×

‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ ทนายจี้แก้ปมดำเนินคดีซ้ำซ้อน ย้ำอำนาจชี้ขาดอยู่ที่ผู้ไต่สวนอิสระ

โดย THE STANDARD TEAM
06.07.2026
  • LOADING...
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และทนายความ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (6 กรกฎาคม) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าทางคดี ภายหลังนำ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางเข้าพบคณะผู้ไต่สวนอิสระตามหนังสือแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ โดยระบุว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่คณะผู้ไต่สวนได้ชี้แจงพฤติการณ์ข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ผ่านมาทางฝ่ายผู้ถูกกล่าวหารับทราบข้อมูลเพียงจากกระแสข่าวของสื่อมวลชนเท่านั้น

 

สัญญาภัชระ ชี้แจงถึงขั้นตอนทางกฎหมายว่า กระบวนการในวันนี้เป็นเพียงการรับทราบข้อกล่าวหาเบื้องต้น โดยคณะผู้ไต่สวนอิสระได้กำหนดกรอบระยะเวลาให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้ายื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและชี้แจงด้วยวาจา ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ก่อนที่จะมีการนัดหมายเพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 สิงหาคม 2569

 

ทนายความกล่าวย้ำว่า ที่ผ่านมาตนและ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้พยายามนำเสนอข้อเท็จจริงมาโดยตลอดว่า อำนาจในการดำเนินคดีนี้เป็นสิทธิ์ขาดของคณะผู้ไต่สวนอิสระ ไม่ใช่อำนาจของพนักงานสอบสวน หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งกระบวนการในวันนี้ถือเป็นการยืนยันความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว

 

สัญญาภัชระ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบันว่า กำลังเกิดลักษณะการดำเนินคดีแบบ 2 สำนวน 2 องค์กร โดยส่วนหนึ่งอยู่ในมือของคณะผู้ไต่สวนอิสระ และอีกส่วนหนึ่งเป็นกระบวนการที่ยังต้องรอฟังคำสั่งจากอธิบดีอัยการ

 

ทางทีมทนายความมองว่าคดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ควรสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง การดำเนินคดีควรใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน และไม่ควรปล่อยให้เกิดความซ้ำซ้อนใน 2 องค์กร นอกจากนี้ คดีในลักษณะนี้ใช้ระบบไต่สวนเป็นหลัก จึงควรเริ่มต้นกระบวนการจากการไต่สวน ไม่ใช่เริ่มจากการสอบสวน

 

สำหรับกรณีที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปฏิเสธการให้การในชั้นสอบสวนนั้น ทนายความอธิบายว่า เป็นเพราะประเมินแล้วว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่มีอำนาจและมีสถานะเป็นคู่ขัดแย้ง หากนำพยานหลักฐานไปชี้แจงในชั้นสอบสวน อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงเลือกที่จะสงวนพยานหลักฐานไว้เพื่อนำมาแสดงต่อคณะผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาโดยตรง

 

ส่วนประเด็นที่คณะผู้ไต่สวนมีมติ 9 ต่อ 0 ในการรับเรื่องไว้นั้น ทนายความประเมินว่า เป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นที่ชี้ให้เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยเท่านั้น ยังไม่ใช่บทสรุปของคดี ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีความพร้อมเต็มที่ในการนำพยานหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหา เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่เคยมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาจากฝ่ายเดียว สังคมจึงยังไม่ควรด่วนสรุป

 

เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงประเด็นคลิปวิดีโอหรือพยานหลักฐานที่กล่าวอ้างว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งการให้นำทองคำไปมอบเป็นสินบน ทนายความยืนยันว่า วันนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนของการแสดงหลักฐานดังกล่าว เป็นเพียงการรับทราบข้อกล่าวหาและพฤติการณ์เท่านั้น โดยพฤติการณ์ที่ได้รับแจ้งมีเพียงบางส่วนที่สอดคล้องกับสื่อ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังคงให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising