×

ทำไมวิกฤตไฟป่าในยุโรป มีแนวโน้มรุนแรงและรับมือได้ยากกว่าปีที่ผ่านๆ มา

28.07.2026
  • LOADING...
ภาพไฟป่าขนาดใหญ่ในยุโรปที่กำลังลุกไหม้และมีควันหนาทึบ

วันนี้ (28 กรกฎาคม) สถานการณ์ไฟป่าในยุโรป โดยเฉพาะในฝรั่งเศสและสเปน กำลังเผชิญกับวิกฤตที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี พื้นที่ป่าในสเปนถูกทำลายไปแล้วกว่า 150,000 เฮกตาร์ (ราว 937,500 ไร่) และ 115,000 เฮกตาร์ (ราว 718,750 ไร่) ในฝรั่งเศส ทำให้ประชาชนหลายแสนคนต้องอพยพออกจากพื้นที่

 

สาเหตุที่ทำให้วิกฤตไฟป่าในยุโรปมีแนวโน้มรุนแรงและรับมือได้ยากกว่าปีที่ผ่านๆ มา

 

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและคลื่นความร้อนที่รุนแรง

 

ยุโรปเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติอย่างต่อเนื่องหลายระลอก ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยอุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 40-42 องศาเซลเซียส ผสมผสานกับความชื้นที่ต่ำและลมแห้ง ทำให้ความเสี่ยงของไฟป่าพุ่งสู่ระดับ ‘รุนแรงที่สุด’

 

ริก แม็กเคร อาจารย์พิเศษจากกลุ่มวิจัยไฟป่า มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW) ให้ความเห็นกับ The Guardian ว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของอุณหภูมิที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่คือ ‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบเต็มขั้น’ (Full-on Climate Change) ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในชั้นบรรยากาศและสภาพอากาศที่พื้นผิวโลก ทำให้ไฟป่าทวีความรุนแรงขึ้น

 

ริก แม็กเคร ยังได้อธิบายถึงความอันตรายของการก่อตัวของ ‘เมฆพายุไฟ’ (Pyrocumulonimbus หรือ PyroCb) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พายุฝนฟ้าคะนองได้ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ภายในกลุ่มควันไฟ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศอย่างมหาศาล โดยเขาย้ำว่า การเกิดเมฆชนิดนี้เป็นการยืนยันว่า ไฟป่าอยู่ในระดับที่อันตรายอย่างยิ่งและเป็นเหตุผลที่สมควรต้องอพยพผู้คน แม็กเครยังสังเกตอีกว่า นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ประเทศฝรั่งเศสต้องเผชิญและรับมือกับปรากฏการณ์เมฆพายุไฟนี้

 

การสะสมของ ‘เชื้อเพลิง’ จากความผันผวนของสภาพอากาศ

 

ฤดูหนาวที่ผ่านมามีฝนตกชุกและเปียกชื้นผิดปกติ ทำให้พืชพรรณต่างๆ เจริญเติบโตจำนวนมาก แต่หลังจากนั้นกลับมีปริมาณน้ำฝนที่ต่ำมากตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิเป็นต้นมา ภัยแล้งได้เปลี่ยนพืชพรรณเหล่านี้ให้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี

 

เบรนดัน วูด จากหน่วยงานวิเคราะห์ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา MetDesk อธิบายกับ The Guardian ถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้วิกฤตไฟป่าครั้งนี้ลุกลามอย่างรวดเร็วว่า เกิดจากฝนที่ตกชุกผิดปกติในฤดูหนาวซึ่งทำให้มีพืชพรรณเติบโตจำนวนมาก และเมื่อเจอกับภัยแล้งที่ตามมาตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ พืชพรรณเหล่านี้จึงกลายเป็น ‘เชื้อเพลิงชั้นดี’ (Fine Fuels) ที่ติดไฟได้ง่าย นอกจากนี้ ความแห้งแล้งที่ยาวนานยังทำให้เชื้อเพลิงขนาดใหญ่ เช่น พุ่มไม้และรากไม้ นั้นแห้งสนิท ซึ่งจะเผาไหม้ด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่า กินเวลานานกว่า และสามารถสร้างเถ้าถ่านที่ปลิวไปไกลกว่าเดิม

 

จากปัจจัยความรุนแรงเหล่านี้ มีส่วนทำให้ทรัพยากรในการดับเพลิงของสหภาพยุโรปกำลังเผชิญกับความตึงเครียดอย่างหนัก โดย ฮัดจา ลาห์บิบ กรรมาธิการสหภาพยุโรปได้ออกมาเตือนว่า สภาพอากาศสุดขั้วกำลังคืบคลานและขยายวงกว้างไปยังฮังการี สโลวาเกีย สาธารณรัฐเช็ก และโปรตุเกส

 

ยิ่งไปกว่านั้น แนวโน้มของวิกฤตนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงโดยง่าย เนื่องจากความกดอากาศสูงจะทำให้ฝนทิ้งช่วงไปจนถึงปลายสัปดาห์ และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดคลื่นความร้อนระลอกที่ 4 ซึ่งอาจทำให้ภัยคุกคามจากวิกฤตไฟป่าขนาดใหญ่นี้ลากยาวไปจนถึงเดือนสิงหาคม สอดคล้องกับคำเตือนของ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่ระบุถึงสถานการณ์นี้ว่า “สัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และพวกเราจะต้องยืนหยัดให้มั่น” เพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพอากาศที่กำลังท้าทายยุโรปอยู่ในขณะนี้

 

ภาพ: Florion Goga / Reuters

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising