ในยุคสมัยนี้ การจะเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์แฟชั่นลักชัวรีสักแบรนด์หนึ่ง ความคาดหวังและความกดดันถือว่ามหาศาล เพราะไม่เพียงแต่คุณต้องผลิตผลงานคอลเล็กชันใหม่ออกมาอยู่เรื่อยๆ แต่เพราะสังคมที่ถูกขับเคลื่อนและถูกตัดสินผ่านสิ่งที่เราเสพกันในโซเชียลมีเดีย ก็ทำให้ดีไซเนอร์เหล่านี้อยู่ในสปอตไลต์ตลอดเวลา
แต่สำหรับดีไซเนอร์ชาวอังกฤษอย่าง Ian Griffiths เขาเลือกที่จะเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากฝั่งอิตาลีอย่าง Max Mara ในวิถีที่สงบนิ่ง และให้คนสามารถโฟกัสที่ผลงานเสื้อผ้า มากกว่าตัวตนของเขา ซึ่งก็ต้องบอกว่างดงามเสมอและสำคัญอย่างยิ่งต่อวงการ เพราะเขาคนนี้อยู่เบื้องหลังไอเทมคลาสสิกตลอดกาลอย่าง Teddy Coat ของ Max Mara
ล่าสุดทาง THE STANDARD POP ได้มีโอกาสเดินทางไปยังเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เพื่อไปชมแฟชั่นโชว์คอลเล็กชัน Max Mara Resort 2027 พร้อมไปพูดคุยกับ Ian Griffiths เพื่อที่จะได้รู้จักมุมมองและจุดยืนของเขาตลอดทำงานที่ Max Mara มาเกือบ 4 ทศวรรษ

คอลเล็กชัน Max Mara Resort 2027
ช่วยเล่าถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังคอลเลกชัน Max Mara Resort 2027 ให้เราฟังหน่อย?
แรงบันดาลใจของ Max Mara ก็คือ “เมือง” ครับ มันเป็นการแสดงออกถึงแก่นแท้ของแบรนด์ และในโอกาสครบรอบ 75 ปีนี้ ผมได้มองว่าปรากฏการณ์ของความเป็นมหานคร (Metropolitan) คือคุณลักษณะสำคัญหลักของ Max Mara เลยครับ แบรนด์ของเราคือเรื่องราวของผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง ทำงานในเมือง และต้องการมีส่วนร่วมกับเมืองครับ
และผมก็อยากมาที่เซี่ยงไฮ้ เพราะสำหรับผมแล้ว เมืองนี้เป็นตัวแทนของทุกสิ่งทุกอย่างมันคือที่สุดของความเป็นเมืองในหลายๆ ด้าน และนั่นคือเหตุผลที่พวกเรามาที่เซี่ยงไฮ้กันครับ
คุณทำงานกับ Max Mara มานานถึง 39 ปี และดำรงตำแหน่ง Creative Director มาเป็นเวลา 20 ปีแล้ว คุณคิดว่าตัวแบรนด์และตัวคุณเองเติบโตอย่างไรบ้าง
มันมีความหลากหลายมากขึ้นครับ ในแง่ที่ว่าตอนที่ผมเข้ามาทำงานแรกๆ พวกเราอยู่ในยุคแรกของ ‘Power Dressing’ (แฟชั่นที่เสริมความน่าเชื่อถือให้ผู้หญิงทำงาน) ซึ่งในความรู้สึกตอนนั้นมันเหมือนเป็นยูนิฟอร์มรูปแบบหนึ่ง และผู้หญิงก็ต้องแต่งตัวตามกรอบนั้น บ่อยครั้งที่ผู้หญิงในหลายๆ พื้นที่ของโลก หรือแม้แต่ในอเมริกาเอง ไม่สามารถใส่กางเกงขายาวไปทำงานได้ด้วยซ้ำ ซึ่งถ้ามาคิดดูในตอนนี้ มันดูเป็นเรื่องที่บ้ามากเลยนะ
และในตอนนี้ อย่างที่คุณรู้ วิธีที่ผู้หญิงสร้างพลังให้กับตัวเอง รวมถึงการที่พวกเธอประสบความสำเร็จและมีอิทธิพลมากขึ้น ทำให้พวกเธอเรียกร้องสิทธิ์—ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว—ในการมีทางเลือกที่มากขึ้นสำหรับวิธีการแต่งตัว ภายใต้ร่มเงาของการเสริมพลังหญิง (Women’s Empowerment) และการได้รับการยอมรับอย่างจริงจังในที่ทำงานหรือทุกๆ ที่ที่เธออยู่ ผู้หญิงต้องการความหลากหลายที่มากขึ้น ต้องการสไตล์ที่เป็นปัจเจกบุคคลมากขึ้น เพื่อที่พวกเธอจะได้ค้นพบลุคและสไตล์ในแบบของตัวเอง
นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมแฟชั่นโชว์ในตอนนี้จึงมีกระโปรงหลากหลายความยาว มีโครงชุด (Silhouette) ที่ต่างกัน และมีสัดส่วนที่แตกต่างกัน เพราะผู้หญิงทุกคนล้วนแตกต่างกันครับ พวกเธอไม่อยากใส่ยูนิฟอร์มอีกแล้ว ในอดีตพวกเธออาจเคยยอมรับสิ่งนั้น แต่ตอนนี้พวกเธอไม่ยอมแล้วครับ

นิทรรศการ The Max ของ Max Mara ที่ Long Museum ณ เซี่ยงไฮ้
ตอนนี้มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในอุตสาหกรรมลักชัวรี คุณรู้สึกกดดันจากสิ่งเหล่านั้นบ้างไหม และคุณมีวิธีรักษาความถ่อมตัวและโฟกัสอยู่กับเส้นทางของตัวเองอย่างไร
ก็เพราะผมอยู่แต่ในเส้นทางของตัวเองน่ะสิครับ! (หัวเราะ) เพราะนั่นคือสิ่งที่ผมทำครับ คือตอนนี้ฟาสต์แฟชั่น (หรือกระแสแฟชั่นที่มาไวไปไว) มันกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างพากันส่งเสียงแย่งชิงความสนใจ และมองหาอะไรที่สำเร็จรูปและรวดเร็ว แต่คุณก็รู้ใช่ไหมว่านั่นไม่ใช่แนวทางของ Max Mara เลย
ที่ Max Mara เรามองหาผลงานที่สม่ำเสมอตลอดหลายปีที่ผ่านมา และมองหาเรื่องราวที่ร้อยเรียงอย่างต่อเนื่องครับ พวกเรากำลังเล่าเรื่องราวที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแค่สร้างพาดหัวข่าวในตอนนี้ แต่เรากำลังเล่าเรื่องราวที่จะดำเนินต่อไป และได้ดำเนินมาแล้วตลอด 75 ปีที่ผ่านมา และตอนนี้เรากำลังก้าวไปข้างหน้าสู่ 75 ปีถัดไป สำหรับผมแล้ว นั่นคือเส้นทางของผม และผมไม่เคยถูกล่อลวงให้ทำในสิ่งตรงกันข้าม อย่างการโยนประวัติศาสตร์และมรดกของ Max Mara ทิ้งไป เพียงเพื่อต้องการสร้างพาดหัวข่าวในวันนี้
แล้วถ้าเกิดว่าคุณต้องจัดแฟชั่นโชว์คอลเลกชัน Resort ในประเทศไทย คุณจะนำแรงบันดาลใจอะไรจากประเทศนี้ไปใช้บ้าง
ผมคงต้องรีบไปที่นั่นเร็วๆ นี้แล้วล่ะ
จริงๆ ผมเคยไปเมืองไทยหลายครั้งแล้วนะครับ
แต่อาจจะไม่ใช่ช่วงเร็วๆนี ผมเคยไปกรุงเทพฯ 2-3 ครั้ง และพบว่าเป็นเมืองที่สวยงามมากๆ และประเทศไทยก็เป็นประเทศที่สวยงาม ผมจำเป็นต้องกลับไปอีกครั้งเพื่อดูว่าตอนนี้มีอะไรเกิดขึ้นที่นั่นบ้าง
ผมคิดว่าผมคงจะเริ่มมองหาจากชุดไทยแบบดั้งเดิมโดยอัตโนมัติ เหมือนอย่างที่ผมมักจะทำเสมอครับ และผมก็จะพยายามค้นหาการตีความแบบร่วมสมัยจากสิ่งนั้น เพื่อให้มันดึงดูดใจ ไม่ใช่แค่เฉพาะกับลูกค้าในท้องถิ่น แต่รวมถึงลูกค้าในระดับสากลด้วยครับ)
คำถามสุดท้าย คุณคิดว่าอะไร Legacy ของคุณที่ Max Mara หลังจากทำงานมา 39 ปี?
ผมหวังว่าผมจะได้ทิ้งมรดกตกทอดที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนที่ผมพบมันในตอนแรกครับ หวังว่างานที่ผมทำได้ช่วยเติมเต็มมรดกของ Max Mara และไม่ว่าใครก็ตามที่จะมารับไม้ต่อจากผม พวกเขาจะมีคลังมรดกที่สมบูรณ์และมั่งคั่งมากๆ ในการทำงานและเลือกหยิบจับมาใช้ คุณก็รู้ใช่ไหมว่าผมให้ความเคารพต่อเรื่องราวของ Max Mara เสมอมา และสำหรับผมแล้ว เรื่องราวและการร้อยเรียงของ Max Mara คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้น ผมหวังว่า Max Mara จะอยู่ในจุดที่สมบูรณ์และงดงามยิ่งกว่าตอนที่ผมได้มาเจอในวันแรกครับ

คอลเล็กชัน Max Mara Resort 2027
ภาพ: Max Mara


