×

เอพี ปิดยอดขายหุ้นกู้ 6,300 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายเท่าตัว เดินหน้าแผนเปิด 42 โครงการใหม่ สวนทางวิจัยชี้กำลังซื้ออสังหาฯ ซบเซา

18.07.2026
  • LOADING...
ภาพ รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร เอพี ไทยแลนด์

บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในการระดมทุนผ่านหุ้นกู้มูลค่า 6,300 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้เกือบเท่าตัว ท่ามกลางภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสภาวะเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือน ตามการประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทยและ SCB EIC ที่ระบุตรงกันว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ในตลาดยังคงเปราะบางและมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า

 

 

เดินหน้า 42 โครงการใหม่ภายใต้วินัยการเงิน

 

ยอดการจองซื้อหุ้นกู้ที่ทะลุเป้าหมายเดิมจาก 3,500 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อสถานะทางการเงินของเอพี ไทยแลนด์ โดยบริษัทสามารถรักษาสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนไว้ในระดับ 0.64 เท่า ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2569 และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ A แนวโน้ม Stable จากทริสเรทติ้ง

 

เม็ดเงินระดมทุนรอบใหม่นี้จะถูกนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนแผนธุรกิจเชิงรุกในปี 2569 ซึ่งบริษัทตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 42 โครงการ มูลค่ารวม 55,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดและขยายฐานลูกค้าในทุกทำเลศักยภาพ

 

รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่านักลงทุนสถาบันให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีรากฐานทางการเงินและทิศทางการเติบโตที่ชัดเจน โดยปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและส่งมอบรวมกว่า 215 โครงการทั่วประเทศ การรักษาเสถียรภาพทางการเงินจึงเป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจระยะยาว เพื่อให้องค์กรสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดและรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้สินเชื่อบ้านส่อแววหดตัว

 

แม้ผู้ประกอบการรายใหญ่จะมีความพร้อมในการลงทุน แต่ภาพรวมอุปสงค์ในตลาดยังคงเผชิญความท้าทาย ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยของระบบธนาคารพาณิชย์ในปี 2569 อาจไม่ขยายตัว โดยคาดการณ์อยู่ในกรอบติดลบ 0.5 ถึง 0.0 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

 

แม้ตัวเลขสินเชื่อในไตรมาสแรกจะปรับตัวดีขึ้น แต่งานวิจัยระบุว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากการรีไฟแนนซ์ของลูกหนี้เดิมที่มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 35.2 ของสินเชื่อปล่อยใหม่ทั้งหมด มากกว่าการเกิดความต้องการซื้อใหม่จากผู้บริโภค

 

ประกอบกับสถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการพิจารณาวงเงินสินเชื่ออย่างเข้มงวด ทั้งในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่าและสูงกว่า 10 ล้านบาท ส่งผลให้แรงส่งจากสินเชื่อใหม่มีข้อจำกัดอย่างชัดเจน

 

SCB EIC เผยกำลังซื้ออสังหาฯ ลดสุดในรอบ 4 ปี

 

สอดคล้องกับรายงานการสำรวจของ SCB EIC ที่พบว่าสัดส่วนผู้ที่ไม่มีแผนจะซื้อที่อยู่อาศัยในช่วง 5 ปีข้างหน้าปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 56 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี

 

ปัจจัยหลักเกิดจากปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ภาระหนี้สินเดิมที่อยู่ในระดับสูง และราคาที่อยู่อาศัยใหม่ที่ปรับตัวขึ้นจนยากต่อการเข้าถึง

 

รายงานของ SCB EIC ยังระบุว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาการผ่อนชำระผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงการคงมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือร้อยละ 0.01 ต่อไป เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มที่มีความพร้อมทางการเงินตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

 

ในขณะที่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว เช่น การเพิ่มรายได้และการพัฒนานโยบายที่อยู่อาศัยสำหรับสังคมผู้สูงอายุ ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายที่รอความชัดเจนจากภาครัฐต่อไป

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories