×

สบน.ลุยออก Sustainability-Linked Bond เพิ่ม 1.8 แสนล้านในปีงบฯ 69 เตรียมเพิ่มเกณฑ์ใหม่ Biodiversity

26.06.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงการเตรียมออกพันธบัตร Sustainability-Linked Bond เพิ่ม 1.8 แสนล้านบาท ภายในปีงบประมาณ 2569

สบน. ลุยออก Sustainability-Linked Bond เพิ่ม 1.8 แสนล้านในปีงบฯ 2569 เล็งเพิ่มเกณฑ์ใหม่ Biodiversity ย้ำหนี้สาธารณะไม่เกิน 70% ในช่วง 4 ปี ชี้ ‘ออมพลัส’ ให้รอแถลงอย่างเป็นทางการจากระดับนโยบาย

 

 
 

วันนี้ (26 มิถุนายน) จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สบน. เตรียมเดินหน้าออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) วงเงินรวม 180,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2569 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือระดมทุนชดเชยการขาดดุลงบประมาณและปรับโครงสร้างหนี้ภาครัฐ โดยจะเป็นการออก SLB รุ่นใหม่วงเงิน 30,000 ล้านบาท และมีแผนทยอยเพิ่มสัดส่วนการออก SLB ในระยะต่อไป

 

การออก SLB ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการระดมทุนปีงบประมาณ 2569 วงเงินรวม 2.6 ล้านล้านบาท ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 1.3 ล้านล้านบาท จะเป็นการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ระยะยาว ทั้งพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรออมทรัพย์ และพันธบัตรเพื่อสิ่งแวดล้อม

 

สำหรับ SLB เป็นพันธบัตรที่เชื่อมโยงต้นทุนการกู้ยืมกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของประเทศ โดยปัจจุบันกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ไว้ 2 ประการ ได้แก่

 

1) ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ไม่รวมการใช้ประโยชน์จากที่ดินและป่าไม้) ลง 30% จากค่า Business As Usual (BAU) หรือไม่เกิน 388,500 ktCO2e ในปี 2573

 

2) เพิ่มปริมาณการจดทะเบียนใหม่ของรถที่ปลดปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicles: ZEVs) ประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะ (Passenger Car and Pickup Trucks) ไม่ต่ำกว่า 440,000 คันในปี 2573

 

เล็งเพิ่มเกณฑ์ใหม่ Biodiversity

 

ทั้งนี้ สบน. อยู่ระหว่างร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาตัวชี้วัดด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) สำหรับใช้เป็น KPI ของการออก SLB ในอนาคต

 

อย่างไรก็ตาม จินดารัตน์ยอมรับว่า การกำหนดตัวชี้วัดด้าน Biodiversity ยังมีความท้าทาย ทั้งในด้านการออกแบบมาตรฐานและระบบตรวจสอบ (Verification) ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงต้องประเมินความเป็นไปได้ในการบรรลุเป้าหมายอย่างรอบคอบ เนื่องจากหากประเทศไทยไม่สามารถดำเนินการได้ตาม KPI ที่กำหนดไว้ จะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของประเทศปรับสูงขึ้นตามเงื่อนไขของพันธบัตร SLB

 

ยันไม่ทะลุเพดานหนี้ 70% ในช่วง 4 ปี

 

ด้านสถานะหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ 66.66% ต่ำกว่ากรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% โดย สบน. ระบุว่าได้บริหารต้นทุนและความเสี่ยงของพอร์ตหนี้อย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะจะไม่เกินระดับ 70% ในช่วง 4 ปีข้างหน้า

 

แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทย แต่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท จะช่วยเพิ่มการขยายตัวของ GDP ได้ประมาณ 0.4% ต่อปีในช่วงปี 2569-2570 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะอยู่ราว 1.5% ในปี 2570 จะช่วยให้มูลค่า GDP ขยายตัว ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ยังอยู่ภายใต้กรอบที่กำหนด

 

สำหรับความคืบหน้าการกู้เงินตาม พ.ร.ก. 400,000 ล้านบาท ล่าสุดได้ทยอยกู้แล้วกว่า 100,000 ล้านบาท ผ่านตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสัญญากู้เงิน (Term Loan) ซึ่งได้เริ่มดำเนินการกู้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

 

ยืนยัน ออก ‘ออมพลัส’ ในปีงบฯ 69

 

ส่วนประชาชนที่รอการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ ‘ออมพลัส’ สบน. เปิดเผยว่า ขณะนี้การเตรียมการแล้วเสร็จ และมีแผนออกพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นใหม่ภายในปีงบประมาณปัจจุบัน โดยอยู่ระหว่างรอการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากระดับนโยบาย

 

นอกจากนี้ สบน. ประเมินว่า ความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ในตลาดโลกและตลาดเอกชนจะส่งผลกระทบต่อการบริหารหนี้ของไทยค่อนข้างจำกัด เนื่องจากพอร์ตหนี้ของรัฐบาลกว่า 86% เป็นหนี้อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) ทำให้สามารถบริหารความเสี่ยงจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยได้ในระดับสูง

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories