วันนี้ (8 กรกฎาคม) บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน จัดกิจกรรมชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเหตุการณ์การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างการชุมนุมหน้าสถานกงสุลใหญ่จีน ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ผู้ร่วมกิจกรรมบางส่วนสวมหน้ากากรูปใบหน้าของ สี จิ้นผิง ก่อนที่แกนนำจะนำน้ำซึ่งระบุว่าเก็บมาจากพื้นที่จริงมาเทลงบนแผนที่ประเทศไทยและเมียนมา เพื่อสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำกก ลุ่มน้ำสาย ลุ่มน้ำรวก และแม่น้ำโขง
เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ประธาน กป.อพช. อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน โดยอ้างถึงข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจพบสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความรับผิดชอบของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับโครงการเหมืองแร่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา พร้อมระบุว่าการลงทุนข้ามพรมแดนควรดำเนินควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
นอกจากนี้ แกนนำยังเรียกร้องให้หน่วยงานของไทยตรวจสอบกรณีการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างการชุมนุมที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเสนอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่าประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม หลักธรรมาภิบาล และการบังคับใช้กฎหมาย เป็นปัจจัยสำคัญต่อมาตรฐานสากลที่ประเทศไทยมุ่งยกระดับในอนาคต
ช่วงท้ายของกิจกรรม ผู้ชุมนุมบางส่วนเปลี่ยนมาสวมหน้ากากของ
วิศรุต ศรีจันทร์ นักกิจกรรมที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์การชุมนุมที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
ด้าน พ.ต.อ. ศรศักดิ์ ทองมี ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ซึ่งเข้าดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและใช้แนวทางดูแลสถานการณ์อย่างเหมาะสม ก่อนที่การชุมนุมจะยุติลงโดยสงบ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประกาศปิดทำการในช่วงครึ่งวัน และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ












