ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ (8 กรกฎาคม) มีการลงมติครั้งประวัติศาสตร์หลังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. หรือร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมือง ซึ่งเนื้อหาในมาตรา 11 มีการตัดสิทธิเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ออกจากกระบวนการฟื้นฟูบำบัด โดยมี 309 เสียง เห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืนกลับมา ขณะที่ไม่เห็นชอบ 149 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง
ประเด็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงการอภิปรายแสดงความเห็น สส. พรรคประชาชนยืนยันไม่เห็นชอบกับการแก้ไขของวุฒิสภา และมองว่าเป็นการ ‘เลือกปฏิบัติ’ ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยเสนอให้สภาฯ ลงมติเห็นชอบร่างดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องคดีทางการเมืองกว่า 6,000 คนให้รอดพ้นจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมากว่า 20 ปี แม้จะยอมรับว่าเป็นร่างกฎหมายที่ยังมีข้อจำกัดก็ตาม
พรรคประชาชนคว่ำร่าง สว. แก้ไข เหตุเป็นการเลือกปฏิบัติ-ละทิ้งเยาวชน
รศ. อนุสรณ์ ธรรมใจ สส. กทม. พรรคประชาชน อภิปรายแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา โดยระบุว่า ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต พร้อมยกว่า การเคลื่อนไหวของเยาวชนในปี 2563 เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่มีศูนย์กลางจัดตั้งแบบกลุ่มการเมืองในอดีต แต่เกิดจากความต้องการประชาธิปไตยและนิติรัฐ การใช้กฎหมายมาตรา 112 มาตรา 116 และมาตรา 110 เป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมถึงการทำนิติรัฐประหาร ส่งผลกระทบต่อระบอบประชาธิปไตยและทำให้เยาวชนจำนวนมากต้องลี้ภัยหรือสูญเสียอนาคต
อนุสรณ์ยกตัวอย่างประเทศที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ในทวีปยุโรป ซึ่งเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยระบุว่าประเทศเหล่านั้นแทบไม่มีการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะดังกล่าว หรือหากมีก็เป็นเพียงลหุโทษ ซึ่งทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความมั่นคงควบคู่กับหลักสิทธิมนุษยชน
เขายังอ้างถึงข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่าปัจจุบันมีผู้ต้องหาทางการเมืองไม่น้อยกว่า 57 คน หรือ 77% ที่ไม่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรมจากกฎหมายฉบับนี้
ด้าน ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส. กทม. พรรคประชาชน อภิปรายโต้แย้งทัศนคติที่มองว่าเยาวชนถูกล้างสมอง โดยระบุว่า เยาวชนในยุคปัจจุบันเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและการเข้าถึงข้อมูล ขณะที่เยาวชนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 มีอย่างน้อย 20 คน รวม 24 คดี พฤติการณ์ในคดีเป็นเพียงการทำโพล โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย หรือการแต่งกาย ซึ่งแตกต่างจากความผิดฐานก่อการร้าย ปิดสนามบิน หรือกบฏ ที่เคยได้รับการนิรโทษกรรมในอดีต
ศศินันท์กล่าวถึงพรรคเพื่อไทยที่ยอมให้วุฒิสภาแก้ไขมาตรา 11 โดยระบุว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นการปิดกั้นโอกาสของเยาวชน และตอบโต้คำกล่าวที่ว่าการเมืองไม่มีใครได้ทุกอย่างตามต้องการ โดยชี้ว่าเป็นคำพูดของผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ในอดีตผ่านคำสั่งที่ 66/2523 พรรคประชาชนจึงยืนยันที่จะลงมติไม่เห็นชอบกับการแก้ไขของวุฒิสภา
พรรคเพื่อไทยเห็นชอบหวังยุติความขัดแย้งเบื้องต้น แม้ร่างนี้ยังไม่สมบูรณ์
ขณะที่ จักรภพ เพ็ญแข สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายเป็นครั้งแรกหลังรายงานตัวเข้ารับตำแหน่ง สส. ในช่วงเช้าวันนี้ เขาระบุว่า ในฐานะผู้ที่เคยผ่านการต่อสู้และลี้ภัยทางการเมืองเป็นเวลา 15 ปี ความขัดแย้งที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนจำนวนมาก ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้แม้จะไม่มีความสมบูรณ์สูงสุด หรือตรงตามความต้องการทั้งหมด แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการหยุดยั้งความสูญเสียของประเทศ
จักรภพชี้ว่า การนิรโทษกรรมในอดีตมักดำเนินการโดยระบอบทหาร แต่ครั้งนี้เป็นการดำเนินการโดยรัฐสภาและรัฐบาลพลเรือน พร้อมเปรียบเทียบสถานการณ์ว่า ปัจจุบันไม่สามารถพาทุกคนข้ามไปได้พร้อมกันทั้งหมด แต่จำเป็นต้องสร้างเรือเพื่อพาคนจำนวนมากที่สุดข้ามไปก่อน แล้วจึงกลับมารับผู้ที่ยังตกค้างอยู่ในภายหลัง
จากนั้น จาตุรนต์ ฉายแสง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับมาตรา 11 ในร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่การนิรโทษกรรมมาตรา 112 แต่เป็นมาตรการเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูบำบัด การที่วุฒิสภาแก้ไขโดยยกเว้นคดีมาตรา 112 อาจถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติทางการเมืองและส่งสัญญาณที่สับสน อย่างไรก็ตาม จาตุรนต์เข้าใจถึงความกังวลเรื่องระยะเวลาหากสภาผู้แทนราษฎรปฏิเสธร่างของวุฒิสภา
ชูศักดิ์ ศิรินิล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อธิบายถึงกระบวนการพิจารณากฎหมายว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้มีหลักการชัดเจนที่จะไม่นิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 112 ความผิดฐานทุจริต หรือการฆ่าผู้อื่น ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากมาตรา 11 ที่คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มเข้ามาเพื่อให้เยาวชนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวโดยไม่ต้องถูกฟ้องร้อง แต่วุฒิสภาได้เพิ่มวรรคสองเพื่อไม่ให้รวมถึงมาตรา 112
ชูศักดิ์ชี้ว่า ทางเลือกของสภาผู้แทนราษฎรมี 2 ทาง คือหากไม่เห็นชอบ ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมและรอเวลา 180 วัน แต่หากเห็นชอบ ผู้กระทำผิดตามมาตรา 112 ก็ยังสามารถได้รับการนิรโทษกรรมในฐานความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในบัญชีแนบท้าย สภาผู้แทนราษฎรจึงต้องพิจารณาถึงประโยชน์ในการตรากฎหมายเพื่อนำประเทศเข้าสู่สันติสุข
ภูมิใจไทยย้ำความจำเป็น หากเพิ่มคดี ม. 112 หวั่นเยาวชนถูกใช้เป็นเครื่องมือ
ส่วนผู้อภิปรายคนสุดท้าย นิกร จำนง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนร่างที่วุฒิสภาแก้ไข โดยระบุว่าห ลักการในมาตรา 3 ยังคงเดิมในการห้ามการนิรโทษกรรมคดีทุจริต คดีมาตรา 112 และคดีที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย การแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจไม่มีผลกระทบในทางปฏิบัติ
ส่วนข้อกังวลที่ว่าบัญชีแนบท้ายอาจครอบคลุมถึงการฮั้วเลือก สว. นั้น นิกรยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากกฎหมายระบุชัดเจนว่าไม่รวมถึงการเลือกตั้งโดยทุจริต การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม และการมีคุณสมบัติเป็นเท็จ ส่วนความผิดฐานอั้งยี่เป็นกฎหมายคนละฉบับ ไม่เกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว.
นิกรอธิบายเพิ่มเติมถึงมาตรา 11 ว่า วุฒิสภาไม่ได้ตัดข้อความใดออก แต่เป็นการเพิ่มข้อความเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าไม่ครอบคลุมมาตรา 112 เนื่องจากหากปล่อยให้รวมอยู่ด้วย อาจขัดกับหลักการของมาตรา 3 ที่ห้ามไว้ตั้งแต่ต้น
นิกรให้ความเห็นว่า หากเยาวชนที่กระทำผิดมาตรา 112 ได้รับการนิรโทษกรรม อาจเกิดร่องรอยทางประวัติศาสตร์คล้ายคำสั่งที่ 66/2523 ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้เยาวชนถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในอนาคตและสร้างความขัดแย้งครั้งใหม่
นิกรย้ำว่า การพิจารณาให้ร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบในขณะนี้มีความจำเป็น เพื่อช่วยเหลือบุคคลอีกกว่า 6,000 คนไม่ให้ถูกผูกมัดอยู่กับกรณีนี้ และเพื่อยุติความขัดแย้งที่ดำเนินมานานกว่า 20 ปีให้สังคมกลับมาสู่ความสงบ


