×

รับมือ CBAM กติกาการค้าโลกใหม่ ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องเร่งเครื่องสู่ Green Supply Chain

23.06.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกเกี่ยวกับมาตรการ CBAM พร้อมข้อความ 'นับหนึ่ง CBAM อุตสาหกรรมไทย ต้องรับมืออย่างไร' และโลโก้ SCB Wealth

ในยุคปัจจุบัน การแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้วัดกันที่คุณภาพหรือราคาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ผู้ซื้อยังให้ความสำคัญว่าสินค้าเหล่านั้นมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Carbon Footprint) มากน้อยเพียงใด

 

 
 

วรรณโกมล สุภาชาติ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ระบุว่ามาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) คือการจัดเก็บภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดนสำหรับสินค้าที่นำเข้าไปจำหน่ายในสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งได้เริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องสำแดงปริมาณคาร์บอนที่แฝงอยู่ในสินค้า และต้องซื้อ CBAM Certificate เพื่อชำระค่าธรรมเนียมให้ครอบคลุมกับปริมาณการปล่อยคาร์บอน

 

แม้ทางคณะกรรมาธิการยุโรปจะผ่อนปรนระยะเวลา โดยจะให้เริ่มซื้อขาย CBAM Certificate ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 30 กันยายน 2025 (สำหรับการชำระค่าธรรมเนียมของสินค้าที่ขายในปี 2026) แต่ราคาของ CBAM Certificate ไตรมาสแรกของปี 2026 ก็ได้ถูกประกาศออกมาแล้วที่ 75.36 ยูโรต่อ 1 ตันคาร์บอน และตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ราคาจะไม่ถูกประกาศเป็นรายไตรมาส แต่จะอ้างอิงตามราคาเฉลี่ยในตลาดคาร์บอนของ EU (EU ETS) แบบเรียลไทม์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทย ‘เหล็กและอะลูมิเนียม’ รับแรงกระแทก

 

ปัจจุบันมาตรการ CBAM ครอบคลุม 6 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง ได้แก่ เหล็ก อะลูมิเนียม ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน สำหรับประเทศไทย สินค้าส่งออกที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงคือกลุ่ม “เหล็กและอะลูมิเนียม” ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกไปยัง EU เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนอีก 4 กลุ่มที่เหลือนั้นไทยยังไม่มีปริมาณการส่งออกไปยัง EU อย่างมีนัยสำคัญ

 

วรรณโกมลชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจว่า การผลิตเหล็กและอะลูมิเนียมในไทยมักเป็นอุตสาหกรรมขั้นกลางถึงปลายน้ำที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก (ไม่มีการใช้เหมืองหรือเตาถลุงแร่จากถ่านหิน) ซึ่งโดยรวมอาจจะปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า หรือ “สะอาดกว่า” ประเทศที่ยังพึ่งพาถ่านหิน

 

แต่จุดอ่อนสำคัญของไทยคือ ‘การวัดปริมาณและจัดเก็บข้อมูลคาร์บอน’ หากประเทศไทยไม่มีมาตรฐานการจัดเก็บและรายงานข้อมูลที่เป็นที่ยอมรับของ EU ผู้ประกอบการไทยจะถูกบังคับให้ใช้ ค่ากลาง ที่ EU กำหนด ซึ่งอาจสูงกว่าปริมาณคาร์บอนที่เราปล่อยจริง โดยทาง SCB EIC ประเมินว่า หากผู้ส่งออกต้องใช้ค่ากลางของ EU อุตสาหกรรมเหล็กของไทยจะมีต้นทุนส่วนเพิ่มจาก CBAM ถึง 3-5% และอะลูมิเนียมจะเพิ่มขึ้น 1-2% ซึ่งจะกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันโดยตรง

 

ปรับตัวสู่ Green Supply Chain ภารกิจที่ต้องเดินไปพร้อมกัน

 

แม้จะยังพอมีเวลาเตรียมตัวถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า แต่ทุกภาคส่วนต้องเร่งมือรับมือกับความท้าทายนี้

 

  • ภาคธุรกิจต้องมองทั้งซัพพลายเชน: นอกจากการลดการใช้พลังงานหรือเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดในโรงงานแล้ว ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบด้วย เพราะ EU คำนวณครอบคลุมถึงคาร์บอนของวัตถุดิบนำเข้า (เช่น บิลเล็ตเหล็ก) ดังนั้นการเลือกซัพพลายเออร์ที่สามารถรายงานข้อมูลคาร์บอนที่ได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง
  • ภาครัฐต้องเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน: รัฐบาลจำเป็นต้องสนับสนุนการสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดคาร์บอน รวมถึงสถาบันรับรองคาร์บอนฟุตพรินต์ และที่สำคัญคือการพัฒนากลไกตลาดซื้อขายคาร์บอนในประเทศให้ได้มาตรฐาน เพราะหาก EU ยอมรับระบบของเรา ผู้ประกอบการจะสามารถนำเงินที่จ่ายค่าคาร์บอนในประเทศไป “หักลบ” กับค่าธรรมเนียม CBAM ปลายทางได้
  • ภาคการเงินต้องช่วยขับเคลื่อน SMEs: การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล ซึ่งองค์กรใหญ่อาจมีความพร้อมมากกว่า ในขณะที่ SMEs ที่เป็นฟันเฟืองเล็กๆ ในห่วงโซ่อุปทานอาจรับภาระไม่ไหว สถาบันการเงินจึงควรเข้ามาสนับสนุนผ่านผลิตภัณฑ์ “Green Loan” เพื่อให้การมุ่งสู่ความยั่งยืนสามารถทำได้ตลอดทั้งซัพพลายเชน

 

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของโลกยังคงเดินหน้าต่อไป ในปี 2028 EU มีแผนจะขยายขอบเขตของ CBAM ไปสู่สินค้าปลายน้ำที่มีเหล็กและอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ เช่น โครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป เครื่องจักร ชิ้นส่วนรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

 

นอกจากนี้ ประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ก็กำลังเตรียมนำมาตรการลักษณะเดียวกันมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักร (UK CBAM) ที่เตรียมประกาศใช้ในปีหน้า ออสเตรเลียที่กำลังพิจารณามาตรการ BCA รวมถึงสหรัฐอเมริกาที่มีการผลักดันกฎหมาย PROVE IT Act เพื่อจัดเก็บข้อมูลคาร์บอนจากสินค้าในประเทศและสินค้านำเข้า

 

เมื่อกติกาการค้าโลกเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และต้องเร่งปรับตัวรับมือเพื่อรักษาพื้นที่ในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

 

ภาพ: RaffMaster / Shutterstock

 
  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories