นอร์เวย์เตรียมควบคุมการใช้เครื่องมือ generative AI ในโรงเรียน โดยเฉพาะนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่เกือบจะเป็นการห้ามใช้ ขณะที่กลุ่มเด็กโตกว่าจะถูกจำกัดการใช้งาน เพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็กๆ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่รัฐบาลนอร์เวย์กำลังประสบปัญหาคะแนนสอบของนักเรียนลดลงในวงกว้าง โดยก่อนหน้านี้ในปี 2024 รัฐบาลเคยสั่งห้ามใช้สมาร์ตโฟนในโรงเรียนมาแล้ว พร้อมทั้งให้อำนาจครูในการบังคับใช้ระเบียบวินัยในห้องเรียนได้มากขึ้น
นายกรัฐมนตรีโยนัส การ์สเตอเรอ แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อวันศุกร์ (19 มิถุนายน) ว่า การปล่อยให้เด็กเล็กใช้ AI อาจเพิ่มความเสี่ยงให้พวกเขาข้ามขั้นตอนสำคัญในกระบวนการศึกษา
“สิ่งสำคัญที่สุดในโรงเรียนคือการที่ลูกหลานของเราได้เรียนรู้วิธีการอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์” นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์กล่าว พร้อมเสริมว่า มาตรฐานใหม่นี้จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษาใหม่ที่จะเริ่มในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้
รัฐบาลระบุว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษา (อายุ 6-13 ปี) โดยทั่วไปไม่ควรใช้ AI ในขณะที่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (อายุ 14-16 ปี) สามารถใช้เครื่องมือ AI ได้ แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวังภายใต้การดูแลของครู ส่วนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (อายุ 17-19 ปี) นักเรียนควรเรียนรู้การใช้ AI อย่างเหมาะสม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อและการทำงานในอนาคต
ขณะเดียวกัน รัฐบาลนอร์เวย์เปิดเผยด้วยว่า เตรียมเสนอกฎหมายจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการกลับมาใช้หนังสือเรียนในห้องเรียนมากขึ้น ซึ่งเปลี่ยนแนวทางจากเดิมที่เน้นการใช้แท็บเล็ต
ทั้งนี้ นอร์เวย์เริ่มนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในห้องเรียนตั้งแต่ทศวรรษ 1990 และเริ่มใช้แท็บเล็ตหลังจากการเปิดตัวของ iPad เมื่อปี 2010 ซึ่งส่งผลให้การพึ่งพาหนังสือและการเขียนด้วยลายมือลดลงนับตั้งแต่นั้น
นอกจากมาตรการในโรงเรียนแล้ว เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา รัฐบาลนอร์เวย์ยังประกาศแผนการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก นำโดยออสเตรเลีย ที่พยายามลดเวลาการอยู่กับหน้าจอและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มเยาวชน
ภาพ: Iva Gomez via ShutterStock
อ้างอิง:


