คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติดำเนินคดีอาญากับผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,767 ราย ฐานลงสมัครรับเลือกทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย โดยผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุก ปรับเงิน และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี
สำนักงาน กกต. เผยแพร่เอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ เลขที่ 418/2569 วันนี้ (27 สิงหาคม) ระบุถึงผลการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารประกอบการสมัครรับเลือกเป็น สว. ซึ่งพบว่า มีผู้สมัครขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเข้าสมัครรับเลือก สำนักงาน กกต. จึงเสนอเรื่องให้ค กกต. พิจารณาเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
กกต. ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในการประชุม 2 ครั้ง โดยการประชุมครั้งที่ 46/2569 เมื่อวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 กกต. มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 1,605 คน ต่อมาในการประชุมครั้งที่ 51/2569 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้ดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมอีก 162 คน ทำให้มียอดรวมผู้สมัครที่ถูกดำเนินคดีอาญาทั้งสิ้น 1,767 คน
การพิจารณาดำเนินคดีอาญาดังกล่าวอาศัยอำนาจตามมาตรา 74 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ใดที่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกไม่ว่าเพราะเหตุใดแต่ยังคงลงสมัครรับเลือก โดยต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี
นอกจากนี้ กฎหมายยังบัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้ที่ได้รับเลือกเป็น สว. ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวให้แก่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา


