อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ร่วมกับ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เดินสายโรดโชว์ ณ โตเกียว นิวยอร์ก (คู่ขนานประชุม UNGA 81) และลอนดอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ประธาน FETCO เผยปีนี้เป็นปีทองของตลาดหุ้นไทยที่ดัชนี SET Index ปรับตัวขึ้นเกือบ 30% Outperform ตลาดโลก และเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่มีฟันด์โฟลว์ไหลเข้าสุทธิ ด้านผู้จัดการ SET เผยเตรียมเข้าพบนับ 30 กองทุนในนิวยอร์ก ชู 3 ปัจจัยบวก ทั้งกำไร บจ. ฟื้นตัว ยุทธศาสตร์ New Economy และการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
นายกฯ อนุทิน นำทัพ ตลท.-FETCO ปักหมุด 3 ศูนย์กลางการเงินโลก
รัฐบาลไทยเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นบนเวทีการเงินโลกอย่างต่อเนื่อง โดย เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในภารกิจเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA 81) ณ สหรัฐอเมริกา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีดำริให้จัดกิจกรรมคู่ขนานด้วยการนำคณะโรดโชว์ (Roadshow) ร่วมกับ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เดินทางเยือน 3 ศูนย์กลางการเงินโลก ได้แก่ กรุงเทพฯ-โตเกียว-นิวยอร์ก-ลอนดอน เพื่อประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการต้อนรับเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการสร้างความเชื่อมั่น (Trust) และฉายภาพศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะตลาดทุนที่กลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการสนับสนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ดิจิทัล และ AI ตัวเลขคำขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับการที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกทั้ง 3 แห่ง ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของประเทศไทยเป็น ‘Stable’ (มีเสถียรภาพ) ซึ่งจะส่งผ่านผลประโยชน์จากการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) ทั้งการใช้จ่ายและการจ้างงานในประเทศ
หุ้นไทย Outperform โลก ฟันด์โฟลว์บวกสุทธิแห่งเดียวในเอเชีย
ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวถึงการร่วมคณะเยือนญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรว่า เป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการสื่อสารกับนักลงทุนสถาบันต่างชาติ เนื่องจากมีสัญญาณการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศอย่างชัดเจน
“ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3-4 ปี ที่ตลาดหุ้นไทยมีกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าเป็นบวกสุทธิ หลังจากที่เรารอคอยมานาน และที่น่าสนใจคือ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียทั้งหมดที่มีการประกาศตัวเลขในปีนี้ ไทยเป็นประเทศเดียวที่มีกระแสเงินไหลเข้าจากต่างประเทศ” ไพบูลย์ กล่าว
นอกจากนี้ ไพบูลย์ยังระบุเพิ่มเติมว่า ปีนี้ยังเป็นปีแรกในรอบ 4 ปี ที่ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดโลก โดยดัชนี SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วเกือบ 30% ขณะที่ตลาดหุ้นโลกโดยรวมปรับขึ้นเพียงราว 10-12% เท่านั้น สะท้อนว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอนุทิน ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ
ทั้งนี้ มีสถิติด้านการลงทุนและตลาดทุนไทยปี 2569 มีดังนี้
- ผลตอบแทน SET Index : ปรับตัวขึ้นเกือบ +30% ซึ่งOutperform ตลาดหุ้นโลกที่โต ประมาณ10-12%
- กระแสเงินทุนต่างชาติ : พลิกเป็นบวกสุทธิรายเดียวในภูมิภาคเอเชีย (ในรอบ 3-4 ปี)
- มุมมองความน่าเชื่อถือ : 3 สถาบันจัดอันดับคง Outlook ประเทศไทยที่ ‘Stable’
- มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด : ทุกๆ ดัชนีเพิ่มขึ้น 100 จุด ดัน Market Cap เพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านล้านบาท
อัสสเดช กาง 3 ปัจจัยบวก พบ 30 กองทุนใหญ่นิวยอร์ก
ด้านอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เปิดเผยถึงภารกิจในกรุงโตเกียวว่า ได้ร่วมมือกับทีมไทยแลนด์ ทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศ เข้าพบหารือกับกลุ่มทุนญี่ปุ่นที่มีศักยภาพ ส่วนในนครนิวยอร์ก ได้จัดสรรเวลาเข้าพบปะและหารือกับนักลงทุนสถาบันชั้นนำกว่า 30 ราย ทั้งรูปแบบการประชุมกลุ่มและการหารือรายบริษัท
ในการโรดโชว์ครั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เตรียมนำเสนอ 3 ปัจจัยบวกสำคัญของตลาดทุนไทยแก่ต่างชาติ:
- Earnings Growth: ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยที่พลิกกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นครั้งแรกในรอบ 3-4 ปี
- New Economy Transition: การเปลี่ยนผ่านเครื่องยนต์เศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องราวการเติบโตระยะยาว (Long-Term Story) ที่ต่างชาติให้ความสนใจ
- Competitiveness: การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามนโยบายหลักของภาครัฐ
“เป้าหมายสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ คือการส่งเสริมการลงทุนระยะยาวในตลาดทุนไทย ซึ่งการที่มีเงินทุนไหลเข้ามานั้น ทุกๆ ครั้งที่ SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 100 จุด จะสร้างมูลค่าหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านล้านบาท เมื่อผู้ขายมีกำไรก็จะเกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ สร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศในระยะยาว” อัสสเดช กล่าว

