วันนี้ (25 มิถุนายน) กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ลงนามโดย วินัย โตเจริญ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แจ้งให้รับตัว รุ่งเรือง ธิมาบุตร ตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต กลับไปปฏิบัติราชการที่ต้นสังกัด ภายหลังครบกำหนดคำสั่งช่วยราชการและกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงของกรมการปกครองเสร็จสิ้นแล้ว
หนังสือดังกล่าวอ้างถึงคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 1512/2569 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ซึ่งให้รุ่งเรือง ช่วยราชการประจำที่กรมการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2569
กรมการปกครองระบุว่า ขณะนี้กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ประกอบกับครบกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งช่วยราชการ จึงส่งตัวรุ่งเรืองกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดภูเก็ต โดยขอให้จังหวัดแจ้งกรมการปกครองทราบเมื่อข้าราชการรายดังกล่าวเดินทางไปรายงานตัว
นอกจากนี้ กรมการปกครองยังแจ้งข้อมูลว่า ในปีงบประมาณ 2569 ข้าราชการรายดังกล่าวมีวันลาคงเหลือรวม 12 วัน พร้อมกำชับให้จังหวัดแจ้งข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรักษาเกียรติศักดิ์และวินัยของข้าราชการให้เป็นแบบอย่างที่ดี
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 กรมการปกครอง โดย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มีคำสั่งย้าย นายรุ่งเรือง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวม 5 นาย ไปช่วยราชการที่ส่วนกลาง เพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์หรือ ‘ส่วย’ จากสถานบันเทิงในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต
จากนั้นในวันที่ 28 พฤษภาคม ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เปิดเผยภาพแคปหน้าจอแชท LINE ที่อ้างว่าเป็นบทสนทนาระหว่างผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยกับข้าราชการในพื้นที่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง ข้อความสั้นๆ ว่า ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’ ก่อนที่จะทราบว่านายรุ่งเรืองเป็นผู้ส่งแชตดังกล่าวให้


