เอกสารสัญญาจ้างและร่างขอบเขตของงาน (TOR) การจ้างเหมาดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 เปิดเผยรายละเอียดการจัดสอบครั้งใหญ่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีผู้มีสิทธิสอบทั้งสิ้น 438,277 คน ครอบคลุม 10 กลุ่มภาค/เขต รวม 105 ตำแหน่ง 8,548 อัตรา โดยมีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว เป็นผู้รับจ้าง วงเงินรวม 133,236,208 บาท
ประเด็นสำคัญ
- วงเงิน 133 ล้านบาท แบ่งจ่าย 3 งวด
- TOR ระบุผู้มีสิทธิสอบ 438,277 คน บรรจุ 8,548 อัตรา
- คัดเลือกผู้รับจ้างด้วยเกณฑ์ราคา 40% คุณภาพ 60%
- กำหนดข้อสอบ ภาค ก 100 ข้อ ภาค ข 100 ข้อต่อตำแหน่ง
- มาตรการกันข้อสอบรั่ว: ‘ลับที่สุด’ กล้องวงจรปิด-ห้ามสื่อสารภายนอก
- กักตัวกรรมการออกข้อสอบ-คัดเลือกข้อสอบ จนกว่าสอบ ภาค ก-ข เสร็จ
- ขนส่งข้อสอบด้วยรถ GPS ตรวจสอบ Real Time
- ห้องสอบต้องพร้อมก่อนสอบอย่างน้อย 2 วัน จัดที่นั่ง 1 คนต่อ 1 ที่
- ตรวจคะแนน-ส่งผลภายใน 7 วัน หลังสอบเสร็จ
- หากผู้รับจ้างเกี่ยวข้องทุจริต มีสิทธิบอกเลิกสัญญา
- สรุป
จากเอกสารสัญญาจ้างทำของ เลขที่ 6/2569 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ระบุว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะผู้ว่าจ้าง โดยร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทำสัญญากับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในฐานะผู้รับจ้าง โดยนายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา เป็นผู้ลงนามแทนมหาวิทยาลัย
สาระสำคัญของสัญญาคือ การว่าจ้างให้ มศว ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญา รวมถึงเอกสารแนบท้ายสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องจัดหาแรงงาน วัสดุ เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงาน
เอกสารแนบท้ายสัญญาประกอบด้วย รายละเอียดขอบเขตงานจ้าง 28 หน้า ข้อเสนอด้านราคา 8 หน้า ข้อเสนองานจ้าง 228 หน้า และหนังสือมอบอำนาจ 42 หน้า โดยสัญญาระบุว่า หากเอกสารแนบท้ายสัญญาขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญา ให้ใช้ข้อความในสัญญาเป็นหลัก และหากเอกสารแนบท้ายสัญญาขัดแย้งกันเอง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ว่าจ้าง ซึ่งถือเป็นที่สุด
วงเงิน 133 ล้านบาท แบ่งจ่าย 3 งวด
สัญญาระบุวงเงินค่าจ้างรวม 133,236,208 บาท เป็นราคาที่ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม และรวมค่าใช้จ่ายอื่นทั้งหมดแล้ว เมื่อเทียบกับจำนวนผู้มีสิทธิสอบ 438,277 คน คิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 304 บาทต่อผู้มีสิทธิสอบหนึ่งคน
การจ่ายเงินแบ่งเป็น 3 งวด ได้แก่
งวดที่ 1 จำนวน 39,970,862.40 บาท เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานภายในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ประกอบด้วยบัญชีผู้มีสิทธิเข้าสอบจำแนกเป็นห้องสอบและสถานที่สอบ คำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อำนวยการสอบจังหวัดและสนามสอบ แผนที่ตั้งสนามสอบทุกสนาม และผังสถานที่ที่ใช้เป็นสนามสอบทุกแห่ง
งวดที่ 2 จำนวน 39,970,862.40 บาท เมื่อส่งมอบงานภายในวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ประกอบด้วยสรุปจำนวนผู้มีสิทธิสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป หรือ ภาค ก และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง หรือ ภาค ข รายงานประมวลผลการสอบ คะแนนสอบ รายชื่อผู้สอบผ่านตามเกณฑ์ บัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก และบัญชีผู้มีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง หรือ ภาค ค
งวดที่ 3 จำนวน 53,294,483.20 บาท เมื่อผู้รับจ้างดำเนินงานทั้งหมดแล้วเสร็จภายในวันที่ 22 มกราคม 2569 ประกอบด้วยสรุปจำนวนผู้มีสิทธิสอบภาค ค รายงานประมวลผลคะแนนรวม รายชื่อผู้สอบผ่าน ภาค ก ภาค ข และภาค ค ตามเกณฑ์ การประชาสัมพันธ์ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันในแต่ละตำแหน่งและแต่ละภาค/เขต รวมถึงการส่งมอบข้อสอบทั้งหมดในรูปแบบไฟล์
สัญญายังกำหนดว่า ผู้รับจ้างต้องเริ่มงานในวันที่ 25 ตุลาคม 2568 และต้องทำงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 22 มกราคม 2569 หรือภายในกรอบเวลาประมาณ 90 วัน
TOR ระบุผู้มีสิทธิสอบ 438,277 คน บรรจุ 8,548 อัตรา
ร่าง TOR ระบุว่า การสอบแข่งขันครั้งนี้ดำเนินการภายใต้ประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. เรื่องรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 7-28 มีนาคม 2568 แบ่งเป็น 10 กลุ่มภาค/เขต
ตำแหน่งที่เปิดสอบมีทั้งหมด 105 ตำแหน่ง รวม 8,548 อัตรา แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน 28 ตำแหน่ง 3,817 อัตรา ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ 44 ตำแหน่ง 3,048 อัตรา และตำแหน่งประเภทครูผู้ช่วย 33 ตำแหน่ง 1,683 อัตรา
TOR ระบุเหตุผลของการจ้างเหมาดำเนินการสอบว่า กระบวนการสอบบางขั้นตอนเป็นความลับของราชการ หากดำเนินการไม่รัดกุมอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนราชการและกระทบสิทธิของผู้สมัคร จึงเห็นควรจัดจ้างหน่วยงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาดำเนินการ ตั้งแต่การออกข้อสอบ คัดเลือกข้อสอบ จัดพิมพ์ เตรียมข้อสอบ ขนส่งข้อสอบ จัดหาสถานที่สอบ เก็บแบบทดสอบ จัดหายานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ จัดสอบ ประเมินภาคสัมภาษณ์ และประมวลผลคะแนน
คัดเลือกผู้รับจ้างด้วยเกณฑ์ราคา 40% คุณภาพ 60%
TOR กำหนดให้ผู้เสนอราคาต้องเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐหรือสถาบันการศึกษาของรัฐ มีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ และประสบการณ์เกี่ยวกับการดำเนินงานสอบในลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียง เช่น การจัดทำและจัดพิมพ์เอกสารเกี่ยวกับการสอบ การออกข้อสอบและคัดเลือกข้อสอบ การจัดเตรียมแบบทดสอบและกระดาษคำตอบ การขนย้ายและจัดเก็บข้อสอบ ตลอดจนการตรวจกระดาษคำตอบ ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อสอบ
ผู้เสนอราคาต้องเสนอราคาต่อคน คูณด้วยจำนวนผู้สมัครสอบ 438,277 คน และต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-GP
เอกสาร TOR ระบุหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะว่าใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น หรือเกณฑ์คุณภาพประสิทธิภาพ ในอัตราส่วนน้ำหนัก 40 ต่อ 60 โดยราคาที่เสนอมีน้ำหนัก 40% ส่วนเกณฑ์อื่นมีน้ำหนัก 60% เช่น ประสบการณ์จัดสอบ จำนวนผู้เข้าสอบสูงสุดต่อครั้งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนครั้งที่เคยรับจ้างจัดสอบให้หน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ สถานที่จัดสอบ จำนวนห้องสอบ จำนวนที่นั่งสอบ มาตรการรักษาความปลอดภัย และแผนดำเนินงาน
กำหนดข้อสอบ ภาค ก 100 ข้อ ภาค ข 100 ข้อต่อตำแหน่ง
ในส่วนของการออกข้อสอบ TOR กำหนดให้ผู้รับจ้างแต่งตั้งกรรมการออกข้อสอบที่เป็นคณาจารย์ผู้มีคุณวุฒิ มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับข้อสอบ โดยต้องไม่เป็นติวเตอร์หรือผู้สอนพิเศษในสถาบันการศึกษาใดๆ และต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอกสารหรือคู่มือเตรียมสอบที่เกี่ยวข้องกับการสอบแข่งขันครั้งนี้
ข้อสอบภาค ก กำหนดเป็นข้อสอบปรนัย 100 ข้อ แบ่งตามระดับความรู้ความสามารถ โดยมี 2 ระดับ คือ ระดับปริญญาตรี สำหรับผู้สมัครตำแหน่งประเภทวิชาการและครูผู้ช่วย และระดับต่ำกว่าปริญญาตรี สำหรับผู้สมัครตำแหน่งประเภททั่วไป
ส่วนข้อสอบภาค ข หรือภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง กำหนดเป็นข้อสอบปรนัยตำแหน่งละ 100 ข้อ เพื่อทดสอบความรู้ความสามารถเฉพาะทางที่ใช้ในการปฏิบัติงานในตำแหน่งนั้นๆ ตามที่ กสถ. กำหนด
TOR ยังระบุให้ข้อสอบทุกข้อในการเฉลยต้องมีคำอธิบายเหตุผลหรือระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และห้ามคัดลอกจากสถาบันกวดวิชา ติวเตอร์ หรือคามคู่มือสอบต่างๆ หากมีการทักท้วงหรือร้องเรียน ผู้รับจ้างต้องอธิบายข้อสอบและคำตอบตามหลักวิชาได้
มาตรการกันข้อสอบรั่ว: ‘ลับที่สุด’ กล้องวงจรปิด-ห้ามสื่อสารภายนอก
หนึ่งในสาระสำคัญของ TOR คือมาตรการรักษาความปลอดภัยและความลับของข้อสอบ ซึ่งกำหนดให้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกข้อสอบ คัดเลือกข้อสอบ จัดพิมพ์ เก็บรักษา ขนส่ง จัดสอบ ตรวจคำตอบ และประมวลผล ต้องมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลอย่างเข้มงวด
สถานที่ออกข้อสอบต้องมั่นคง ปลอดภัย เอกสารและอุปกรณ์ที่ใช้ต้องจัดเตรียมไว้ในห้องออกข้อสอบ ห้ามกรรมการออกข้อสอบและเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกนำปากกา ดินสอ กระดาษ โทรศัพท์ เครื่องบันทึก เอกสาร อุปกรณ์สื่อสาร หรืออุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงเข้า-ออกห้องออกข้อสอบโดยเด็ดขาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตตามความจำเป็น
TOR กำหนดให้มีการประชุมชี้แจงกรรมการออกข้อสอบก่อนเริ่มงาน และต้องมีเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นร่วมสังเกตการณ์อย่างน้อย 3 คน นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องกำหนดอำนาจ หน้าที่ วิธีการ กิจกรรม และระยะเวลาดำเนินการออกข้อสอบตามมาตรฐานหลักวิชาการ พร้อมข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณและการรักษาความลับในระดับ ‘ลับที่สุด’ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อสอบและคำตอบให้ได้ 100%
ในขั้นตอนเก็บรักษาข้อสอบ TOR กำหนดให้มีสถานที่มั่นคง ปลอดภัย มีระบบรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเวลา ติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งในสถานที่และบริเวณโดยรอบ พร้อมกำหนดมาตรการรักษาความลับแก่เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในระดับ ‘ลับที่สุด’ และห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อสอบโดยเด็ดขาด โดยเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสามารถตรวจสอบกล้องวงจรปิดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอดเวลา
กักตัวกรรมการออกข้อสอบ-คัดเลือกข้อสอบ จนกว่าสอบ ภาค ก-ข เสร็จ
TOR ยังระบุว่า ผู้รับจ้างต้องกำหนดมาตรการเก็บตัวกรรมการออกข้อสอบ กรรมการคัดเลือกข้อสอบ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จนกว่าการสอบภาค ก และภาค ข จะเสร็จสิ้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าข้อสอบจะไม่รั่วไหล
ระหว่างการเก็บตัว ต้องมีมาตรการควบคุมการเข้า-ออกของผู้ปฏิบัติงานด้วยระบบยืนยันตัวตน บันทึกข้อมูลการเข้าออก ตรวจค้นอย่างละเอียด และป้องกันการนำสิ่งของต้องห้ามเข้า-ออกพื้นที่ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เช่น พาหนะรับ-ส่ง พนักงานขับรถ อาหาร อาหารว่าง เครื่องดื่ม และค่าที่พัก หากมีการพักค้าง สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนไม่เกิน 20 คน
เอกสารยังกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กสถ. และเจ้าหน้าที่จากภาคีเครือข่าย เช่น สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์ได้ แต่เจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือข้อสอบได้
ขนส่งข้อสอบด้วยรถ GPS ตรวจสอบ Real Time
ในขั้นตอนการรับ-ส่งข้อสอบและกระดาษคำตอบ TOR กำหนดให้ใช้ยานพาหนะที่มั่นคง มิดชิด มีระบบป้องกันความปลอดภัยได้มาตรฐาน และอย่างน้อยต้องมีระบบ GPS แสดงตำแหน่งแบบ Real Time เพื่อให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบได้ตลอดเวลา
การขนส่งครอบคลุมตั้งแต่การส่งข้อสอบจากสถานที่เก็บรักษาส่วนกลางไปยังสถานที่เก็บรักษาในแต่ละเขตทั้ง 10 เขต หรือสถานที่ที่ กสถ. กำหนด การส่งต่อข้อสอบไปยังสนามสอบทุกสนาม การนำส่งข้อสอบหลังสอบเสร็จกลับไปยังสถานที่เก็บรักษาในแต่ละเขต ตลอดจนการส่งกระดาษคำตอบไปยังศูนย์อำนวยการสอบจังหวัดเพื่อดำเนินการตรวจ และนำส่งกระดาษคำตอบที่ตรวจเรียบร้อยกลับไปยังสถานที่เก็บรักษาของผู้รับจ้าง
TOR ยังกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมและรับผิดชอบการนำส่งข้อสอบและกระดาษคำตอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นร่วมเดินทางอย่างน้อย 2 คน และให้บันทึกเหตุการณ์การขนส่งทุก 1 ชั่วโมง หรือเมื่อมีเหตุผิดปกติ รวมถึงรายงานทุกครั้งที่มีการแวะพัก ตั้งแต่เริ่มเดินทางจนถึงปลายทาง
ห้องสอบต้องพร้อมก่อนสอบอย่างน้อย 2 วัน จัดที่นั่ง 1 คนต่อ 1 ที่
ในส่วนสนามสอบ TOR ระบุให้จัดเตรียมสถานที่สอบโดยคำนึงถึงการเดินทางและความสะดวกของผู้เข้าสอบ ต้องมีห้องสอบที่ได้มาตรฐาน โต๊ะเก้าอี้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าสอบ จัดโต๊ะที่นั่งสอบ 1 ตัวต่อผู้เข้าสอบ 1 คน และต้องจัดสถานที่สอบสำหรับผู้พิการหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม
สนามสอบต้องพร้อมก่อนสอบไม่น้อยกว่า 2 วัน ต้องติดสติกเกอร์เลขประจำตัวสอบ จัดทำเอกสารที่ใช้สอบข้อเขียน เช่น ใบรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ เลขประจำตัวสอบ ชื่อ-นามสกุล และเอกสารอื่นๆ ตามที่ กสถ. กำหนด พร้อมติดป้ายชื่อสนามสอบ ป้ายบอกทาง ป้ายหน้าห้องสอบ และบอร์ดประชาสัมพันธ์ข้อมูลการสอบในแต่ละสนามสอบ
นอกจากนี้ TOR ยังระบุสัดส่วนเจ้าหน้าที่ประจำสนามสอบ เช่น ผู้อำนวยการสนามสอบ เจ้าหน้าที่กองกลาง เจ้าหน้าที่ประจำห้องสอบ เจ้าหน้าที่รับ-ส่งข้อสอบและกระดาษคำตอบ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่พยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกอื่นๆ
ตรวจคะแนน-ส่งผลภายใน 7 วัน หลังสอบเสร็จ
TOR กำหนดให้การตรวจกระดาษคำตอบใช้เครื่องตรวจกระดาษคำตอบที่สามารถอ่านคำตอบ ตรวจนับคะแนน และแสดงผลคะแนนขณะตรวจได้ โดยต้องสแกนกระดาษคำตอบเฉพาะหน้าที่มีเลขประจำตัวสอบ และจัดทำข้อมูลเป็นไฟล์ PDF และ XLSX หรือรูปแบบที่ กสถ. กำหนด พร้อมบันทึกลงใน Flash Drive ส่งให้ประธาน กสถ. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายทันทีเมื่อการตรวจเสร็จ โดยถือเป็นความลับระดับ “ลับที่สุด”
สำหรับผลสอบภาค ก และภาค ข TOR ระบุให้ส่งผลการประมวลผลให้ กสถ. ภายใน 7 วันนับแต่วันสอบภาค ก และภาค ข เสร็จสิ้น เพื่อให้ กสถ. นำไปประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบภาค ค ในแต่ละตำแหน่งและแต่ละภาค/เขต
ส่วนการสอบภาค ค หรือภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน ให้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดละ 3 คน ทำหน้าที่ประเมินบุคคล โดยพิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน พฤติกรรมที่ปรากฏ การสัมภาษณ์ ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน ความสามารถ ประสบการณ์ วุฒิภาวะ อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จริยธรรม คุณธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และบุคลิกภาพ
การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ต้องพิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยผู้ผ่านการสอบต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และคะแนนวิชาภาษาอังกฤษต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 จากนั้นต้องส่งผลการประมวลคะแนนให้ กสถ. ภายใน 7 วันนับแต่วันสอบสัมภาษณ์เสร็จสิ้น เพื่อดำเนินการประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในแต่ละตำแหน่งและแต่ละภาค/เขต
หากผู้รับจ้างเกี่ยวข้องทุจริต มีสิทธิบอกเลิกสัญญา
ทั้งสัญญาจ้างและ TOR กำหนดความรับผิดของผู้รับจ้างไว้อย่างเข้มงวด โดยหากผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด หรือมีเหตุให้เชื่อว่าไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จได้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและจ้างผู้รับจ้างรายใหม่ให้ทำงานต่อ โดยผู้รับจ้างเดิมต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
TOR ยังระบุชัดว่า หากปรากฏข้อมูลหรือข้อเท็จจริงว่าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดสอบแข่งขันมีส่วนรู้เห็น หรือทำให้เกิดการทุจริตไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ จะถูกยกเลิกสัญญา พร้อมทั้งต้องรับผิดทั้งทางอาญา ทางแพ่ง ทางวินัย และทางปกครอง เพื่อให้มีมาตรการป้องกันการทุจริตที่รัดกุม ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ตลอดกระบวนการ
นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องวางแผนดำเนินการและมาตรการป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อให้การสอบแข่งขันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม
สรุป
คดีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสหลังประกาศผลสอบ แต่ยกระดับเป็นคดีใหญ่ระดับประเทศ หลัง ป.ป.ช. และตำรวจสอบสวนกลางตรวจพบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการแก้ไขคะแนนสอบผ่านระบบ พร้อมหลักฐานสำคัญจากการตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งพบคอมพิวเตอร์จำนวนมาก สำเนากระดาษคำตอบ รายชื่อผู้เข้าสอบ และบุคคลที่ถูกระบุว่ากำลังดำเนินการแก้ไขข้อมูลคะแนนสอบให้สอดคล้องกับผลที่ประกาศไปแล้วบางส่วน ข้อเท็จจริงชุดนี้ทำให้คำถามเรื่อง สอบได้เพราะความสามารถหรือ สอบได้เพราะซื้อทางลัด กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่กระทบความเชื่อมั่นของผู้เข้าสอบหลายแสนคนทั่วประเทศ
หัวใจของคดีหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการพิสูจน์ว่ามีการแก้คะแนนหรือไม่ แต่ต้องไล่ให้ถึงโครงสร้างทั้งหมดว่า ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้เปิดทางให้เข้าถึงข้อมูล ใครเป็นนายหน้ารวบรวมรายชื่อผู้สอบ ใครเป็นผู้รับเงิน และมีเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง หรือบุคคลในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปมีส่วนรู้เห็นในระดับใด เพราะการจัดสอบครั้งนี้อยู่ภายใต้ TOR ที่กำหนดมาตรการควบคุมความลับไว้อย่างละเอียด ตั้งแต่การออกข้อสอบ การพิมพ์ การขนส่ง การตรวจคำตอบ ไปจนถึงการจัดเก็บเอกสารและประกาศผล หากยังเกิดพฤติการณ์เช่นนี้ได้จริง ย่อมสะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่คนโกงบางคน แต่อาจอยู่ที่ช่องโหว่ของระบบกำกับดูแลทั้งหมด
คดีนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐไทยว่าจะสามารถปกป้องระบบสอบแข่งขัน ซึ่งควรเป็นประตูแห่งความเสมอภาคของประชาชน ได้จริงหรือไม่ เพราะผู้เข้าสอบจำนวนมากใช้เวลา เงิน และความหวังทั้งชีวิตในการเตรียมตัว ขณะที่ตำแหน่งข้าราชการท้องถิ่นคือกลไกสำคัญในการดูแลประชาชนในพื้นที่ หากการบรรจุแต่งตั้งถูกบิดเบือนด้วยเงิน เส้นสาย หรืออำนาจทางการเมือง ความเสียหายจะไม่หยุดอยู่ที่ผู้สอบที่ถูกแย่งโอกาส แต่จะลามไปถึงคุณภาพบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ และคำถามใหญ่ต่อประเทศว่า เราจะปล่อยให้การซื้ออนาคตในราชการ กลายเป็นเรื่องปกติอีกนานเพียงใด


