ช่วงที่ผ่านมามีข่าวลือหนาหูที่อาจทำให้หลายคนกังวลว่าการฉีดน้ำหอมที่คอจะทำให้สารเคมีซึมเข้าไปกัดกร่อนและทำลายต่อมไทรอยด์โดยตรงจริงหรือไม่? ก่อนอื่นต้องขอเคลียร์ให้ชัดเจนว่า ข้อมูลนี้ไม่เป็นความจริง น้ำหอมไม่สามารถซึมทะลุชั้นผิวหนังลงไปทำลายต่อมไทรอยด์เฉพาะจุดได้ขนาดนั้น
แต่ในมุมมองของวิทยาศาสตร์และทางพิษวิทยา สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่ตำแหน่งที่ฉีดแต่เป็นสารเคมีที่แฝงอยู่ในน้ำหอม ซึ่งเราสัมผัสและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำทุกวันต่างหาก ลองมาเจาะลึกความจริงเรื่องนี้กัน
1. ทำความรู้จักพาทาเลต (Phthalates) ตัวการลับที่ทำให้หอมติดทน สาเหตุที่น้ำหอมขวดโปรดของคุณมีกลิ่นติดทนทานยาวนาน เป็นเพราะในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางมักจะใส่สารเคมีกลุ่มพาทาเลต (โดยเฉพาะชนิดโมเลกุลเล็กอย่าง DEP) เพื่อทำหน้าที่เป็นสารตรึงกลิ่นให้อยู่นานขึ้นก่อนจะระเหยไป จุดที่ควรระวังคือกฎหมายอนุญาตให้แบรนด์ต่างๆ ซ่อนส่วนผสมเหล่านี้ไว้ใต้คำรวบยอดบนฉลากว่า Fragrance หรือ Parfum ได้เลย ทำให้เราไม่อาจรู้ได้แน่ชัดว่ามีพาทาเลตซ่อนอยู่หรือไม่ แม้ว่าเราจะมีแอปพลิเคชันช่วยเช็ก เช่น EWG’s Healthy Living แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อก็ย้ำเตือนว่าส่วนผสมของน้ำหอม (Fragrance) มักได้รับการคุ้มครองในฐานะความลับทางการค้า (Trade secrets) ซึ่งแปลว่าบนฉลากอาจจะไม่ได้เปิดเผยรายชื่อสารเคมีทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ข้างในออกมา
2. อันตรายเกิดจากการสะสม (Cocktail Effect) เวลาเราฉีดน้ำหอม สารเคมีไม่ได้เข้าสู่ร่างกายผ่านการสูดดมละอองเข้าไปเท่านั้น แต่ยังถูกดูดซึมผ่านผิวหนังได้โดยตรง (Dermal absorption) ยิ่งถ้าผิวหนังมีอาการอักเสบหรือเกราะป้องกันผิวอ่อนแอ การดูดซึมก็จะยิ่งมากขึ้น อันตรายของสารเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่มาจากการรับสารทีละนิดจากเครื่องสำอาง โลชั่น หรือน้ำหอมหลายๆ ตัวรวมกัน สะสมต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่าปรากฏการณ์ Cocktail Effect
3. ผลกระทบต่อฮอร์โมนและไทรอยด์ที่แท้จริง พาทาเลตถูกจัดอยู่ในกลุ่ม สารรบกวนฮอร์โมน (Endocrine Disrupting Chemicals หรือ EDCs) การรับสารเหล่านี้สะสมในระยะยาวสามารถส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกายได้ ดังนี้:
- ระบบไทรอยด์ งานวิจัยชี้ว่าการได้รับพาทาเลตมีความเชื่อมโยงกับระดับฮอร์โมนไทรอยด์อิสระ (FT3 และ FT4) ที่ลดลง ซึ่งสะท้อนถึงการรบกวนการทำงานของระบบไทรอยด์
- ระบบเผาผลาญ พาทาเลตอาจรบกวนกระบวนการสร้างเซลล์ไขมันและการเผาผลาญกลูโคส ซึ่งไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีรอบเอวที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่ม (BMI) และภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- ระบบสืบพันธุ์ สามารถรบกวนระบบสืบพันธุ์ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย และหากได้รับสารนี้ในช่วงตั้งครรภ์ สารเคมีสามารถส่งผ่านรกไปรบกวนการพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้
4. ทริกใช้น้ำหอมอย่างปลอดภัย หอมได้แบบไม่ต้องกังวล เราไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกจนโยนน้ำหอมทิ้งครับ เพียงแค่ปรับวิธีใช้ให้รู้เท่าทันมากขึ้น
- ฉีดลงบนเสื้อผ้าแทนผิวหนัง เพื่อลดการสัมผัสโดยตรง ลองเปลี่ยนมาฉีดน้ำหอมลงบนเสื้อผ้าแทนการฉีดลงบนผิวที่คอหรือข้อมือ ซึ่งจะช่วยลดการดูดซึมสารเคมีเข้าสู่กระแสเลือดได้
- อ่านฉลากก่อนซื้อ มองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Phthalate-Free (ปราศจากพาทาเลต) หรือเลือกใช้สกินแคร์แบบ Fragrance-Free (ปราศจากน้ำหอม) แทน
- กลุ่มเปราะบางต้องระวังเป็นพิเศษ ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร รวมถึงเด็กเล็ก ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมสังเคราะห์อย่างเคร่งครัด เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายเปราะบางและไวต่อผลกระทบจากการรบกวนฮอร์โมนมากที่สุด

