ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา ‘ละครสั้น’ หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า ‘ละครคุณธรรม’ ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหลายแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะบน TikTok ที่ค่ายผู้ผลิตทั้งรายเล็กรายใหญ่ต่างแย่งกันป้อนผลงานสั้นๆ ความยาวไม่กี่นาที แต่สามารถสร้างอารมณ์กระแทกใจ
ประเด็นสำคัญ
ทำให้ผู้ชมจะจดจำตัวละคร และ วลีเด็ดได้อย่างรวดเร็ว เช่น ประโยคฮิตติดปากที่มักปรากฏในฉากปิดว่า ‘ความจริงแล้ว ฉันเป็นประธานบริษัท’ ซึ่งกลายเป็นมุกปิดเรื่องที่ผู้ชมเลียนแบบและแชร์ต่อบนโซเชียลอย่างกว้างขวาง สะท้อนถึงพลังของโครงเรื่องที่เข้มข้นและจังหวะการเล่าเรื่องที่รัดกุมในรูปแบบสั้นๆ
ทว่าการเติบโตของตลาดละครสั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเทศ ไทย เท่านั้น แต่เป็นแนวโน้มที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย, สิงคโปร์, หรือฟิลิปปินส์
สอดคล้องจากตัวเลขและเทรนด์จากแพลตฟอร์มTikTok ที่ยืนยันว่ารูปแบบ Short Drama ความยาว 1–5 นาที กลายเป็นหนึ่งในหมวดความบันเทิงบนมือถือที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก จากเดิมที่เป็นเพียง คอนเทนต์ เฉพาะกลุ่ม กลายมาเป็นสื่อหลักที่ดึงผู้ชมได้จำนวนมหาศาล
เมื่อไม่นานมานี้ ทีมงาน THE STANDARD WEALTH มีโอกาสไปร่วมงาน TikTok Apps Summit 2026 ที่จัดขึ้นในประเทศสิงคโปร์ ภายใต้ ธีม Mini Moments, Max Impact งานนี้รวบรวมผู้บริหารแอปและเกมกว่า 150 รายจาก 6 ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการเติบโตของตลาดละครสั้นและพาเจาะลึกถึงเบื้องหลังต่างๆ
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้เวลาเกือบ 40 นาทีดูละครสั้น
เริ่มงาน Ng Chew Wee หัวหน้าฝ่ายการตลาดธุรกิจระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ TikTok ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ โดยอิงจาก Sensor Tower พบว่า ในปี 2025 ยอดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยมีการดาวน์โหลดรวมทั้งสิ้น 14.9 หมื่นล้านครั้ง และสร้างรายได้จากในแอปรวม 16.7 หมื่นล้านดอลลาร์
ขณะที่ผู้ใช้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้เวลาเฉลี่ยเกือบ 40 นาทีต่อวันในการดูละครสั้น ข้อมูลนี้ชี้ว่าละครสั้นกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักบนมือถือที่สามารถดึงเวลาการใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม แม้มีการดาวน์โหลดแอปจำนวนมาก แต่พฤติกรรมการใช้งานจริงน้อยกว่านั้น โดยเฉลี่ยผู้ใช้มักมีแอปติดตั้งบนมือถือสูงถึง 80 แอป แต่ใช้งานจริงเพียง 10 แอปหรือน้อยกว่า นี่ทำให้การแข่งขันเพื่อช่วงชิงตำแหน่งในหน้าจอผู้ใช้มีความเข้มข้นมากขึ้น ทั้งในแง่การรักษาความสนใจและการสร้างความจงรักภักดีต่อแอปหนึ่งๆ

Ng Chew Wee หัวหน้าฝ่ายการตลาดธุรกิจระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก TikTok
นอกจากนี้ ปัจจัยที่เร่งให้เกิดการพัฒนาแอปและคอนเทนต์ในจำนวนมากคือเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาช่วยลดกำแพงทางเทคนิคและเวลาในการพัฒนา ทำให้ระยะเวลาตั้งแต่ไอเดียจนถึงการเปิดตัวแอปลดลง จากเดิมที่ใช้เวลาเฉลี่ยราว 6 เดือน ลดลงเหลือ 1–3 เดือน ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมาเกิดแอปใหม่มากกว่า 1 ล้านแอป เพิ่มขึ้น 37%
“การมีแอปจำนวนมากขึ้นทำให้ความยากในการดึงดูดความสนใจของผู้ใช้เพิ่มขึ้น จากสถิติสะท้อนว่าเกินครึ่งของแอปถูกถอนการติดตั้งภายใน 30 วันแรก โดยเฉพาะประเภทเกมที่อาจมีอัตราการเลิกใช้งานสูงถึง 80-90% ภายในวันเดียว ซึ่งบ่งชี้ว่าการรักษาผู้ใช้และการออกแบบประสบการณ์ใช้งานที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายกลายเป็นหัวใจสำคัญของแพลตฟอร์ม” หัวหน้าฝ่ายการตลาดธุรกิจระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ TikTok ย้ำ
ไตรมาสแรกปี 2026 ยอดดาวน์โหลด ‘ละครสั้น’ พุ่งขึ้น 140%
ในมิติของตลาดดาวน์โหลด แอปที่เกี่ยวกับ Short Dramas หรือละครสั้น ถูกดาวน์โหลดทั่วโลกถึง 2.26 พันล้านครั้งในปี 2025 และไตรมาสแรกของปี 2026 ยอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นถึง 140% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คิดเป็น 32% ของยอดดาวน์โหลดทั่วโลก เติบโตถึง 220% และชี้ให้เห็นถึงศักยภาพสร้างรายได้จากการขายตอน ตามด้วยการขายไอเทมในมินิเกม หรือการทำธุรกิจโมเดลโฆษณาที่ผสานกับการซื้อขายภายในแอป
เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเกมมือถือยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าตลาดเกมจะขยายเป็นมูลค่าประมาณ 3.5 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 มีการดาวน์โหลดแอปเกมเพิ่มขึ้นมากถึง 55%
ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ละครสั้นและเกมมือถือเป็นสองหมวดที่มีโอกาสเติบโตและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มหาศาล
TikTok ไทยเตรียมปล่อยโมเดลจ่ายเงินชมตอนต่อ-เครื่องมือ AI ช่วยเขียนบทละครสั้น
ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย ‘ธัญวุฒิ วงษ์สุนทร’ General Manager, TikTok for Business ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจของ TikTok ในประเทศทำผ่าน 4 โมเดลหลัก ได้แก่ TikTok Shop ร้านค้าอีคอมเมิร์ซบนแพลตฟอร์ม, Local Service การเชื่อมต่อการจองบริการผ่านพาร์ทเนอร์ เช่น Agoda, Booking.Com ที่ได้ลูกค้าจากคอนเทนต์บน TikTok, Search ช่องทางค้นหาข้อมูลภายในแพลตฟอร์ม และMini Series & Mini Gaming ซีรีส์สั้นและมินิเกม ซึ่งเป็นหมวดที่กำลังถูกนำเสนอเป็นช่องทางสร้างรายได้ใหม่

ธัญวุฒิ วงษ์สุนทร General Manager, TikTok for Business ประเทศไทย
สำหรับทิศทางสำคัญที่ TikTok ประเทศไทยเตรียมเดินหน้าเปิดโซลูชันโฆษณาและฟีเจอร์เชื่อมโยงการค้นหา ชม เล่น และซื้อคอนเทนต์สั้นหรือไอเทมเกมได้โดยไม่ต้องออกจากแอป โดยจะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้ชมที่มีส่วนร่วมสูง และเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์และโปรดักชันเฮาส์สร้างรายได้ตรงจากงานครีเอทีฟ
เบื้องต้นมีแผนดำเนินการ 2 เฟส เฟสแรกจะเป็นการยิงโฆษณานำผู้ชมไปยังแอปภายนอก ขณะที่เฟสสองซึ่งวางแผนเปิดตัวในไตรมาส 3–4 ของปีนี้ จะอนุญาตให้ผู้ชมซื้อชมตอนละครสั้นต่อได้ภายใน TikTok
ส่วนราคาคาดว่าจะไม่เกิน 30 บาทต่อตอน โดยแบ่งรายได้แบบ 50:50 ระหว่าง TikTok กับผู้ผลิตคอนเทนต์ เชื่อว่าโมเดลนี้มีศักยภาพเปลี่ยนผู้ชมจากการบริโภคฟรีสู่การจ่ายเงินเพื่อเสพเนื้อหา
นอกจากโมเดลการซื้อชมแล้ว TikTok ยังเปิดตัวเครื่องมือ AI ชื่อ Symphony ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้โฆษณาและผู้ผลิตคอนเทนต์ โดยให้บริการสร้างสรรค์คอนเทนต์ เช่น การช่วยเขียนบท ตัดต่อวิดีโอ และแม้แต่การเจเนอเรตวิดีโอโฆษณาแบบอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงโฆษณาในไทยกว่า 20% เริ่มทดลองใช้งานเครื่องมือกลุ่ม AI เหล่านี้แล้ว
ธัญวุฒิมองว่าเป้าหมายของ TikTok คือการสร้างช่องทางรายได้ใหม่และเป็นช่องทางจัดจำหน่ายสำหรับโปรดักชันเฮาส์และครีเอเตอร์ไทย เพื่อให้สามารถสร้างรายได้จากผลงานครีเอทีฟโดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มเดิมหรือสปอนเซอร์เพียงอย่างเดียว
คนไทยดาวน์โหลดแอปดู ‘ละครสั้น’ ติดอันดับ 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อมาดูในมุมพฤติกรรมผู้ใช้ TikTok ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ใช้เข้าแอปโดยเฉลี่ย 15 ครั้งต่อวัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ โดยมีช่วงเวลาที่มีการใช้งานหนาแน่นตั้งแต่ 17:00 ถึง 22:00 น.
การที่ผู้ใช้งานใช้ช่วงเวลาสั้นๆ เข้าแพลตฟอร์มหลายครั้งตลอดวัน ทำให้แพลตฟอร์มสามารถดึงผู้ชมให้กลับมาสนใจเนื้อหาซ้ำๆ และเปลี่ยนความสนใจเหล่านั้นเป็นการซื้อหรือการมีส่วนร่วมผ่าน Mini games และ Mini drama ได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับตลาดประเทศไทย ปีที่แล้วคนไทยดาวน์โหลดแอปเพื่อดู Mini Series เป็นอันดับ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ แสดงให้เห็นว่าความต้องการบริโภคละครสั้นในไทยมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพร้อมเป็นตลาดเชิงพาณิชย์
ส่วนใหญ่แล้วกลุ่มผู้ชมหลักคือคนวัย 18–35 ปี ซึ่งคิดเป็นประมาณ 40% ของผู้ใช้ TikTok ในไทยจากฐานผู้ใช้ทั้งหมดราว 53 ล้านคน นั่นหมายถึงการออกแบบคอนเทนต์และโมเดลธุรกิจต้องโฟกัสการดึงความสนใจให้ได้ภายใน 15 วินาทีแรก เพื่อสร้างเส้นทางการเปลี่ยนจากผู้ชมเป็นผู้จ่ายเงินหรือผู้ซื้อสินค้าต่อไป
“สุดท้ายแล้วการเติบโตของละครสั้น สามารถต่อยอดทักษะสู่การทำงานเชิงพาณิชย์ได้ง่ายขึ้นเพราะต้นทุนการผลิตและการจัดจำหน่ายลดลง แต่อีกด้านก็มีความท้าทาย ทั้งการรักษาคุณภาพงานในปริมาณที่เพิ่มขึ้น การจัดการลิขสิทธิ์ เนื้อหาที่มีคุณภาพและต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่กันไปด้วย” ธัญวุฒิ ย้ำ

