วันนี้( 3 สิงหาคม )ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าพบพนักงานสอบสวนกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2
ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต, นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และร่วมกันฟอกเงิน
ภายหลังให้ปากคำภาวุธ ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนด้วยสีหน้ามั่นใจ โดยระบุว่า ตนได้นำพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดมาชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว ครอบคลุมเส้นทางการเงินทุกรายการ และยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอย่างบริสุทธิ์ใจ พร้อมแสดงความพร้อมหากพนักงานสอบสวนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
“ถ้ามันแลกกับผลทางคดีได้ ผมคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ฉะนั้น ไม่มีเรื่องการแลกผลคดีแน่นอนครับ” ภาวุธกล่าว
ภาวุธ ยังชี้แจงถึงกระแสข่าวเรื่องเส้นทางการเงินจำนวนกว่า 800 ล้านบาทว่า ในการสอบปากคำวันนี้ พนักงานสอบสวนไม่ได้มีการแจ้งพฤติการณ์หรือตั้งข้อซักถามเกี่ยวกับยอดเงินดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วนยอดเงินที่มีความเชื่อมโยงราว 28 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าเป็นเงินที่ได้จากการเทรดทองคำและกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งสามารถชี้แจงที่มาที่ไปได้อย่างโปร่งใส และมั่นใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์หรือการหลอกลวงประชาชน
ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือหลังจากมีคดี Forex เกิดขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เดินหน้าตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport นั้น ภาวุธ ชี้แจงว่า ด้วยความที่โครงการนี้ มันเริ่มต้นจากการที่ตนได้อภิปราย และด้วยความที่ตนอยู่ในคณะกรรมาธิการ 2 ชุด และตนก็เป็นประธานของ 2 อนุกรรมาธิการ ฉะนั้น ในช่วงหลัง ตนได้ไปลุยงานด้านกรรมาธิการค่อนข้างเยอะ จึงทำให้เห็นว่าทางกรรมาธิการของพรรคเองก็มีคนทำงานเรื่องนี้โดยตรง ฉะนั้น พอมีคนทำด้านนีัโดยตรง และไหนตนจะมีคดีความเรื่องนี้อีก (คดี Forex) จึงจำเป็นที่ทางพรรคก็จะมีคนมาดูเรื่องโครงการนี้โดยตรงแทนตน
ส่วนหลังจากนี้ตนก็อาจจะลดบทบาทลงบ้าง เพราะงานเยอะ และ สส.ที่ทำงานด้านนี้ก็ไม่ได้มีเพียง สส.ไอซ์ แต่ก็มีพรรคอื่น ๆ อีกด้วยที่ทำงานด้านนีั และตอนนี้ตนก็มีงานเกี่ยวกับแพลตฟอร์มต่างชาติ การปฏิรูปกฎหมาย พองานมันเยอะ ก็ไม่ใช่ว่าจะทิ้ง แต่การที่เราไปวิเคราะห์ตัวโครงการ TH-AI Passport ไว้เช่นนั้น มันก็เพราะเป็นงานที่อยู่ตรงหน้าพอดี ก็เลยวิเคราะห์ไปตามรูป แต่ก็ได้ขอโทษไปแล้วว่าอาจจะพูดในมุมหนึ่ง แต่ตนไม่ได้มีเจตนาใด ๆ
ทั้งนี้ หลังจากที่ตนได้คุยกับ สส.ไอซ์ ก็มีความเข้าใจกันมากขึ้น มีการสื่อสารกันในพรรค คงไม่มีอะไรผิดใจกัน ส่วนกรณีว่าเป็นการออกมาพูดเพราะจะแลกผลทางคดี Forex หรือไม่นั้น ถ้ามันแลกกับผลทางคดีได้ ตนคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ฉะนั้น ไม่มีแน่นอน แต่แค่เป็นการวิจารณ์ตามหน้าที่ เพราะในมุมของ สส. แต่ละคน ก็มีมุมวิจารณ์ต่างกัน แต่เราเคยเป็นนักธุรกิจ ก็วิจารณ์ในมุมที่มันน่าจะเป็นประโยชน์


