วานนี้ (21 กันยายน) พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังเกิดข้อตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน
พริษฐ์ ระบุว่า การทำงานร่วมกันของพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้านตั้งอยู่บนความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกัน เนื่องจากแต่ละพรรคอาจมีจุดยืนหรืออุดมการณ์ทางนโยบายที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่เป็นจุดร่วมคือการทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
สาเหตุสำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมได้มีมติให้ สส. ในสังกัด ลงมติเห็นชอบ กับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านอย่างชัดเจน (มติวิปฝ่ายค้านกำหนดให้ ไม่เห็นชอบ หรือ งดออกเสียง ตามมติของแต่ละพรรค) อีกทั้งยังสร้างความไม่ชัดเจนต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น
หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านจึงได้หารือร่วมกับตัวแทนพรรคกล้าธรรม และตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน เพื่อให้กลไกการตรวจสอบรัฐบาลในสภาดำเนินไปโดยพรรคการเมืองที่มีเจตนารมณ์ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม พริษฐ์ ยืนยันว่า เนื่องจากพรรคกล้าธรรมมี สส. ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนจำนวน 58 คน ตนจึงยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับตัวแทนพรรคกล้าธรรมต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส. ในการทำงานสภาในฐานะผู้แทนราษฎร เช่น การจัดสรรเวลาในการอภิปรายวาระทั่วไป หรือโควต้าการปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน
สำหรับขั้นตอนต่อไป ประธานวิปฝ่ายค้านเตรียมนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ต่อผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอน โดยโครงสร้างใหม่จะประกอบด้วย 5 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่
- พรรคประชาชน
- พรรคประชาธิปัตย์
- พรรคไทยภักดี
- พรรคเสรีรวมไทย
- พรรคไทรวมพลัง (เพิ่มเข้ามาในสมัยประชุมนี้ หลังมีทิศทางการลงมติสอดคล้องกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก. เงินกู้ และ พ.ร.บ. งบประมาณ 2570)
พริษฐ์ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ภารกิจเฉพาะหน้าสำคัญของทั้ง 5 พรรคร่วมฝ่ายค้าน คือการผนึกกำลังร่วมกันยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยเร็วที่สุด


