×

รัดเกล้าแจงปมโหวต พ.ร.บ.สันติสุข ยืนยันไม่ล้างผิด ม.112 ชี้ค้านร่าง ส.ว. เพราะตัดสิทธิฟื้นฟูเยาวชนและสอดไส้คดีฮั้วเลือกตั้ง

โดย THE STANDARD TEAM
10.07.2026
  • LOADING...
ภาพ รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ถูกกล่าวหาและเกิดความเข้าใจผิดว่าไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จากกรณีการลงมติร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรม เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569

 

โดยยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยสนับสนุนการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่ต้องการรักษากระบวนการบำบัดฟื้นฟูเยาวชน และคัดค้านการสอดไส้นิรโทษกรรมคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

 

รัดเกล้าระบุถึงสถานการณ์ในห้องประชุมสภาว่า ตนเองนั่งอยู่ข้าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขณะทำการอภิปราย ซึ่งมีเนื้อหาที่แบ่งแยกประเด็นการนิรโทษกรรมและมาตรการบำบัดฟื้นฟูเยาวชนออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนและสถาบันพระมหากษัตริย์

 

รัดเกล้ายังยืนยันถึงความจงรักภักดีและอุดมการณ์ของตระกูลสุวรรณคีรี รวมถึง ไตรรงค์ สุวรรณคีรี บิดา ในการยึดมั่นและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด

 

รัดเกล้าอธิบายหลักการประการแรกว่า

 

  • ประชาธิปไตยและความจงรักภักดีไม่ใช่ความขัดแย้งกัน การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้มีการถกเถียงอย่างหนักภายในพรรค สำหรับประเด็นมาตรา 112 ตนเองมองว่าผู้กระทำผิดคือผู้ที่ย่ำยีความศรัทธาของคนไทย บุคคลในสังคมมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกแต่ต้องเคารพและปกป้องศรัทธาของผู้อื่น

 

ที่ผ่านมาตนเองได้ร่วมต่อสู้กับประชาชน ต่อต้านการกระทำของกลุ่มทะลุวังและการขัดขวางขบวนเสด็จ เนื่องจากเชื่อว่ามาตรา 112 เป็นเสาหลักของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และผู้ละเมิดถือเป็นภัยต่อการปกครองดังกล่าว

 

รัดเกล้าให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มเยาวชนว่า เยาวชนบางรายอาจกระทำไปโดยถูกปลุกปั่น ทำตามกระแส หรืออาจเกิดความสำนึกผิดในภายหลัง การให้โอกาสผ่านแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเพื่อให้เยาวชนกลับมามีความเข้าใจที่ดีขึ้นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่า

 

ส่วนเยาวชนที่กระทำโดยตั้งใจและไม่สำนึกจะไม่ร้องขอแผนดังกล่าว หรือหากร้องขอเพื่อหลุดพ้นความผิดและไปกระทำผิดซ้ำก็จะไม่ได้รับสิทธิอีก การสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็งควรยึดหลักการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และการสร้างความศรัทธาในกลุ่มเยาวชนควรใช้หลัก ‘พระคุณ’ เพื่อให้โอกาสกลับตัว มากกว่าการใช้หลัก ‘พระเดช’ เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู

 

สำหรับข้อวิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์เสนอวิธีจัดการผู้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มผู้ชุมนุม รัดเกล้าชี้แจงว่า วาระการประชุมเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เป็นการพิจารณากฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข การที่อภิสิทธิ์อภิปรายเน้นเรื่องมาตรา 11 ที่ปิดกั้นโอกาสเยาวชนในการร้องขอแผนบำบัดฟื้นฟู โดยไม่ได้กล่าวถึงการจัดการผู้อยู่เบื้องหลัง ถือเป็นเรื่องที่ตรงตามวาระการประชุม การนำประเด็นดังกล่าวมาเชื่อมโยงเป็นการชักจูงให้คนรู้สึกไม่ดีต่อพรรค และยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมดำเนินบทบาทจัดการผู้อยู่เบื้องหลังเมื่อถึงวาระที่เกี่ยวข้อง

 

  • หลักการเกี่ยวกับข้อกฎหมาย รัดเกล้าลำดับเหตุการณ์ว่า สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เพื่อนิรโทษกรรมกลุ่มการเมืองทุกกลุ่มตั้งแต่ปี 2548 ถึง 2568 โดยระบุชัดเจนว่าไม่รวมถึงความผิดตามมาตรา 112 แต่ให้สิทธิบำบัดเยียวยาเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี

 

ต่อมาในชั้นกรรมาธิการของวุฒิสภาได้มีการแก้ไขสาระสำคัญสองประการ ได้แก่ การตัดมาตรา 11 ที่เปิดโอกาสให้บำบัดเยียวยาเยาวชนออก และการเพิ่มเนื้อหาในบัญชีท้ายที่อาจนำไปสู่การนิรโทษกรรมผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

 

ในการประชุมวาระที่ 3 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างที่วุฒิสภาแก้ไขกลับมา พรรคประชาธิปัตย์ลงมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภาทั้งสองประการ โดยยืนยันหลักการเดิมของร่างพระราชบัญญัติ คือไม่นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 คงการบำบัดเยาวชน และไม่นิรโทษกรรมคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

 

แม้ท้ายที่สุดร่างกฎหมายจะผ่านความเห็นชอบด้วยเสียงข้างมาก ซึ่งพรรคต้องยอมรับผลตามระบอบประชาธิปไตย รัดเกล้าย้ำว่าการลงมติของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่การสนับสนุนการนิรโทษกรรมผู้กระทำผิดมาตรา 112 และเตือนให้ประชาชนที่มีความศรัทธาพิจารณาข้อมูลอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้มองข้ามความผิดปกติที่อาจแอบแฝงอยู่ในกฎหมาย

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising