วันนี้ (3 สิงหาคม) ณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกในการเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำและแผนฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)
โดยระบุว่า กทม. ได้ยกระดับการเตรียมความพร้อมภายใต้ แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 ควบคู่กับแผนเผชิญเหตุ พร้อมสั่งการให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขึ้นในทุก 50 สำนักงานเขต เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที โดยมีมาตรการปฏิบัติงานที่เข้มข้นในหลายมิติ ดังนี้
ปลัด กทม. ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมอุปกรณ์และบุคลากรเพื่อลงพื้นที่แก้ไขปัญหาทันที โดยมุ่งเป้าไปที่จุดอ่อนน้ำท่วมขัง พื้นที่ลุ่มต่ำ เขตเศรษฐกิจ และชุมชนริมคลอง พร้อมกำชับให้ตรวจสอบและลอกท่อระบายน้ำในถนนสายรองและซอยย่อยไม่ให้มีขยะอุดตัน
นอกจากนี้ ยังมีการจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (BEST) และเจ้าหน้าที่เทศกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร และเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือกรณีรถยนต์ขัดข้องหรือเครื่องยนต์ดับกลางน้ำท่วมขังสูง โดยจะประสานงานร่วมกับสำนักการระบายน้ำ (สนน.) เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม จะทำหน้าที่ติดตามกลุ่มฝนผ่านเรดาร์ พร้อมตรวจสอบระดับน้ำในคลองและแม่น้ำเจ้าพระยาตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันได้เตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำอย่างเต็มพิกัด ประกอบด้วย ประตูระบายน้ำ 244 แห่ง, สถานีสูบน้ำ 207 แห่ง, อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ 5 แห่ง และบ่อสูบน้ำ 371 แห่ง ซึ่งผ่านการบำรุงรักษาให้พร้อมใช้งาน 100%
อีกทั้งยังได้ดำเนินการพร่องน้ำ ในคลองและแก้มลิงให้อยู่ในระดับต่ำตามเกณฑ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับน้ำฝน ลดความเสี่ยงน้ำท่วม ส่วนพื้นที่ก่อสร้างโดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า ได้กำชับผู้รับจ้างให้เปิดทางระบายน้ำและดูแลท่อระบายน้ำชั่วคราวอย่างเข้มงวด พร้อมจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำประจำพื้นที่
สำหรับแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน กทม. ได้เตรียมรถสูบน้ำเคลื่อนที่ 12 คัน พร้อมเครื่องสูบน้ำสำรอง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และอุปกรณ์ส่องสว่าง เข้าดูแลจุดเสี่ยง นอกจากนี้ สำนักการระบายน้ำยังได้อุดหนุนเครื่องสูบน้ำเครื่องยนต์อีกจำนวน 200 เครื่อง แจกจ่ายให้ 6 กลุ่มเขต เพื่อติดตั้งเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำ
ในกรณีกระแสไฟฟ้าขัดข้อง กทม. ได้ประสานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เข้าดำเนินการตัดแต่งกิ่งไม้ตามแนวสายไฟ ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสัตว์รบกวน และตรวจสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง พร้อมจัดเตรียมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรับประกันว่าการทำงานของสถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำจะไม่สะดุดลง
เพื่อการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัดปริมณฑลและกรมชลประทาน (โดยเฉพาะสำนักงานชลประทานที่ 11) ในการประเมินปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน ระดับน้ำทะเลหนุน และความจุของพื้นที่ปลายทาง
โดยการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำในพื้นที่รอยต่อ เช่น สถานีสูบน้ำเปรมใต้ สถานีสูบน้ำหนองจอก และสถานีสูบน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ จะถูกกำหนดเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำร่วมกัน เน้นการระบายน้ำออกจากกรุงเทพฯ ให้เร็วที่สุด โดยไม่สร้างผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้การสั่งการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามการแจ้งเตือนสถานการณ์ฝนแบบเรียลไทม์ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของ กทม. ได้แก่ เว็บไซต์ dds.bangkok.go.th, pr-bangkok.com และช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook และ X (Twitter) ของ @BKK_BEST
หากประชาชนพบเหตุน้ำท่วมขังหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue, สายด่วน กทม. 1555 หรือ โทร. 0 2248 5115


