วันนี้ (25 มิถุนายน) พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังเรียกประชุมคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า คดีหลักยังคงอยู่ในการกำกับดูแลและดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งได้ประสานขอความร่วมมือให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เข้ามาสนับสนุนการสืบสวน
ล่าสุด ภายหลังปฏิบัติการตรวจค้นโรงพิมพ์กระดาษคำตอบแห่งหนึ่งในย่านอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ทางผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทยได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นความเสียหายในประเด็นที่เอกสารสำคัญของทางราชการเกิดการหลุดรอดออกไปสู่ภายนอก
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้เรียกประชุมทีมพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อหารือแนวทางและวางกรอบการทำงานในประเด็นที่กระทรวงมหาดไทยเข้ามาร้องทุกข์ โดยยืนยันว่าจะเร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุม
ขณะนี้กระบวนการสืบสวนเพิ่งเริ่มต้นและอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาว่ามีบุคคลใดกระทำความผิดและเข้าข่ายความผิดในข้อหาใดบ้าง โดยเจ้าหน้าที่จะนำคำให้การในเบื้องต้นมาสืบสวนขยายผล เพื่อให้เห็นถึงโครงสร้างและผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ทั้งหมด ซึ่งจะยึดการตรวจสอบตามพฤติการณ์แห่งคดีเป็นหลัก
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน จึงจะมีความชัดเจนว่ามีบุคคลใดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง โดย บก.ป. จะรับผิดชอบการตรวจสอบในส่วนที่กระทรวงมหาดไทยร้องทุกข์ ขณะที่ ป.ป.ช. จะเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางของกระดาษคำตอบ และกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการทุจริตภายในระบบของตนเอง
สำหรับแนวทางการดำเนินคดี หากการสืบสวนพบว่ามี บุคคลภายนอกหรือพลเรือน เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. จะเป็นผู้ออกหมายเรียกเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาตามกฎหมายอาญา แต่หากพบว่ามี ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปมีส่วนรู้เห็นหรือกระทำความผิด ทางตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนเรื่องต่อให้ ป.ป.ช. เป็นผู้ดำเนินการไต่สวนความผิดตามอำนาจหน้าที่
ส่วนกรณีของ พิชิต เจ้าของสถานที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นและตรวจพบพยานหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตข้อสอบนั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า ในขณะนี้กระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเชิงลึก จึงยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ แก่บุคคลดังกล่าวแต่อย่างใด


