เมื่อวานนี้ (13 กรกฎาคม) กลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีซาอุดีอาระเบีย เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศที่สนามบินนานาชาติซานา (Sanaa International Airport) ซึ่งอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มฮูตี โดยกลุ่มฮูตีมองว่า การโจมตีสนามบินดังกล่าว ถือเป็น ‘การรุกรานอย่างโจ่งแจ้ง’ และเป็นการประกาศจุดจบของช่วงเวลาแห่งการลดความรุนแรง (De-Escalation)
สาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การโจมตีกันไปมาในครั้งนี้
1.จุดเริ่มต้นจากความขัดแย้งเรื่องเที่ยวบินของอิหร่าน
ต้นตอของเหตุการณ์นี้เกิดจากเครื่องบินของอิหร่านลำหนึ่ง พยายามจะนำคณะผู้แทนของกลุ่มฮูตีเดินทางกลับจากการไปร่วมพิธีศพของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่กรุงเตหะราน โดยรัฐบาลเยเมน ที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ต้องการให้คณะผู้แทนฮูตีเดินทางกลับด้วยสายการบินในประเทศอย่าง Yemenia แต่กลุ่มฮูตีดึงดันที่จะรับเที่ยวบินอิหร่านนี้ โดยอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์และกรอบอธิปไตยด้านการบินพลเรือน จึงทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลเยเมนและกลุ่มฮูตี
2.การโจมตีสนามบินซานา เพื่อสกัดกั้นเที่ยวบิน
รัฐบาลเยเมนอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีรันเวย์สนามบินซานา โดยระบุว่าทำไปเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เครื่องบินของอิหร่านลงจอด เนื่องจากมองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและน่านฟ้าของเยเมน ตามปกติแล้วเครื่องบินที่จะเข้าน่านฟ้าเยเมนจะต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากกองกำลังผสมที่นำโดยซาอุดีอาระเบียเสียก่อน ซึ่งกองกำลังนี้เข้ามาแทรกแซงทางทหารเพื่อช่วยรัฐบาลเยเมน หลังเกิดสงครามกลางเมืองเมื่อปี 2015 และได้ทำการ ‘ปิดล้อมทางอากาศและทางทะเล’ ทั่วประเทศเยเมน โดยประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตควบคุมพิเศษเพื่อความมั่นคง การจัดเที่ยวบินตรงจากอิหร่านมายังซานาจึงถือเป็นการท้าทายกฎนี้
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลเยเมนจะอ้างความรับผิดชอบ แต่ แอนเดรียส ครีก อาจารย์ด้านความมั่นคง จาก King’s College London ให้สัมภาษณ์กับ AFP โดยประเมินว่า เครื่องบินที่เข้าโจมตีจริงน่าจะเป็นของซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากเครื่องบินรบของรัฐบาลเยเมนเก่าเกินกว่าจะปฏิบัติการระยะไกลได้
3.การตอบโต้ของกลุ่มฮูตีต่อซาอุดีอาระเบีย
เพื่อเป็นการเอาคืน กลุ่มฮูตีจึงได้ยิงขีปนาวุธและโดรนพุ่งเป้าไปที่สนามบินนานาชาติอับฮา (Abha International Airport) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย โดยโฆษกกองทัพฮูตีประกาศเตือนสายการบินต่างๆ ไม่ให้บินผ่านน่านฟ้าของซาอุดีอาระเบีย โดยให้ถือเป็นเรื่องจริงจัง จนกว่าจะมีการยกเลิกการปิดล้อมสนามบินซานา
ผลกระทบและสถานการณ์ปัจจุบัน
เหตุการณ์นี้ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ระหว่างกลุ่มฮูตีและซาอุดีอาระเบีย และเป็นการทำลายความสงบและข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022 ระหว่างทั้งสองฝ่าย
ท้ายที่สุด เครื่องบินของอิหร่านลำดังกล่าวต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่สนามบินโฮเดดะห์ (Hodeida Airport) ซึ่งกลุ่มฮูตีควบคุมอยู่แทน ขณะที่รัฐบาลเยเมนได้ออกคำสั่งให้ปิดสนามบินทุกแห่งในเยเมนอย่างไม่มีกำหนดและมีผลในทันที
ทางด้านองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้เรียกประชุมฉุกเฉินและแสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า หากการโจมตีตอบโต้กันไปมายังดำเนินต่อไป อาจทำให้กรอบการหยุดยิงพังทลายลงโดยสมบูรณ์ และทำให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างจนภูมิภาคนี้ไม่อาจรับมือได้
แฟ้มภาพ: Mohammed Hamoud / Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/world/middle-east/yemeni-military-targets-sanaa-airport-runway-stop-iranian-plane-landing-defence-2026-07-13/
- https://apnews.com/article/yemen-houthis-airport-saudi-strikes-7bddae3006304df8bf7f89e980006b33
- https://www.france24.com/en/live-news/20260713-yemen-government-says-attacked-sanaa-airport-reviving-dormant-conflict


