×

ถอดรหัส Gastronomy Tourism เที่ยวเชิงอาหารโตแรง เจาะลึกโอกาสไทยก้าวสู่ Destination ระดับโลก เป็นไปได้แค่ไหน

20.07.2026
  • LOADING...
เชฟกำลังจัดจานอาหารในร้านอาหารหรู

การท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Gastronomy Tourism กำลังกลายเป็นเมกะเทรนด์ที่ทั่วโลกจับตามอง ไม่ใช่เพียงแค่การชิมอาหาร แต่คือรูปแบบการเดินทางที่ใช้อาหารเป็นแรงจูงใจหลักและเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับวัฒนธรรมหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น ครอบคลุมตั้งแต่การออกไปเรียนรู้ที่มาของจานอาหาร การทัวร์เชิงเกษตร การทดลองทำอาหารท้องถิ่น ไปจนถึงการเข้าร่วมเทศกาลอาหาร

 

 
 

โชติกา ชุ่มมี ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการผลิต ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ในรายการ Morning Wealth ระบุว่า Gastronomy Tourism ไม่ใช่เพียงแค่การชิมอาหาร แต่คือรูปแบบการเดินทางที่ใช้อาหารเป็นแรงจูงใจหลักและเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับวัฒนธรรมหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น ครอบคลุมตั้งแต่การออกไปเรียนรู้ที่มาของจานอาหาร การทัวร์เชิงเกษตร เช่น ฟาร์มโคนม ไร่ชา การทดลองทำอาหารท้องถิ่น ไปจนถึงการเข้าร่วมเทศกาลอาหาร

 

โดยเทรนด์นี้กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย World Food Travel Association ประเมินว่า ตลาดการท่องเที่ยวเชิงอาหารในปี 2024 มีมูลค่าราว 13,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะพุ่งทะยานสู่ 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2034 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 20% ต่อปี ปัจจัยผลักดันหลักมาจากไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials) ที่มองหาประสบการณ์แปลกใหม่และลึกซึ้ง รวมถึงอิทธิพลมหาศาลจากโซเชียลมีเดียและคอนเทนต์รีวิวอาหาร

 

ถอดบทเรียนความสำเร็จ ‘ญี่ปุ่น’ แชมป์ภาพลักษณ์ระดับโลก

 

หากพูดถึงต้นแบบความสำเร็จ ‘ญี่ปุ่น’ คือประเทศที่ครองแชมป์ผู้นำด้านภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงอาหาร จากผลสำรวจของ ททท. ร่วมกับ Kinetic Consulting ความโดดเด่นนี้มาจากความหลากหลายของวัตถุดิบที่สดใหม่ตามฤดูกาล ความพิถีพิถันในการปรุง รสชาติที่มีความซับซ้อน (อูมามิ) และมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง

 

แต่หัวใจสำคัญที่สุดคือ การบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติอย่างเป็นระบบ รัฐบาลกลางมีการอุดหนุนงบประมาณราว 50 ล้านเยนต่อโครงการให้กับรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อนำวัฒนธรรมอาหารมาต่อยอดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวในเมืองรอง ลดปัญหา Over Tourism นอกจากนี้ยังมีการดึงภาคเอกชนอย่างบริษัทรถไฟมาร่วมจัดแคมเปญ เสิร์ฟอาหารปรุงสดจากวัตถุดิบท้องถิ่นบนเส้นทางเดินรถไฟ ซึ่งถือเป็นการบูรณาการที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

 

5 จุดแข็งของไทย สู่การเป็น Gastronomy Destination

 

SCB EIC มองว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมอย่างมากในการก้าวเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่

 

  • ความพร้อมเชิงกายภาพ: ไทยมีความมั่นคงด้านอาหาร ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
  • อัตลักษณ์รสชาติที่โดดเด่น: อาหารไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีชื่อเสียงในระดับโลกมาอย่างยาวนาน
  • มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับสากล: การได้รับรางวัล Michelin Star อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่ม Street Food, Fine Dining และ Chef Table ช่วยการันตีคุณภาพและยกระดับภาพลักษณ์วงการอาหารไทยให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
  • โครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวครบครัน: ความหลากหลายของที่พัก ระบบคมนาคมที่ครอบคลุม และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย
  • นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ: การผลักดันอาหารไทยให้เป็น Soft Power การสนับสนุนใช้วัตถุดิบ GI ท้องถิ่น การโปรโมตท่องเที่ยวเมืองรอง และการจัดงานเทศกาลอาหารระดับโลก

 
ความท้าทายที่ไทยต้องเร่งปลดล็อก แม้จะมีจุดแข็งมากมาย แต่ไทยยังต้องพัฒนาและต่อยอดอีกหลายมิติเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มีดังนี้

 

  • ยกระดับมาตรฐานสุขอนามัย: โดยเฉพาะความสะอาดในร้านอาหารริมทาง (Street Food) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
  • สร้างมูลค่าด้วย Storytelling: พัฒนาทักษะการเล่าเรื่องและสร้างแบรนด์อาหารท้องถิ่นให้น่าสนใจ
  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ครอบคลุม: พัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยในการรีวิว ชี้เป้าร้านลับในเมืองรอง การจองห้องพัก และระบบชำระเงินให้สะดวกยิ่งขึ้น
  • ขยายผลการท่องเที่ยวเชิงเกษตร: ดึงเกษตรกรผู้ผลิตต้นน้ำเข้ามาอยู่ใน Ecosystem เพื่อขยายเส้นทางการท่องเที่ยวให้กว้างขึ้น
  • ต่อยอด Soft Power และเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ: สอดแทรกเรื่องราวอาหารลงในสื่อระดับสากล ซีรีส์ และภาพยนตร์ พร้อมนำ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเพื่อออกแบบแคมเปญให้ตรงใจ

 

ขณะที่มีความท้าทายที่สำคัญที่สุดของไทยคือ การเชื่อมต่อนโยบายอย่างเป็นระบบครบวงจร (End-to-End) SCB EIC เสนอว่าไทยควรสร้าง Gastronomy Platform ขึ้นมาเป็นศูนย์กลางเพื่อเชื่อมคนตั้งแต่ต้นน้ำ (ผู้ผลิต) กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ (นักท่องเที่ยว) แพลตฟอร์มนี้จะทำหน้าที่เป็นทั้ง Marketplace, Data Hub และ Experience Sharing Platform ซึ่งจะช่วยยกระดับการเข้าถึงข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนการตลาด และลดต้นทุนรวมของอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน

 

ภาพ: Nelson Antoine / Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories