×

นักวิเคราะห์เตือน ‘ยูนิโคล่’ โตเร็วแต่เสี่ยง หลังบริษัทมีแผนขยายร้าน 40 แห่งต่อปี ที่อาจเป็นดาบสองคม

01.07.2026
  • LOADING...
ภาพหน้าร้านยูนิโคล่ พร้อมข้อความเตือนการขยายสาขาที่อาจเป็นดาบสองคม

“หากย้อนไปในปี 2005 ทาดาชิ ยาไน ผู้ก่อตั้ง ยูนิโคล่ เคยยอมรับว่าความเป็นไปได้ที่แบรนด์จะประสบความสำเร็จระดับโลกมีเพียง 0.5–1% เท่านั้น แต่ปัจจุบันผู้ก่อตั้งกลายเป็นหนึ่งในผู้มั่งคั่งที่สุดของญี่ปุ่น และยูนิโคล่กำลังขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วในยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยยอดขายในสองภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่านับตั้งแต่ 2021” ยูกิฮิโระ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของยูนิโคล่ กล่าว

 

ปัจจุบัน ยูนิโคล่มีสัดส่วนยอดขายกว่า 85% ของกลุ่มบริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง หากทำรายได้รวมตามคาดที่ 3.9 ล้านล้านเยน (ราว 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์) ในปีนี้ บริษัทจะเริ่มขยับเข้าไปใกล้กับ H&M และ ZARA ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกแฟชั่นรายใหญ่ที่สุดและพึ่งพาร้านค้าแบบออฟไลน์เป็นหลัก

 

เมื่อมาดูโมเดลธุรกิจของยูนิโคล่จะเน้นกลยุทธ์การขายสินค้าคุณภาพสูงในราคาย่อมเยา ซึ่งบริษัทเรียกว่า ‘LifeWear’ แตกต่างจากเทรนด์แฟชั่นที่ต้องปล่อยดีไซน์ใหม่อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งยูนิโคล่ออกแบบใหม่ราว 800 แบบต่อปี และเน้นการผลิตจำนวนมากต่อดีไซน์ ทำให้เกิดความได้เปรียบด้านต้นทุน รวมถึงยังร่วมมือกับซัพพลายเออร์ระยะยาว เช่น Toray ผู้พัฒนาวัสดุ Heattech, AIRism และ Ultra Light Down ทำให้ยูนิโคล่สามารถผลิตเสื้อผ้าวัสดุเทคนิคคุณภาพสูงในราคาที่สามารถเข้าถึงได้

 

นักวิเคราะห์มองว่า จุดแข็งของยูนิโคล่อยู่ที่ห่วงโซ่อุปทานที่เข้มงวด รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านวัสดุ และการควบคุมคุณภาพ ซึ่งต่างจากคู่แข่งที่มุ่งผลิตสินค้าตามเทรนด์ที่เปลี่ยนเร็ว

 

ถึงอย่างนั้นอุปสรรคยังมีอยู่ ทั้งการแข่งขันจากแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกอย่าง Shein ที่ทำรายได้สูง โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งผู้เล่นต่างชาติหลายรายเคยล้มเหลว ขณะเดียวกัน การขยายสู่ยุโรปและอเมริกาเหนือให้สำเร็จต้องการการลงทุนขนาดใหญ่ทั้งด้านของหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ และไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะปัจจุบันยอดขายยูนิโคล่มาจากออนไลน์แค่ 15% เท่านั้นถ้าเทียบกับ ZARA 26% และ H&M 30%

 

ด้านแนวทางการขยายของยูนิโคล่มีเป้าหมายให้แต่ละภูมิภาคทั้งยุโรปและอเมริกาเหนือสร้างรายได้ราว 1 ล้านล้านเยน (ประมาณ 6.2 พันล้านดอลลาร์) ภายใน 5 ปี และบริษัทวางแผนเปิดร้านราว 40 แห่งต่อปีในทั้งสองภูมิภาค โดยจะขยายสู่เมืองระดับภูมิภาคควบคู่กับเจาะทำเลใหญ่ๆ โดยนักวิเคราะห์เตือนว่าการขยายเร็วในจำนวนมากอาจเป็นดาบสองคม หากการบริหารจัดการและการปรับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับรสนิยมท้องถิ่นยังไม่ดีพอ

 

อีกด้านหนึ่ง ความภักดีของลูกค้าในยุโรปและอเมริกาเหนือเริ่มเพิ่มขึ้น สะท้อนจากอัตราลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเพิ่มจาก 40% เป็น 60% ใน 4 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในยุโรปที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ทำให้ยูนิโคล่มองว่า หากได้ฐานความเชื่อถือในยุโรปแล้ว จะเปิดทางสู่ตลาดอื่นๆ เช่น ตะวันออกกลาง, ละตินอเมริกา และแอฟริกา ได้ในอนาคต

 

นอกจากนี้ ความท้าทายเชิงภาพลักษณ์และจริยธรรมก็มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะข้อครหาว่าซัพพลายเชนของบริษัทอาจเกี่ยวข้องกับการใช้ฝ้ายจากมณฑลซินเจียง ซึ่งยูนิโคล่ปฏิเสธว่าใช้ในปี 2024 แต่ก็เผชิญแรงต้านจากผู้บริโภคในจีน ขณะเดียวกัน นักวิจารณ์เตือนว่าโมเดลสินค้าพื้นฐานอาจเผชิญปัญหาความน่าเบื่อ ทำให้โอกาสในการกระตุ้นการซื้อซ้ำในระยะยาวมีจำกัด

 

เรียกได้ว่าความสำเร็จระดับโลกของยูนิโคล่ยังผูกพันกับบุคลิกภาพของผู้ก่อตั้ง โดย จุนสึเกะ อุซามิ อดีตผู้บริหารยูนิโคล่ กล่าวว่า ‘ทาดาชิ ยาไน’ เคยเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูง โดยที่ไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญา ‘without notice’ ที่เน้นการพัฒนาต่อเนื่อง และตั้งแต่ปี 1991 ยังประกาศว่าจะทำให้ยูนิโคล่เป็น ‘แมคโดนัลด์ของวงการเสื้อผ้า’ ด้วยเมนูจำกัดและห่วงโซ่อุปทานที่ตอบสนองรวดเร็ว

 

ถึงแม้ ทาดาชิ ยาไนจะเริ่มส่งต่อการบริหารให้ผู้บริหารรุ่นใหม่และมอบหน้าที่ประธานแก่ ไดสุเกะ สึคาโกชิ ในปี 2023 แต่เขายังไม่ได้ประกาศผู้สืบทอดที่ชัดเจน และการเปลี่ยนผ่านความเป็นผู้นำยังถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงในการกำหนดทิศทางระยะยาวของกลุ่ม

 

สุดท้ายแล้ว ผู้บริหารยูนิโคล่ย้ำว่าจะเดินหน้าพัฒนาสินค้าหลัก ขยายหมวดเครื่องแต่งกายเสริม เช่น แว่นกันแดด และผลักดันแบรนด์ GU ที่เจาะกลุ่มวัยรุ่น ในราคาย่อมเยา ซึ่งปัจจุบันแบรนด์นี้คิดเป็นประมาณ 11% ของยอดขายกลุ่ม

 

ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดกล่าวว่า การเติบโตหลังจากการขยายสู่ยุโรปและสหรัฐฯ อาจพาบริษัทไปสู่ไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นอกเหนือจากเสื้อผ้า เช่น สกินแคร์หรือของใช้ในบ้าน แต่การจะท้าทายตำแหน่งผู้นำโลกของบริษัท Inditex ได้หรือไม่นั้น ขึ้นกับการบริหารจัดการการขยายธุรกิจ ตลอดจนคุณภาพผลิตภัณฑ์ และความต่อเนื่องของวิสัยทัศน์ที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของผู้ก่อตั้ง

 

ภาพ: VTT Studio/shutterstock

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories