หลังใช้เวลากว่า 14 ปีนับจากการได้รับการบรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของ UNESCO เมื่อปี 2012 และในที่สุด วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม อย่างเป็นทางการ ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
นี่ไม่ใช่เพียงข่าวดีของชาวนครศรีธรรมราช แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของประเทศไทย เพราะวัดพระมหาธาตุฯ กลายเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของภาคใต้ และเป็น มรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย หรือ แห่งที่ 6 ในประเภทมรดกโลกทางวัฒนธรรม ตอกย้ำคุณค่าของแหล่งอารยธรรมไทยบนเวทีโลก
สิ่งที่ทำให้วัดพระมหาธาตุฯ มีความโดดเด่น ไม่ได้อยู่เพียงความเก่าแก่ขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ หากแต่อยู่ที่บทบาทของนครศรีธรรมราชในฐานะเมืองท่าสำคัญบนเส้นทางการค้าทางทะเลโบราณ ซึ่งเคยเป็นจุดบรรจบของผู้คน ความเชื่อ และวัฒนธรรมจากหลากหลายภูมิภาค ทั้งอินเดีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย และ เมียนมา ก่อนจะหล่อหลอมกลายเป็นอัตลักษณ์เฉพาะของเมืองแห่งนี้
ร่องรอยของการแลกเปลี่ยนดังกล่าวสะท้อนผ่านศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และพุทธศาสนา จนได้รับการรับรองตามเกณฑ์มรดกโลกด้านการแลกเปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรม ซึ่งยกย่องวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารให้เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญของการเชื่อมโยงอารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะเดียวกัน วัดแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับในฐานะ Living Heritage หรือฐานะมรดกที่ยังคงมีชีวิต ไม่ใช่เพียงโบราณสถานที่หยุดนิ่งอยู่ในอดีต แต่ยังเป็นศูนย์กลางของศรัทธาและวิถีชีวิตที่สืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน


หนึ่งในภาพที่สะท้อนคุณค่าดังกล่าวได้ชัดเจนที่สุดคือ ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ พิธีกรรมที่พุทธศาสนิกชนร่วมกันอัญเชิญผืนผ้ายาวขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ประเพณีที่สืบทอดต่อเนื่องมาหลายศตวรรษและยังคงมีผู้คนจากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมด้วยความศรัทธาในทุกปี
การได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรายชื่อของประเทศไทยบนแผนที่ UNESCO หากยังเป็นการเปิดประตูให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักภาคใต้ในอีกมิติหนึ่ง จากจุดหมายปลายทางแห่งทะเลและชายหาด สู่ดินแดนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และจิตวิญญาณที่ดำรงต่อเนื่องมายาวนานกว่าพันปี
สำหรับนักเดินทาง นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการกลับไปทำความรู้จักนครศรีธรรมราชอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงเพื่อชมความงดงามขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ แต่เพื่อสัมผัสเรื่องราวของเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอารยธรรมของคาบสมุทร และยังคงรักษาศรัทธา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตเอาไว้ได้อย่างงดงามจนได้รับการยอมรับในระดับโลก
ภาพ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

