วันนี้ (4 กรกฎาคม) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เตือนประชาชนและนักเดินทางชาวไทย กรณีการพกพาและลักลอบนำกัญชาติดตัวออกนอกประเทศ ชี้ระบบรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการตรวจจับ พร้อมย้ำเตือนบทลงโทษทางกฎหมายและระเบียบใหม่ของกรมศุลกากรที่มีความเด็ดขาด
นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมามักปรากฏข่าวการจับกุมผู้โดยสารที่พยายามซุกซ่อนกัญชาเพื่อเดินทางไปยังต่างประเทศบ่อยครั้ง ทางกรมฯ จึงต้องออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการว่า การนำกัญชาติดตัวขึ้นเครื่องบินไปยังประเทศที่กัญชายังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดร้ายแรง
ปัจจุบัน ระบบรักษาความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยานและด่านตรวจสินค้า มีการบูรณาการเทคโนโลยีเครื่องเอ็กซเรย์ (X-ray) คอมพิวเตอร์ความละเอียดสูง ร่วมกับความเชี่ยวชาญในการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ศุลกากร ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการตรวจพบสิ่งผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นสารอินทรีย์หนาแน่น หรือพืชสมุนไพรควบคุมอย่างกัญชา ไม่ว่าจะถูกดัดแปลงหรือซุกซ่อนมาในรูปแบบใดก็ตาม ทำให้การลักลอบกระทำได้ยากและมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด
ด้าน นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ ได้ชี้แจงถึงบทลงโทษทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า การลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร หรือพยายามหลบเลี่ยงการตรวจค้น จะมีโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ดังนี้:
โทษจำคุก: ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี
โทษปรับ: ปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของ (รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว) หรือทั้งจำทั้งปรับ
การริบทรัพย์: ให้ดำเนินการริบของกลางทั้งหมด
นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้ปรับเพิ่มเกณฑ์การลงโทษให้มีความเข้มงวดและเด็ดขาดยิ่งขึ้น โดยมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดให้มีการจัดเก็บค่าปรับตามปริมาณกัญชาที่ตรวจยึดได้ในอัตรา 30,000 บาท ต่อกิโลกรัม และให้ริบของกลางตกเป็นของแผ่นดินทันที
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้เน้นย้ำทำความเข้าใจว่า แม้กัญชาในประเทศไทยจะมีกฎหมายรองรับและควบคุมสำหรับการใช้งานทางการแพทย์และสุขภาพ แต่สำหรับหลายประเทศทั่วโลก กัญชายังคงถูกจัดให้อยู่ในประเภท ยาเสพติดให้โทษร้ายแรง จึงขอประกาศเตือนให้ประชาชนและนักเดินทาง ศึกษารวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการสูญเสียอิสรภาพและทรัพย์สินจำนวนมาก อันเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเจตนากระทำผิดกฎหมายข้ามชาติ


