหารเริ่มต้นจากหน่วยรบในพื้นที่กาญจนบุรี หลังจบ จปร. เข้ารับราชการที่กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบา ร.19 พัน 2 ก่อนผ่านงานในพื้นที่ชายแดนด้านตะวันตก และขยับมาทำงานด้านการฝึกและการศึกษาที่กรมนักเรียนนายร้อย จปร.
จุดเปลี่ยนสำคัญของเส้นทางทหารเกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่สายงานฝ่ายอำนวยการ หลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่น 77 และย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในกรมยุทธการทหารบก
ประสบการณ์ในสายยุทธการกลายเป็นฐานสำคัญในการเติบโตของ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ตั้งแต่งานวางแผน การปฏิบัติการทางทหาร ไปจนถึงงานด้านความมั่นคง ก่อนขึ้นเป็นผู้อำนวยการกองยุทธการฯ รองเจ้ากรมยุทธการทหารบก และเจ้ากรมยุทธการทหารบกตามลำดับ
ช่วงเวลาหนึ่ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ได้เข้ามาช่วยงานในทีมฝ่ายเสนาธิการของกองทัพบกในยุคที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้บัญชาการทหารบก และทำงานต่อเนื่องมาถึงยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้ได้รับประสบการณ์จากการทำงานในหลายระดับของกองทัพ จากสายยุทธการ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ขยับขึ้นเป็นรองเสนาธิการทหารบก ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งเสนาธิการทหารบก และควบตำแหน่งเลขาธิการ กอ.รมน. ในปี 2568
บทบาทใน กอ.รมน. ทำให้ชื่อของ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ปรากฏต่อสาธารณะมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงและสถานการณ์ชายแดน ซึ่งต้องทำงานใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรง
ช่วงปลายปี 2568 เขาเดินทางไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมแสดงจุดยืนเรื่องการปกป้องอธิปไตยว่า ‘เราไม่เคยรุกรานใครก่อน แต่ก็พร้อมเต็มที่ในการรักษาอธิปไตยทุกตารางนิ้ว’
ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พล.อ.ชัยพฤกษ์ ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. ลงพื้นที่ติดตามเหตุคาร์บอมบ์ใน จังหวัดนราธิวาส รวมถึงเหตุยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย พร้อมหารือกับแม่ทัพภาคที่ 4 ถึงการปรับแนวทางรับมือสถานการณ์
ครั้งนั้น พล.อ.ชัยพฤกษ์ ส่งสัญญาณชัดถึงการยกระดับการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยระบุว่า ‘ถึงเวลาแล้วที่เราจะเป็นผู้ล่าบ้างแล้ว’
นอกจากบทบาทด้านความมั่นคงแล้ว พล.อ.ชัยพฤกษ์ ยังถูกมองว่าเป็นนายทหารที่มีสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจในกองทัพ จากการเติบโตในสายงานยุทธการและการทำงานใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ยังรอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง


