×

ส.อ.ท. ยืนเป้าผลิตรถยนต์ปีนี้ที่ 1.5 ล้านคัน ขอเวลา 1-2 เดือนเกาะติดวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ หากตลาดตะวันออกกลางทรุดอาจฉุดยอดผลิตต่ำเป้า หลังยอดส่งออก 5 เดือนแรกหดตัวชัด

29.06.2026
  • LOADING...
ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและเป้าหมายการผลิตรถยนต์

ส.อ.ท. ยืนเป้าผลิตรถยนต์ปีนี้ 1.5 ล้านคัน แต่ขอดูอาการ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ อีก 1-2 เดือน หลังภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย 5 เดือนแรกปีนี้มีสัญญาณ ‘ชะลอตัว’ ในฝั่งตลาดโลกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่โครงสร้างยานยนต์ในประเทศกำลังเกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ ‘พลังงานทางเลือก’ อย่างมีนัยสำคัญ

 

 

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบัน ส.อ.ท. ยังคงเป้าหมายการผลิตรถยนต์รวมในปี 2569 ไว้ที่ 1.5 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้ต้องทบทวนเป้าหมายดังกล่าวในอนาคตอันใกล้ โดยจะติดตาม 2 ปัจจัย

 

  • สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ: ปัจจุบันเกิดความตึงเครียดสูงในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ มีการยิงโจมตีและทิ้งระเบิดใส่เรือที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว ทำให้การขนส่งสินค้าเพื่อการส่งออกของไทยมีความเสี่ยงและต้นทุนที่สูงขึ้นตลาด
  • สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ตะวันออกกลางคือหัวใจของรถกระบะไทย ในปีที่ผ่านมายอดส่งออกรถกระบะของไทยพึ่งพาตลาดตะวันออกกลางในสัดส่วนที่มากกว่า 50% ซึ่งปัจจุบันตะวันออกกลางกลายเป็นตลาดหลักอันดับ 3 ของไทย หากช่องทางการขนส่งทางเรือถูกปิดกั้น ยอดผลิตเพื่อส่งออกจะลดลงทันทีและกระทบเป้ารวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

“ขอรออีกสักเดือน 2 เดือน” เพื่อติดตามและประเมินทิศทางของตลาดตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงหรือไม่ ก่อนจะพิจารณาว่าจะมีการปรับลดเป้าหมายการผลิตรวมลงจาก 1.5 ล้านคันหรือไม่” สุรพงษ์ กล่าว

 

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – พฤษภาคม) จากข้อมูลล่าสุดของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พบว่าภาพรวมส่งสัญญาณ ‘ชะลอตัว’ ในฝั่งตลาดโลกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แต่ในขณะเดียวกัน โครงสร้างยานยนต์ในประเทศกำลังเกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ ‘พลังงานทางเลือก’ อย่างมีนัยสำคัญ

 

ยอดผลิตและส่งออก 5 เดือนแรก สัญญาณหดตัวชัดเจน

 

  • ยอดผลิตรถยนต์รวม: สถิติตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 ไทยผลิตรถยนต์รวมทั้งสิ้น 587,759 คัน ลดลงเล็กน้อย 1.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
  • ยอดผลิตเพื่อส่งออกชะลอตัว: มีจำนวนอยู่ที่ 372,299 คัน (คิดเป็นสัดส่วน 63.34% ของยอดผลิตทั้งหมด) หดตัวลง 4.56% โดยยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปสะสมทำได้ 339,618 คัน ลดลง 8.53%
  • เจาะสัดส่วนการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป (สะสม 5 เดือน):
  • รถกระบะสันดาป: ส่งออก 210,459 คัน (สัดส่วน 61.97%) ลดลง 12.31%
  • รถยนต์นั่งสันดาป (ICE): ส่งออก 31,329 คัน (สัดส่วน 9.22%) ลดลง 41.61%
  • รถยนต์นั่งไฮบริด (HEV): ส่งออก 34,324 คัน (สัดส่วน 10.11%) เติบโต 54.52%
  • รถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV): ส่งออก 8,566 คัน (สัดส่วน 2.52%) พุ่งทะยาน 1,197.88%
  • รถกระบะไฟฟ้า (BEV): ส่งออก 199 คัน (สัดส่วน 0.06%) เพิ่มขึ้น 804.55%
  • มูลค่าการส่งออกยานยนต์รวม: ในช่วง 5 เดือนแรก มูลค่าส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่ มีมูลค่ารวม 332,005.97 ล้านบาท ลดลง 8.27% หากนับรวมอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ด้วย จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 362,765.62 ล้านบาท หดตัวลง 7.11% จากปีก่อน

 

ยอดขายในประเทศยังโตจากกระแส EV – หนีน้ำมันแพง

 

  • ภาพรวมยอดขาย: ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศสะสม 5 เดือนแรก มีจำนวนทั้งสิ้น 288,242 คัน เติบโต 14.10% จากปี 2568 ได้อานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มาตรการรัฐ และแรงเร่งจากปัญหาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูง
  • EV แย่งส่วนแบ่งตลาดรถสันดาปชัดเจน: เมื่อแยกตามประเภทต้นกำลังของรถยนต์นั่งและรถตรวจการณ์ ยอดขายสะสมสะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ดังนี้:
  • รถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV): ยอดขายสะสมพุ่งแตะ 82,143 คัน (คิดเป็นสัดส่วน% 28.50 ของยอดขายรถยนต์รวมทั้งหมด) เติบโต 83.27%
  • รถยนต์นั่งไฮบริด (HEV): ยอดขายสะสม 64,136 คัน เติบโต 23.87%
  • รถยนต์นั่งสันดาปภายใน (ICE): ยอดขายสะสม 46,321 คัน หดตัวลง 24.93%
  • ตลาดรถกระบะในประเทศชะลอตัว: ยอดขายสะสมอยู่ที่ 59,265 คัน ลดลง 5.13% เนื่องจากสถาบันการเงินยังคงคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ ท่ามกลางภาวะหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังคงสูงกว่า 80% ของ GDP แต่กระนั้น รถกระบะไฟฟ้า (BEV) สัญญาณยังดี มียอดขายสะสม 695 คัน (โตขึ้น 168.34%)

 

ฝั่งรถจักรยานยนต์สะสม 5 เดือน

 

  • ยอดผลิตสะสม: ทำได้ทั้งสิ้น 1,048,117 คัน ลดลงเล็กน้อย 1.53%
  • ยอดขายในประเทศสะสม: อยู่ที่ 775,325 คัน เติบโต 3.12%
  • การส่งออกสะสม: ส่งออกรถจักรยานยนต์รวม (CBU + CKD) จำนวน 401,739 คัน เพิ่มขึ้น 8.47% มีมูลค่ารวมชิ้นส่วนและอะไหล่ทั้งสิ้น 30,759.64 ล้านบาท ขยายตัว 7.49%

 

สถิติจดทะเบียนสะสม: หลักฐานการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

 

ความร้อนแรงของยานยนต์ไฟฟ้า สะท้อนจากสถิติยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV จดทะเบียนใหม่สะสม (ม.ค. – พ.ค. 2569) ที่พุ่งสูงถึง 97,112 คัน ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 79.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ตัวเลขยานยนต์ไฟฟ้าสะสม (Total Accumulated) บนท้องถนนไทย ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 มีทิศทางดังนี้:

 

  • ประเภท BEV สะสม: มีจำนวนรวม 468,757 คัน (เติบโต 67.06%)
  • ประเภท HEV สะสม: มีจำนวนรวม 680,068 คัน (เติบโต 28.42%)
  • ประเภท PHEV สะสม: มีจำนวนรวม 89,132 คัน (เติบโต 22.23%)
  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories