×

ถอดรหัส Smart Spending: เปลี่ยนรายจ่ายที่จำเป็น ให้เป็นแต้มต่อทางการเงินในยุคเศรษฐกิจผันผวน

01.07.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบแสดงแนวคิด Smart Spending กับการใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น บัตรเครดิตยูโอบี เพื่อสร้างแต้มต่อทางการเงิน

เมื่อเศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัว คำแนะนำที่เรามักได้ยินคือการ ‘รัดเข็มขัด’ และลดการใช้จ่าย แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2569 สะท้อนภาพที่แตกต่างออกไป คนไทยไม่ได้หยุดใช้จ่ายแต่กำลัง “จัดลำดับความสำคัญของการใช้เงินใหม่”

 

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การลดการบริโภค แต่เปลี่ยนผ่านจากการใช้จ่ายที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการและประสบการณ์ (Experience-led Spending) ไปสู่การใช้จ่ายที่ให้ความสำคัญกับคุณค่า ความจำเป็น และผลตอบแทนที่จับต้องได้มากขึ้น

 

รายงานจาก Bain & Company และ NielsenIQ ระบุว่า ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังนิยามคำว่า ‘ความคุ้มค่า’ ใหม่ โดยไม่ได้มองเพียงสินค้าราคาถูก แต่หันมาให้น้ำหนักกับสินค้าและบริการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงในการใช้ชีวิตประจำวัน

 

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลการใช้บัตรเครดิตของยูโอบี พบว่า หมวดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน (Essential Everyday Expenses) เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ประกันภัย สุขภาพ และสถานีบริการน้ำมัน ยังคงเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงใช้จ่าย แต่วางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น และคาดหวังให้ทุกการใช้จ่ายคุ้มค่ามากที่สุด

 

ภาพประกอบแสดงแนวคิด Smart Spending กับการใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น บัตรเครดิตยูโอบี เพื่อสร้างแต้มต่อทางการเงิน 1

 

ถ้ามองในมุมนี้ Smart Spending ไม่ได้หมายถึงการใช้จ่ายน้อยลง แต่คือการทำให้ทุกการใช้จ่ายสร้างผลลัพธ์ได้มากขึ้น 

 

1. เปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ให้สร้างมูลค่ากลับคืน(Optimise Everyday Spending): รายจ่ายประจำวันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน แต่ผู้บริโภคสามารถทำให้รายจ่ายเหล่านี้สร้างผลตอบแทนกลับคืนมาได้ ผ่านการเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเครดิตเงินคืน คะแนนสะสม หรือสิทธิประโยชน์ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะในยุคที่ค่าครองชีพพุ่งสูง ความคุ้มค่าไม่ได้มาจากการตัดรายจ่ายเสมอไป แต่มาจากการรู้จักบริหารรายจ่ายเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

 

2. รักษาสภาพคล่องสำหรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ (Preserve Liquidity): หนึ่งในข้อผิดพลาดทางการเงินที่พบได้บ่อย คือการนำเงินออมหรือเงินลงทุนระยะยาวออกมาใช้กับค่าใช้จ่ายที่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยวิธีอื่น เมื่อเกิดค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่จำเป็น เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าเล่าเรียนบุตรหลาน การใช้ทางเลือกอย่างโปรแกรมแบ่งชำระดอกเบี้ย 0% ในระยะสั้น สามารถช่วยให้ครอบครัวบริหารกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบต่อเงินออมหรือเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว

 

3. ใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ (Improve Financial Visibility): การบริหารเงินที่ดีต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเองอย่างแท้จริง ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถเห็นภาพรวมการใช้จ่ายของตนเองได้ชัดเจนกว่าที่เคยผ่านเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ การมองเห็นข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การตัดสินใจทางการเงินมีความแม่นยำมากขึ้น และช่วยให้สามารถปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายได้อย่างทันท่วงที

 

4. เลือกการใช้จ่ายที่สร้างคุณค่า (Create Shared Value): ในปัจจุบัน เราเริ่มเห็นผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสำคัญกับคุณค่าที่มากกว่าประโยชน์ส่วนบุคคล เพราะทุกการใช้จ่ายสามารถสร้างสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมได้ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนโครงการเพื่อสังคม หรือการบริจาคที่ซ่อนอยู่ในทุกยอดใช้จ่ายประจำวัน 

 

ท้ายที่สุดแล้ว Smart Spending ไม่ใช่การจำกัดตัวเองให้จ่ายน้อยที่สุด แต่คือการทำให้ทุกการตัดสินใจทางการเงินสร้างคุณค่าได้มากที่สุด ซึ่งธนาคารยูโอบีเข้าใจ จึงมุ่งมั่นพัฒนาแคมเปญรูปแบบต่างๆ เพื่อแบ่งเบาภาระสมาชิกบัตรเครดิต เพราะในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ ความมั่นคงทางการเงินไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนผ่านความสามารถในการใช้ทรัพยากรทางการเงินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งชีวิตในวันนี้และสร้างอนาคตในแบบที่ต้องการ

 

อ้างอิง: ข้อมูลธุรกรรมบัตรเครดิตธนาคารยูโอบี ปี 2569 และรายงาน Bain & Company และ NielsenIQ                                                    
บัตรเครดิต: ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
  

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories