วันนี้ (28 สิงหาคม) พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมทางหลวง (ทล.) กระทรวงคมนาคม ได้เร่งรัดโครงการ M82 ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ปิดตำนานถนนเจ็ดชั่วโคตร ตามนโยบาย Quick Win ของรัฐบาล และพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติมช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ต่อเนื่องจาก M82 ช่วงบางขุนเทียน – เอกชัย ที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้ว โดยจะเปิดให้ใช้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ทำให้ประชาชนสามารถใช้ทางยกระดับได้ต่อเนื่องตั้งแต่บางขุนเทียน ผ่านเอกชัยถึงบ้านแพ้ว ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางบนถนนพระราม 2 และเชื่อมต่อการเดินทางสู่ภาคใต้ได้สะดวกยิ่งขึ้น
พลอยทะเล กล่าวว่า การเปิดทางยกระดับ M82 ทดลองให้บริการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป โดยเปิดเพิ่มเติมช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร มีทางขึ้น-ลง 4 แห่ง ได้แก่ ด่านพันท้ายนรสิงห์ ด่านมหาชัย 1 ด่านมหาชัย 2 และด่านบ้านแพ้ว ส่วนด่านสมุทรสาคร 1 และด่านสมุทรสาคร 2 ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ทั้งนี้ การเปิดทดลองครั้งนี้ฟรี ไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง และยังไม่มีการเปิดใช้งานระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม โดยกรมทางหลวงจะดำเนินงานส่วนที่เหลือให้เป็นไปตามแผน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเปิดให้บริการ M82 อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในปี 2572
ทั้งนี้ เนื่องจากงานก่อสร้างและระบบบริหารจัดการความปลอดภัยต่าง ๆ ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ทล. จึงกำหนดให้รถยนต์ 4 ล้อ ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถบรรทุกและรถโดยสาร ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่คนเดินเท้า รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ทุกขนาดเครื่องยนต์ รถสามล้อ และรถล้อเลื่อนทุกประเภท ไม่อนุญาตให้ใช้ทางยกระดับ M82 โดยยังสามารถสัญจรบนถนนพระราม 2 ด้านล่างได้ตามปกติ
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับการคมนาคมและโลจิสติกส์ และสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับทางยกระดับ M82 เป็นโครงข่ายสำคัญในการเดินทางและขนส่งจากกรุงเทพฯ สู่ภาคใต้ ช่วยบรรเทาปริมาณการจราจรบนถนนพระราม 2 (ทล.35) เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ สนับสนุนภาคการผลิต การค้า การลงทุน และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ไปยังเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ ช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ตามแนวเส้นทาง เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม” พลอยทะเล กล่าว


