“ผมกลับมาแล้ว ผมกลับมาแล้วครับ”
คริสเตียโน โรนัลโด ในวัย 41 ปี ได้ตอบกลับเสียงวิจารณ์ด้วยการทำ 2 ประตู ช่วยให้ทีมชาติโปรตุเกสถล่มเอาชนะอุซเบกิสถานไปได้ 5-0
ก่อนหน้านี้เขาถูกวิจารณ์อย่างหนักจากฟอร์มการเล่นในนัดที่โปรตุเกสเสมอทำได้แค่เสมอกับ ดีอาร์ คองโก 1-1 ในนัดเปิดสนามกลุ่ม K
โรนัลโดมีฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ในเกมนัดเปิดสนามฟุตบอลโลกและประสบปัญหาปืนฝืดจากการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ทั้งในฟุตบอลโลกและยูโร ถึง 10 นัดติดต่อกัน โดยประตูสุดท้ายที่เขาทำได้คือลูกจุดโทษในเกมที่พบกับกานาในฟุตบอลโลก 2022
ทำให้สถานการณ์ของเขาดูเหมือนจะโดนทิ้งห่างจากสตาร์คนอื่นๆ อย่าง ลิโอเนล เมสซี, คีลิยัน เอ็มบัปเป และเออร์ลิง ฮาลันด์ ที่ต่างทำประตูได้ไปก่อนหน้านี้ แต่ในแมตช์นี้เขาดึงฟอร์มเก่งกลับมาได้ด้วยการทำ 2 ประตู
หลังจากการทำประตู โรนัลโดได้ตะโกนใส่กล้องว่า “ผมกลับมาแล้ว ผมกลับมาแล้วครับ” ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า การแสดงออกนี้มีไว้เพื่อย้ำเตือนไม่ให้นักวิจารณ์ลืมผลงานตลอด 23 ปีที่ผ่านมาของเขา
โดยเขากล่าวกับสื่อว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่มืดมนและยากลำบากมากจนรู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้แขวนสตั๊ดไปแล้ว
แต่เขาเลือกที่จะไม่ยอมแพ้และยึดมั่นในการทำงานหนักต่อไป ส่วนเหตุผลที่เขาตะโกนคำนั้นออกไปก็เพื่อให้ทุกคน “ไม่ลืม” ว่าเขายังอยู่ตรงนี้และสามารถช่วยทีมบรรลุเป้าหมายได้
โรนัลโดใช้เวลาเพียง 6 นาทีในการเบิกสกอร์แรกจากลูกฮาล์ฟวอลเลย์ โดยเป็นการเปิดบอลของ ชูเอา กานเซโล ประตูที่สองเกิดขึ้นก่อนหมดครึ่งแรก จากการจ่ายบอลอย่างทะลุช่องอย่างแม่นยำของ บรูโน แฟร์นานด์ส
เขาเกือบจะทำแฮตทริกได้ในครึ่งแรก แต่ถูกกองหลังอุซเบกิสถานสกัดออกจากเส้นประตูไปเสียก่อน ประตูที่เหลือของโปรตุเกสได้จากลูกฟรีคิกของ นูโน เมนเดส, การทำเข้าประตูตัวเองของผู้รักษาประตูอุซเบกิสถาน
การทำประตูในนัดนี้ทำให้โรนัลโดสร้างสถิติที่น่าทึ่งหลายอย่าง เริ่มจากการเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลกถึง 6 สมัย
โรนัลโดยังกลายเป็นผู้ทำประตูที่อายุมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ด้วยวัย 41 ปี 138 วัน รองจาก โรเจอร์ มิลลา ของแคเมอรูน ที่ทำไว้ในวัย 42 ปี
นอกจากนี้ เขายังลงสนามในฟุตบอลโลกเป็นนัดที่ 24 ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจาก ลิโอเนล เมสซี ที่ลงเล่นไป 28 นัด และ โลธาร์ มัทเธอุส ที่ลงสนามไป 25 นัด ซึ่งตัวเลขของ “ซูเปอร์แมน” เป็นสถิติที่รอเขาทำลายในทัวร์นาเมนต์นี้เท่านั้น
CR 7 ยังครองสถิติร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี สำหรับระยะห่างที่ยาวนานที่สุดระหว่างการทำประตูแรกและประตูสุดท้ายในฟุตบอลโลก ที่ 20 ปี 11 วัน
และโรนัลโดยังเป็นนักเตะคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่เป็นทั้งผู้ทำประตูที่อายุน้อยที่สุดและอายุมากที่สุดของทีมชาติในฟุตบอลโลก
ด้าน เวย์น รูนีย์ อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ และเพื่อนร่วมทีมของโรนัลโด ที่แมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวว่าการที่โรนัลโดยังคงตอบสนองต่อเสียงวิจารณ์และอยากจะทำผลงานให้ดีกว่าศูนย์หน้าคนอื่นๆ ในวัย 41 ปี เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นที่หนึ่งเสมอ
ส่วน รอย คีน อดีตกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชื่นชมในความกระหายชัยชนะของโรนัลโด โดยกล่าวว่าแม้เขาจะเป็นมหาเศรษฐีและคว้าแชมป์มาหมดทุกอย่างแล้ว แต่เขาก็ยังคงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำประตู ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมสำหรับนักเตะรุ่นหลัง
ขณะที่ ฟาบิโอ คันนาวาโร หัวหน้าโค้ชทีมชาติอุซเบกิสถาน ยอมรับว่าโรนัลโดยังคงเป็นผู้เล่นที่อันตรายและแข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ หากปล่อยให้เขามีพื้นที่ในกรอบเขตโทษแม้แต่เซนติเมตรเดียว ก็ถือว่าจบสิ้น
โรแบร์โต มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีมโปรตุเกส ยกย่องว่าโรนัลโดเป็น “กัปตันทีมที่สมบูรณ์แบบ” เป็นไอคอนและแบบอย่างที่ดีที่ช่วยดึงสปิริตของทีมกลับมาหลังจากเจอเสียงวิจารณ์ที่ไม่เป็นธรรม
นอกจากการทำสกอร์แล้ว โรเบร์โต มาร์ติเนซ ยังใช้ชื่อเสียงและความอันตรายของโรนัลโดให้เป็นประโยชน์ในการดึงดูดแนวรับของอุซเบกิสถานเพื่อเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม
แผนที่เห็นผลชัดเจนในวันนี้ คือจังหวะในนาทีที่ 17 ซึ่งเป็นจังหวะฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ โรนัลโดยืนเตรียมตัวจะสับไกยิง ทำให้ความสนใจทั้งหมดพุ่งไปที่เขา แต่กลายเป็น นูโน เมนเดส แบ็กซ้ายจากเปแอสเชที่เป็นคนวิ่งเข้ามายิงเรียดเสียบมุมล่างเข้าประตูไป หลังลูกนี้เข้าไป โรนัลโดได้ทำท่าชี้นิ้วที่ขมับเพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่า “เราหลอกพวกนายได้สำเร็จ”
แผนการเล่นลูกฟรีคิกหลอกตา รวมถึงจังหวะเตะมุมเรียดที่นำไปสู่ประตูที่ 4 ของโปรตุเกส และลูกสูตรในครึ่งหลังที่เกือบทำให้โรนัลโดทำ 2 ประตูได้สำเร็จ
ทั้งหมดล้วนเป็นผลงานการวางแผนของ ออสติน แม็คฟี โค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านลูกตั้งเตะของทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงและทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับสโมสรแอสตันวิลลาในพรีเมียร์ลีก
ในฟุตบอลโลก 6 ครั้งที่ผ่านมา มีถึง 4 ครั้งที่โรนัลโดยิงได้เพียง 1 ประตู ยกเว้นแค่เพียงในฟุตบอลโลก 2018 ที่เขายิงไป 4 ประตู โดย 3 จาก 4 ประตูนั้นเป็นแฮตทริกในเกมพบกับสเปน
แต่ในตอนนี้ โรนัลโด เริ่มนับสกอร์ในฟุตบอลโลกอีกครั้งแล้ว และเป็นการนับมากกว่า 1 เสียด้วย ไม่แน่ว่าในฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ หลังการประกาศว่า “กลับมาแล้ว” ของเขา
เราอาจจะได้เห็นแฮตทริกที่ 2 ในฟุตบอลโลกของโรนัลโดก็ได้
ภาพ: Hakan Akgun/Anadolu via Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.nytimes.com/athletic/7376801/2026/06/23/cristiano-ronaldo-portugal-uzbekistan-world-cup/
- https://www.foxsports.com/stories/soccer/why-did-ronaldo-say-im-back-after-portugals-win-so-people-dont-forget
- https://worldsoccertalk.com/world-cup/cristiano-ronaldo-makes-portugal-intentions-crystal-clear-after-2026-world-cup-masterclass-against-uzbekistan/
- https://www.bbc.com/sport/football/articles/clyx746enj9o


