การปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินถูกนำเข้าเป็นวาระพิจารณาในคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ (25 มิถุยนายน) โดย สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมเป็นผู้ชี้แจงในการประชุมด้วยตนเอง
นอกจากนี้ กรรมาธิการฯ ยังได้เชิญ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ ร่วมเข้าชี้แจง
ก่อนเริ่มการประชุม ชัยวัฒน์ระบุกับสื่อมวลชนว่า คณะกรรมาธิการที่ดินฯ เป็นความหวังของภาคประชาชนเนื่องจากเป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่มีหน้าที่ออกกฎหมายโดยตรง ขณะที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นเพียงความเห็นอย่างหนึ่งเท่านั้น การแก้ไขปัญหาเขตที่ดินป่าทับลานจึงไม่สามารถใช้เพียงความเห็นเพียงอย่างเดียวมาตัดสินได้ และไม่ควรนำความเดือดร้อนของประชาชนมาอ้างว่าราษฎรทั้งหมดอาศัยอยู่มาก่อนการประกาศเขตอุทยาน
ชัยวัฒน์เผยว่า การมาชี้แจงในครั้งนี้ตนเองได้นำข้อกฎหมายหลักที่ระบุไทม์ไลน์การเกิดพื้นที่ป่า ช่วงเวลาการเข้าอยู่อาศัยของประชาชน ช่วงเวลาที่ที่ดิน ส.ป.ก. เข้ามาในพื้นที่ ตลอดจนช่วงเวลาที่เกิดการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐมาแสดง เพื่อไม่ให้เกิดการละเลยหรือปล่อยให้เกิดการฟอกขาวให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิด
ในส่วนการดำเนินงานของสำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติ และคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในฐานะผู้จัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ หรือ One Map ชัยวัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดหน่วยงานดังกล่าวจึงไม่ใช้อำนาจของตนเองในการจัดการพื้นที่กลุ่ม 2 แต่กลับโอนย้ายอำนาจไปให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดำเนินการ ทั้งที่ระเบียบของ ส.ป.ก. เปิดช่องให้มีการร่วมทุนและร่วมหุ้นกันได้ โดยไม่มีการพูดคุยกับกลุ่มคนท้องถิ่นดั้งเดิม
ชัยวัฒน์มองว่า ประเด็นความมั่นคงที่แท้จริงต้องหมายถึงการดูแลกลุ่มคนที่อยู่อาศัยและเดือดร้อนจริง ๆ ไม่ใช่การเล่นแร่แปรธาตุนำที่ดินไปแปลงเป็นสินทรัพย์ให้แก่นายทุน และไม่สามารถยอมรับการผนวกพื้นที่จำนวน 80,000 ไร่ตามที่มีการกล่าวอ้างได้ เนื่องจากในข้อเท็จจริงชาวบ้านในพื้นที่ได้คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าว ดังนั้น การจะมาอ้างหลักการส่วนได้ส่วนเสียเพื่อยอมรับกระบวนการนี้จึงเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่พึงกระทำ และไม่ควรใช้แนวทางนี้เพื่อฟอกขาวให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกดำเนินคดีทุจริตไปแล้ว
ทั้งนี้ ตามกฎหมายเดิมคือมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มีเกณฑ์กำหนดให้ดูแลกลุ่มคนยากไร้มาตั้งแต่แรก ซึ่งเปิดโอกาสให้คนสามารถอาศัยอยู่ร่วมกับป่าและสัตว์ป่าได้มานานกว่า 30 ปีแล้ว และต่อมาพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ในมาตรา 64 ก็ได้รับรองแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าในเรื่องที่อยู่อาศัยไว้เช่นกัน
ชัยวัฒน์ชี้ว่า การที่กลุ่มบุคคลมาอ้างในปัจจุบันว่าไม่อยากอยู่ร่วมกับป่าหรือสัตว์ป่าแล้ว โดยอ้างว่าตนเองอยู่มาก่อนแล้วป่ามาขีดเขตทับในภายหลัง ถือเป็นข้ออ้างที่ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง เนื่องจากหากราษฎรกลุ่มนั้นอยู่อาศัยมาก่อนปี พ.ศ. 2497 จริง กรมที่ดินหรือคณะกรรมการที่ดินจะต้องออกเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินให้แก่ราษฎรไปแล้ว ไม่ใช่การออกเป็นเอกสาร ส.ป.ก. ซึ่งตนจะคัดค้านเรื่องนี้อย่างเต็มที่
ในช่วงท้าย ชัยวัฒน์ย้ำว่า ตนเองไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ ในเรื่องนี้ และมีแต่จะเสียประโยชน์จากการออกมาเคลื่อนไหว แต่เนื่องจากตนเคยปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า หรือชุดพญาเสือ ในพื้นที่ดังกล่าว จึงมีหลักฐานทางราชการและเคยเข้าจับกุมกลุ่มนายทุน รวมถึงกลุ่มผู้มีฐานะที่เข้ามาสร้างบ้านพักตากอากาศ






