×

สปสช. แจงปมเลื่อนจ่ายเงินผู้ป่วยในสังกัด สธ. ยันกองทุนไม่ขาดสภาพคล่อง พร้อมเคาะโอนงวดเดือน มิ.ย. แล้ว

โดย THE STANDARD TEAM
16.07.2026
  • LOADING...
โลโก้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

วันนี้ (16 กรกฎาคม) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการประกาศเลื่อนจ่ายเงินค่าบริการผู้ป่วยใน เฉพาะหน่วยบริการที่อยู่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยระบุว่าสาเหตุหลักมาจากการรอหารือร่วมกับทางกระทรวงสาธารณสุข เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณร่วมกัน ซึ่งล่าสุดภายหลังการหารือเบื้องต้น ทั้งสองฝ่ายได้มีมติร่วมกันให้ดำเนินการโอนจ่ายเงินค่าบริการผู้ป่วยในงวดเดือนมิถุนายน 2569 ให้แก่หน่วยบริการสังกัด สธ. ไปก่อน

 

ทั้งนี้ สปสช. ได้เปิดเผยลำดับเหตุการณ์ (Timeline) การดำเนินงานเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน

 

  • วันที่ 14 กรกฎาคม 2569: สปสช. ได้ขึ้นประกาศผ่านทางเว็บไซต์ แจ้งเลื่อนการจ่ายเงินให้แก่หน่วยบริการสังกัด สธ. เนื่องจากในขณะนั้นยังอยู่ระหว่างการนัดหมายหารือกับกระทรวงสาธารณสุข
  • วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 (ช่วงบ่าย): ตัวแทนจาก สปสช. ได้เข้าหารือกับ สธ. เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการร่วมกัน โดยในระหว่างที่รอการนัดหมายหารือระดับผู้บริหารสูงสุด (ระหว่างปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเลขาธิการ สปสช.) ที่ประชุมได้มีข้อสรุปเบื้องต้นให้ สปสช. ดำเนินการโอนเงินค่าบริการผู้ป่วยในงวดเดือนมิถุนายน 2569 ให้แก่หน่วยบริการไปก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องของโรงพยาบาล

 

สปสช. ขอย้ำเตือนและยืนยันว่า การเลื่อนโอนเงินที่เกิดขึ้นกับหน่วยบริการสังกัด สธ. นั้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากกองทุนไม่มีงบประมาณหรือขาดสภาพคล่องแต่อย่างใด แต่เป็นกระบวนการบริหารจัดการภายในที่ต้องรอความชัดเจนจากการหารือร่วมกับ สธ. ขณะเดียวกัน การจ่ายเงินชดเชยค่าบริการให้แก่หน่วยบริการสังกัดอื่นๆ นอกเหนือจาก สธ. ยังคงดำเนินการโอนจ่ายตามรอบบัญชีปฏิทินตามปกติ ไม่มีการเลื่อนจ่ายแต่อย่างใด

 

สำหรับประเด็นสำคัญที่จะต้องมีการหารือร่วมกันในระดับผู้บริหารระหว่าง สธ. และ สปสช. ต่อไป คือการบริหารจัดการงบประมาณปี 2569 กรณีที่ สปสช. ได้จ่ายเงินค่าบริการผู้ป่วยในล่วงหน้าให้แก่หน่วยบริการไปแล้วส่วนหนึ่ง

 

เนื่องจากขณะนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงสิ้นปีงบประมาณ 2569 จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องประชุมพิจารณาแนวทางการบริหารและปรับฐานเงินจ่ายล่วงหน้าดังกล่าวให้มีความเหมาะสม เพราะหากปล่อยให้ล่วงเลยไปจนถึงเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ อาจส่งผลให้ต้องมีการเรียกคืนหรือปรับลดเงินจำนวนมากในคราวเดียว ซึ่งจะกระทบต่อการบริหารการเงินของหน่วยบริการได้ จึงเป็นที่มาของการต้องเร่งหารือเพื่อหาข้อยุติโดยเร็วที่สุด

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising