พรรคประชาชนแถลงแนวทางการจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดน อาชญากรรมข้ามชาติ และทุนสีเทา กลายเป็นประเด็นสำคัญที่พรรคประชาชนนำมาผลักดันผ่านช่องทางทางการทูตกับจีนเพื่อแก้ไขปัญหาสารพิษในแหล่งน้ำที่เกิดจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารงานของกระทรวงมหาดไทยในการจัดการปัญหาภายในประเทศที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนสีเทา
ประเด็นสำคัญ
▪️แถลงผลหารือทูตจีน รับปากพร้อมส่งข้อมูลเหมือง 2 พันกว่าแห่งในเมียนมา
หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม. เงา) ของวันนี้ (15 กรกฎาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการหารือกับสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน และสะท้อนปัญหาการสวมสิทธิ์บุคคลหรือทุนสีเทาในประเทศ
สืบเนื่องจากการประชุม ครม. เงาในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งได้หยิบยกปัญหาสารพิษในลุ่มแม่น้ำสำคัญ 6 สาย ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำรวก แม่น้ำสาย และแม่น้ำสาละวิน รวมถึงแม่น้ำสายอื่น ๆ ขึ้นมาหารือ ต่อมาในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 คณะของพรรคประชาชนได้เข้าพบเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเพื่อนำเสนอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าสารพิษดังกล่าวไม่ได้มีต้นทางจากประเทศไทย แต่เกิดจากกิจกรรมในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศเมียนมา
ภัทรพงษ์เปิดเผยว่า พรรคประชาชนได้ยื่นบันทึกและเอกสารอ้างอิงอย่างละเอียดต่อทางการจีน ประกอบด้วยผลตรวจน้ำ ตะกอนดิน และฝุ่นละออง พร้อมระบุพิกัดเหมืองแร่จำนวน 2,676 แห่งในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อประสานขอให้ทางการจีนดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายภายในของประเทศจีน
ภัทรพงษ์ระบุว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่มีเส้นแบ่งเขตแดน และประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงแต่ไม่ได้รับผลประโยชน์ใด ๆ จากกิจกรรมดังกล่าว จำเป็นต้องเป็นแกนนำเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ทางการจีนแสดงความพร้อมในการสนับสนุนประเทศไทยเพื่อจัดการปัญหาดังกล่าว เนื่องจากตระหนักดีว่ามลพิษในแหล่งน้ำส่งผลกระทบต่อประชาชนนับล้านคนในภูมิภาค สถานทูตจีนให้คำมั่นว่าหากพบหลักฐานที่ชี้ชัดว่าเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งส่งออกแร่มายังจีนก่อมลพิษจริง ทางการจีนก็พร้อมเข้ามาจัดการ เนื่องจากรัฐบาลจีนมีนโยบายเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อม และไม่ต้องการให้ประชาคมโลกมองว่าสนับสนุนธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ประเด็นนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับปัญหาทุนสีเทาและการสวมสิทธิ์ด้วย
เอกอัครราชทูตจีนได้รับปากว่าจะส่งข้อมูลดังกล่าวตรงไปยังรัฐบาลจีน พร้อมเน้นย้ำว่าการแก้ไขปัญหาจะต้องได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากจีนไม่สามารถดำเนินการได้เพียงฝ่ายเดียว
ณัฐพงษ์เสนอแนะว่า รัฐบาลไทยควรใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจควบคู่กับการเจรจาทางการทูต เนื่องจากพื้นที่ตั้งเหมืองหลายแห่งในเมียนมาอยู่ในเขตควบคุมของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งรัฐบาลเมียนมาไม่สามารถควบคุมได้โดยตรง หากพบว่าเหมืองแร่ที่ส่งออกแร่หายากไปยังจีนไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ทางการจีนสามารถออกมาตรการกดดันเพื่อให้เหมืองเหล่านั้นปฏิบัติตามมาตรฐานได้
▪️อนุทินล้มเหลวแก้ปัญหาภายในมหาดไทย หรือมีส่วนพัวพันการทุจริต
สำหรับการบริหารจัดการปัญหาภายในประเทศ ณัฐพงษ์ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่าในช่วงที่ผ่านมามีคดีสำคัญหลายเรื่องที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานภายใต้กระทรวงมหาดไทย
อาทิ การทุจริตสอบท้องถิ่น ปัญหาการสวมสิทธิ์บุคคล รวมถึงกรณีการตรวจสอบงบประมาณ 2 แสนล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งถูกระบุว่ามีลักษณะการสอดไส้รายชื่อผู้รับเหมาจนรัฐบาลต้องยกเลิกโครงการดังกล่าว
ณัฐพงษ์ตั้งข้อสังเกตว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารงานของอนุทิน ซึ่งอาจเกิดจากการที่
- นายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยอย่างเพียงพอ
- เกิดจากการรับรู้ปัญหาแต่ขาดความกล้าหาญในการจัดการ
- หรือในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต
ณัฐพงษ์ระบุเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ พรรคประชาชนจะจัดเวทีสาธารณะเพื่อนำเสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาทุนสีเทาและการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อลดต้นทุนที่ประชาชนต้องแบกรับจากการรับบริการสาธารณะในทุกช่วงวัย โดยพรรคการเมืองฝ่ายค้านเวทีฟอรัมมาพูดคุยเรื่องต่างๆ ภายใต้งาน ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ ที่จะจัดขึ้นในวันวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ที่โนโวเทลสุขุมวิท 20
“ผมคาดหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าการเยือนประเทศจีนวันนี้ของท่านนายกรัฐมนตรี จะไม่ได้เปิดงานพูดถึงเรื่อง AI อย่างเดียวเท่านั้น อยากเห็นหน้าถือของฝากกลับมามายังประเทศไทย ว่าตกลงแล้วการแก้ไขปัญหามลพิษ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชา การแก้ปัญหาเรื่องทุนสีเทา การแก้ไขปัญหาเรื่องการสวมสิทธิ์พ่อทิพย์ แม่ทิพย์ ทางการไทยพร้อมจะถือธงนำใช้เวทีทางการทูต และทางการจีนพร้อมสนับสนุนในการแก้ไขปัญหานี้อย่างไรบ้าง” ณัฐพงษ์กล่าว


