×

อภิสิทธิ์ ชี้ กกต. ไม่มีอำนาจชี้ขาดคดีฮั้ว สว. แนะส่งศาลฎีกาตามบรรทัดฐานเดิม เตือนหากขัดกฎหมายเข้าข่ายสองมาตรฐาน-ผิด ม.157

โดย THE STANDARD TEAM
11.09.2026
  • LOADING...
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว.

วันนี้ (11 กันยายน) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ราเมศ รัตนะเชวง ประธานฝ่ายกฎหมายพรรค แถลงข้อกฎหมายกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรเร่งส่งสำนวนคดีการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้ศาลฎีกาพิจารณาชี้ขาดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561

 

อภิสิทธิ์กล่าวว่า การพิจารณาในวันที่ 14 กันยายนนี้ กกต. ไม่ใช่ผู้ชี้ขาดว่าผู้ใดผิดหรือไม่ผิด แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 62 ซึ่งระบุว่าเมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ซึ่งคำว่า “ให้ยื่น” เป็นข้อบังคับ ไม่ใช่ดุลพินิจ

 

นอกจากนี้ ยังมีมาตรา 76 และมาตรา 77 ที่ครอบคลุมถึงการที่พรรคการเมืองเข้ามาสนับสนุน การซื้อเสียง หรือการจัดเลี้ยงด้วย

 

อภิสิทธิ์ระบุว่า คำว่า “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีบรรทัดฐานจากคำพิพากษาศาลฎีกาและ กกต. เองในอดีต ทั้งการเลือกตั้ง สว. ปี 2562 และปี 2567 ว่าเพียงแค่การแลกไลน์ การแลกเปลี่ยนคะแนน หรือการเลือกไขว้ ก็ถือว่าขัดเจตนารมณ์และไม่สุจริตแล้ว หาก กกต. ไม่ยึดถือบรรทัดฐานเดิมทั้งที่เคยใช้ ย่อมเป็นการเลือกปฏิบัติ สองมาตรฐาน และขัดต่อกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

อีกทั้ง กกต. 4 คน ได้รับความเห็นชอบจาก สว. ชุดที่ถูกกล่าวหา แม้กฎหมายบังคับให้เข้าประชุม แต่วิธีเดียวตามหลักนิติธรรมคือต้องส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัยแทน หาก กกต. มีคำวินิจฉัยที่ขัดต่อกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์พร้อมช่วยเหลือผู้เสียหายในการฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประผิดมิชอบกลาง

 

ส่วนกรณีที่มีการอ้างเรื่องผลไม้พิษ จากกระบวนการสอบสวน อภิสิทธิ์ชี้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยในคดี พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง และ ภูมิธรรม เวชชยชัย ยืนยันแล้วว่าการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 และกามสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชอบด้วยกฎหมาย

 

อภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากจะบอกว่า ผู้พูดทำไมไม่ดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยมีคนไปร้อง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในคดี พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง และ ภูมิธรรม เวชชยชัย ได้วินิจฉัยไว้ชัดว่ากระบวนการดำเนินการของคณะอนุฯ ชุดที่ 26 ซึ่งมีดีเอสไอ ไม่มีอะไรที่ผิด ควรที่จะยึดถือวินิจฉัยแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

 

“ตรงกันข้ามถ้า กกต. ใช้สองมาตรฐาน คำวินิจฉัยของ กกต. นั่นแหละจะเป็นผลไม้พิษ จาก กกต. ซึ่งเป็นดอกพิษ ที่มาจากวุฒิสภา ที่เป็นกิ่งก้านที่เป็นพิษ ที่มาจากพรรคการเมืองที่พยายามครอบงำวุฒิสภา เป็นต้นไม้พิษต่างหากต่างหาก แต่ที่กลัวคือผลไม้พิษลูกนี้ ไม่ใช่ผลไม้พิษธรรมดา แต่จะมีลักษณะเป็นโรคติดต่อ เพราะจะเป็นตัวที่ทำลายระบบการเมือง เปรียบเสมือน ล้มล้างเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ต้องการให้ระบบการเมืองเป็นประชาธิปไตย มีระบบการตรวจสอบถ่วงดุลไม่ให้นักการเมือง สามารถเข้าไปครอบงำ กลไกที่จะมาตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้” อภิสิทธิ์กล่าว

 

อภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า การฮั้ว สว. มีลักษณะทำเป็นขบวนการและมีหน่วยบัญชาการเชื่อมโยงกับนักการเมืองและพรรคการเมือง สำหรับกรณีการส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คนนั้น ต้องพิจารณาตามน้ำหนักพยานหลักฐานของแต่ละบุคคล หากผู้ถูกฟ้องเป็นรัฐมนตรี สส. หรือ สว. ควรจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

 

ทั้งนี้ มองว่าการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน เช่น กลุ่ม สนธิ ลิ้มทองกุล หรือกิจกรรมของ iLaw เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สะท้อนว่าประชาชนต้องการเห็นความถูกต้องและไม่ต้องการให้ระบบการเมืองถูกครอบงำ

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising