วันนี้ (26 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์การหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) โดยระบุว่า ในช่วงเวลานี้เป้าหมายหลักไม่ได้อยู่ที่การโน้มน้าวใจให้คนมาเลือกตนเองแล้ว เนื่องจากเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ได้ตัดสินใจไปแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการกระตุ้นเตือนให้ชาวกรุงเทพฯ รับทราบถึงวันเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันอาทิตย์นี้ และเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิ์กันให้มากที่สุด เพื่อสร้างฉันทามติในการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อเป็นการกระตุ้นบรรยากาศการเลือกตั้งที่ค่อนข้างเงียบเหงา ชัชชาติได้เปิดตัวแคมเปญโค้งสุดท้ายในชื่อ ทริปทัวร์ทั่วกรุง ซึ่งเป็นการเล่นคำจากชื่อเล่นของตนเอง (ทริป) ผสมผสานกับการลงพื้นที่ให้ครบทั้ง 50 เขต ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะใช้การเดินทางที่หลากหลาย ทั้งการเดินเท้า นั่งรถไฟฟ้า ปั่นจักรยาน และใช้รถยนต์
เส้นทางจะเริ่มต้นจากย่านเศรษฐกิจใจกลางเมือง มุ่งหน้าไปยังสวนลุมพินี จากนั้นจะตระเวนไปตามพื้นที่ต่างๆ อาทิ การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่านห้วยขวาง ขึ้นไปทางตอนเหนือย่านดอนเมือง วนออกไปทางฝั่งตะวันออก ก่อนจะกลับเข้ามาในเมืองช่วงเช้า จากนั้นจะข้ามไปฝั่งธนบุรีเพื่อสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และปิดท้ายภารกิจที่สยามสแควร์ในช่วงเย็น โดยประชาชนสามารถติดตามการลงพื้นที่ได้ผ่านการถ่ายทอดสดทางโซเชียลมีเดียตลอดทั้งวัน
เมื่อถามถึงเหตุผลในการหาเสียงตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจต้องพบเจอกับช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่พักผ่อนไปแล้ว ชัชชาติเน้นย้ำว่า กรุงเทพมหานครในยามค่ำคืนยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่คอยขับเคลื่อนเมืองอยู่ ไม่ว่าจะเป็น พนักงานเก็บขยะ แม่ค้าในตลาด เจ้าหน้าที่รถพยาบาลฉุกเฉิน และพนักงานกะดึก ซึ่งคนกลุ่มนี้มีวิถีชีวิตที่แตกต่างไปจากเวลาปกติ และบางคนอาจยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่ผู้ว่าฯ 12ชั่วโมง แต่คือผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง การลงพื้นที่กลางคืนนอกจากจะได้พบปะผู้คนแล้ว ยังเป็นโอกาสดีในการตรวจตราความเรียบร้อยของเมือง เช่น เรื่องไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อจดบันทึกเป็นข้อมูลนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป
ทั้งนี้ ชัชชาติยืนยันถึงความพร้อมด้านร่างกายในการทำกิจกรรมดังกล่าว โดยมีการพักผ่อนไว้ล่วงหน้าและมีการสับเปลี่ยนทีมงานเพื่อดูแลความเรียบร้อย แม้จะเสียดายที่พี่ชายฝาแฝด (รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์) ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศจึงไม่ได้มาร่วมสลับหมุนเวียนลงพื้นที่ด้วยก็ตาม
สำหรับการลงพื้นที่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ชัชชาติเปิดเผยว่ารู้สึกสนุกและได้ประโยชน์อย่างมากจากการใกล้ชิดประชาชน ซึ่งทำให้ได้รับฟังปัญหาและนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นนโยบายได้จริง ซึ่งแตกต่างจากความรู้สึกกดดันบนเวทีดีเบตโดยแคมเปญนี้เน้นย้ำจุดยืนในการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ นำเสนอนโยบายที่ดีที่สุดโดยไม่โจมตีคู่แข่ง
ในส่วนของความกังวลเรื่องผลคะแนน ชัชชาติระบุว่า ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ทุกคะแนนเสียงล้วนมีค่าและถือเป็นคำสั่งจากประชาชน หากคะแนนออกมาน้อยก็ถือเป็นบทเรียนที่ต้องนำไปพิจารณาและปรับปรุงตนเองในอนาคต พร้อมกล่าวขอบคุณทีมงานทุกคนที่ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่
ในช่วงท้าย ชัชชาติได้ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำให้รีบเดินทางออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น เช่น พายุฝนฟ้าคะนองในช่วงบ่าย หรือความสับสนเรื่องการเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้การใช้สิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่นก่อนที่จะมาร่วมลุ้นผลการเลือกตั้งด้วยกันในช่วงเย็น
















