×

นายกฯ สั่งสอบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ขณะคมนาคมพบ 3 IP ต้องสงสัย เชื่อมโยง 3 หน่วยงาน

โดย THE STANDARD TEAM
05.08.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงข้อความนายกฯ สั่งสอบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล และคมนาคมพบ 3 IP ต้องสงสัย

วันนี้ (5 สิงหาคม) เวลา 11.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีข้อมูลส่วนบุคคลของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และข้าราชการกระทรวงมหาดไทยรั่วไหลจากระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานรายละเอียด แต่ได้กำชับไปแล้วว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎระเบียบเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

“จริง ๆ แล้ว ในระเบียบและ TOR ได้กำหนดเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นว่า หากจะให้เอกชนหรือหน่วยงานใดเข้ามาจัดทำระบบ จะต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่รัดกุม” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

เมื่อถามว่า มองเป้าประสงค์ของผู้ปล่อยข้อมูลอย่างไร เนื่องจากข้อมูลที่รั่วไหลพุ่งเป้าไปที่นักการเมืองและคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่ขอวิเคราะห์เรื่องดังกล่าว แต่ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเต็มที่ เพราะการปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหลถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

 

นายกรัฐมนตรียังระบุว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้งในระดับกรมและระดับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่า ข้อมูลลักษณะนี้ไม่ควรรั่วไหล เพราะทุกครั้งที่มีการขอจัดทำระบบต่าง ๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี โดยพิจารณาบนพื้นฐานของมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างรัดกุม.

 

ขธะที่ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีการรั่วไหลของข้อมูลในส่วนของกรมการขนส่งทางบก ว่า กระทรวงคมนาคมตรวจพบ IP ต้องสงสัยจาก 3 แอ็กเคานต์ ที่มีการใช้งานผิดปกติในการสืบค้นข้อมูล และพบพฤติกรรมการค้นหาที่ผิดปกติ จึงได้ประสานสำนักงานตำรวจไซเบอร์ให้ดำเนินการตรวจสอบต่อ

 

สิริพงศ์ กล่าวว่า IP ที่ตรวจพบเชื่อมโยงกับ 3 หน่วยงาน ได้แก่ เทศกิจเขตบางกอกน้อย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกองกำลังสิงหนาถ โดยกระทรวงได้สั่งระงับบัญชีผู้ใช้ของทั้ง 3 หน่วยงานเป็นการชั่วคราวแล้ว

 

นอกจากนี้ ยังได้แจ้งให้ทุกหน่วยงานที่เชื่อมต่อฐานข้อมูลกับกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก รีเซ็ตบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่ เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ผู้ที่เข้าใช้ระบบเป็นเจ้าของบัญชีตัวจริง หรือบัญชีถูกแฮ็กและนำไปใช้โดยผู้อื่น ทั้งนี้ ได้รวบรวมรายชื่อผู้เกี่ยวข้องส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการแล้ว

 

สิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า แม้ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่จะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐาน ไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมได้ การเปิดให้หน่วยงานต่าง ๆ เชื่อมต่อฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการรับบริการของกระทรวงคมนาคม

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อมูลถูกลักลอบนำไปเผยแพร่หรือซื้อขายบน Dark Web ขณะนี้กระทรวงได้ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงในช่องทางปกติแล้ว แม้ผู้ที่เข้าถึง Dark Web อาจยังสามารถเข้าถึงข้อมูลบางส่วนได้ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งหามาตรการป้องกันเพิ่มเติม

 

“ประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถนำไปใช้โอนกรรมสิทธิ์หรือทำธุรกรรมใด ๆ ได้ หากไม่มีการยืนยันตัวตน อีกทั้งกระทรวงคมนาคมจะไม่มีการติดต่อประชาชน หรือส่งลิงก์ผ่านช่องทางใดทั้งสิ้น” สิริพงศ์ กล่าว

 

เมื่อถามว่า ข้อมูลที่รั่วไหลมีจำนวนเท่าใด สิริพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบการสืบค้นข้อมูลผิดปกติประมาณ 6,000-7,000 ครั้ง โดยบางแอ็กเคานต์มีการค้นหาข้อมูลมากถึงประมาณ 2,000 ครั้ง

 

เมื่อถามว่า เหตุใดข้อมูลที่รั่วไหลจึงเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญเป็นจำนวนมาก สิริพงศ์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวน เนื่องจากพฤติกรรมการค้นหามีลักษณะผิดสังเกต แต่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้

 

เมื่อถามต่อว่า กรณีมีการประกาศขายโทเค็นสำหรับเข้าถึงข้อมูลในตลาดมืด แสดงว่าการโจมตีครั้งนี้อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อขายข้อมูลหรือไม่ สิริพงศ์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่าเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ ส่วนจะเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองหรือไม่ ต้องรอผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising