จากยักษ์รถยนต์เยอรมนี สู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ Volkswagen กำลังผ่าตัดโครงสร้างในรอบ 89 ปี หลังเผชิญแรงกดดันจากภาษีนำเข้าและกำลังผลิตล้น ขณะที่คู่แข่งจีนรุกหนัก และตลาดจีนไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิม
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า คณะกรรมการกำกับดูแลของ Volkswagen อนุมัติแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึงการลดพนักงานทั่วโลกเพิ่มอีกประมาณ 50,000 ตำแหน่ง
ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน และการแข่งขันที่รุนแรงจากค่ายรถยนต์จีน
แผนดังกล่าวถือเป็นการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 89 ปีของ Volkswagen
ขณะเดียวกัน บริษัทพร้อมสำรวจทางเลือกอื่นสำหรับโรงงาน 4 แห่งในเยอรมนี ซึ่งกำลังเผชิญกับการทยอยยุบไลน์ผลิตรถยนต์รุ่นต่างๆ ตั้งแต่ปี 2031 เป็นต้นไป
โรงงานทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ Emden, Zwickau, Neckarsulm และ Hannover ซึ่งในอีก 10 เดือนข้างหน้าจะมีการหารือเกี่ยวกับอนาคตของโรงงานเหล่านี้
ขณะที่รถยนต์รุ่นต่างๆ ที่ผลิตอยู่ในปัจจุบันจะทยอยสิ้นสุดการผลิตตั้งแต่ปี 2031 เป็นต้นไปเช่นกัน
ทั้งนี้ ข้อตกลงครั้งนี้ยังช่วยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างฝ่ายบริหารกับสหภาพแรงงาน หลัง Volkswagen ชะลอแนวคิดจัดประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายบริหารเคยพิจารณาใช้เป็นช่องทางผลักดันแผนปรับโครงสร้าง
แม้จะเผชิญการคัดค้านจากตัวแทนแรงงานและรัฐโลเวอร์แซกโซนี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของบริษัท
ภายใต้ข้อตกลง Volkswagen จะปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัทให้เรียบง่ายขึ้น พร้อมจำกัดอิทธิพลของคณะกรรมการกำกับดูแลต่อการตัดสินใจสำคัญบางประการ ซึ่งปัจจุบันตัวแทนสหภาพแรงงานและรัฐโลเวอร์แซกโซนีครองเสียงข้างมากในคณะกรรมการดังกล่าว
กำไรดิ่งหนัก หลังเจอศึกจีน-ภาษีนำเข้า
หากย้อนดูอัตรากำไรของ Volkswagen ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบทศวรรษ ในปี 2025 เจอภาษีนำเข้าที่หนักหน่วง การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในเอเชีย และตลาดจีนที่อ่อนตัวลง
“นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับอนาคตของกลุ่มบริษัท เรากำลังรับผิดชอบต่อพนักงานทั้งหมดของเรา ต่อพันธมิตรของเรา และต่อตำแหน่งงานด้านอุตสาหกรรมทั่วโลก” Oliver Blume ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Volkswagen กล่าวในแถลงการณ์
พร้อมระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นสัญญาณสำคัญต่ออนาคตของ Volkswagen Group และสะท้อนถึงความรับผิดชอบของบริษัทที่มีต่อพนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ และการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก
หลังมีการประกาศข่าว หุ้น Volkswagen ที่จดทะเบียนในแฟรงก์เฟิร์ตปิดพุ่งขึ้น 7.9% สะท้อนความโล่งใจของนักลงทุน
หลังแหล่งข่าวระบุว่า ความขัดแย้งภายในบริษัทก่อนหน้านี้มีความเสี่ยงที่จะลุกลามกลายเป็นวิกฤตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของยุโรป
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงล่าสุดเกิดขึ้นหลังการเจรจาที่ตึงเครียดต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ระหว่างคณะกรรมการและ Porsche SE ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Volkswagen กับสหภาพแรงงานและรัฐโลเวอร์แซกโซนี
โดยแนวคิดก่อนหน้านี้จะแยกธุรกิจรถยนต์นั่งและธุรกิจชิ้นส่วนของ Volkswagen ออกเป็นบริษัทต่าง หากแต่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงในแผนล่าสุด
ตลาดจีนร่วงหนัก 80%
เมื่อดูกำไรจากธุรกิจและกิจการร่วมค้าของ Volkswagen ในจีน ซึ่งเคยเป็นเรือธงหลักของผลประกอบการของบริษัท ลดลงมากกว่า 80% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แผนปรับโครงสร้างที่เรียกว่า ‘Future Plan’ มีขึ้นในช่วงที่ Volkswagen เผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งภาษีนำเข้าของสหรัฐและความอ่อนแอของตลาดรถยนต์จีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเคยเป็นแหล่งสร้างกำไรสำคัญของกลุ่ม
Volkswagen กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากทุกด้าน ถูกบีบคั้นระหว่างภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และตลาดจีนที่อ่อนแอ ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเคยเป็นแหล่งรายได้หลักของกลุ่มบริษัท
จากข้างต้น “บริษัทจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านกำลังคนทั่วโลกเพิ่มเติม ซึ่งจะรวมถึงการลดตำแหน่งงานประมาณ 50,000 ตำแหน่งทั่วโลก นอกเหนือจากการลดตำแหน่งงาน 50,000 ตำแหน่งที่กำลังดำเนินการอยู่เดิม”
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาของการลดจำนวนพนักงาน หรือวิธีการกระจายการลดจำนวนพนักงานไปยังแบรนด์และภูมิภาคต่างๆ
รู้จัก Volkswagen
Volkswagen ก่อตั้งขึ้นในปี 1937 ที่ประเทศเยอรมนี โดยชื่อ Volkswagen มีความหมายว่า ‘รถยนต์ของประชาชน’ ก่อนเติบโตเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก
Volkswagen Group เป็นเจ้าของแบรนด์รถยนต์ดังและยานยนต์ระดับโลกหลายแบรนด์ เช่น Audi, Porsche, Lamborghini, Bentley และ Škoda (รวมถึง SEAT, Cupra และมอเตอร์ไซค์ Ducati ด้วย)
ปัจจุบัน Volkswagen Group มีฐานการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ในตลาดสำคัญทั่วโลก และกำลังเร่งปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การแข่งขันจากจีน และความเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์โลก
ภาพ : U__Photo / Shutterstock
อ้างอิง

