หลังจบเกมที่สหรัฐอเมริกาเอาชนะออสเตรเลีย 2-0 พร้อมการันตีผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 รีเบคกา โลว์ พิธีกรของ FOX Sports หันไปถาม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ด้วยคำถามสั้นๆ
“ซลาตัน ขอแค่คำเดียว สหรัฐฯ มีโอกาสเป็นแชมป์โลกไหม?”
และคำตอบของอดีตกองหน้าทีมชาติสวีเดนก็มีเพียงคำเดียวเช่นกัน
“Yes”
สั้นๆ กระชับ และไม่มีเงื่อนไขใดๆ ต่อท้าย
สำหรับแฟนบอลทั่วไป คำตอบนี้อาจฟังดูห่างไกลจากความจริง และรู้สึกขมวดคิ้วตาม เพราะหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์โลก ผลงานที่ดีที่สุดคือการเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อปี 2002
แต่เมื่อมองผลงานตลอด 2 นัดแรกของฟุตบอลโลกครั้งนี้ ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมซลาตันถึงตอบแบบนั้น
ขุนพลพญาอินทรีเปิดฉากด้วยการถล่มปารากวัย 4-1 ก่อนจะเอาชนะออสเตรเลีย 2-0 เก็บ 6 คะแนนเต็ม ซัดไป 6 ลูก และเสียเพียงประตูเดียว ลอยลำเข้ารอบน็อกเอาต์ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยม
ลึกลงไปกว่าผลการแข่งขัน คุณภาพขุมกำลังชุดนี้คือจุดที่ทำให้ทุกคนต้องหันมามองพวกเขาใหม่
จากนักเตะ 26 คนในชุดฟุตบอลโลก มีถึง 18 คนที่ค้าแข้งอยู่ในลีกยุโรป
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของวงการฟุตบอลสหรัฐฯ ได้อย่างชัดเจน จากยุคที่การมีแข้งอเมริกันไปชุบตัวในยุโรปเพียง 2-3 คนเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นนั้นจบลงแล้ว
เพราะวันนี้พวกเขากระจายตัวอยู่กับสโมสรชั้นนำทั่วยุโรป และคุ้นเคยกับการปะทะกับผู้เล่นระดับโลกเป็นประจำ
นอกจากนี้ ซลาตันยังพูดถึงความเด็ดขาดในพื้นที่อันตราย การจบสกอร์ที่เฉียบคม การขับเคลื่อนของแดนกลางที่มีคุณภาพ และแนวรับที่รักษาสกอร์นำได้อย่างมั่นคง ภาพที่เห็นตลอดสองเกมแรก คือทีมที่เล่นด้วยความมั่นใจและมีแบบแผนชัดเจน ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง และเล่นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด
อีกปัจจัยที่ซลาตันมองว่าสำคัญไม่แพ้กันคือแรงสนับสนุนจากแฟนบอล เขาเชื่อว่าการเล่นในบ้านกำลังกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของสหรัฐฯ ท่ามกลางแฟนๆ ที่แห่แหนมาชมกันแน่นสนามทุกนัดที่พวกเขาลงเตะ
ด้าน เธียร์รี อองรี ซึ่งเคยสัมผัสบรรยากาศการคว้าแชมป์โลกในบ้านเกิดกับฝรั่งเศสเมื่อปี 1998 ก็เห็นด้วยกับมุมมองนี้ เขาเชื่อว่าเมื่อคนทั้งประเทศเริ่มปักใจเชื่อว่าทีมมีโอกาสประสบความสำเร็จ บางครั้งสิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้ก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง
สัญญาณความเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุด คือท่าทีของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน
อองรีชี้ให้เห็นว่าหลังจบเกม กุนซือชาวอาร์เจนไตน์เริ่มพูดถึงการ “คว้าแชมป์รายการนี้” อย่างจริงจัง แตกต่างจากช่วงก่อนทัวร์นาเมนต์ที่มักได้ยินเพียงคำว่า “มาดูกันว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน” มันแสดงให้เห็นว่าความคิดของคนในทีมกำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่มั่นใจขึ้น
แน่นอนว่าการผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายยังไม่ได้การันตีความสำเร็จใดๆ หนทางข้างหน้าพวกเขายังต้องชนะอีก 5 เกมรวดในรอบน็อกเอาต์ หากต้องการชูถ้วยแชมป์โลกสมัยแรกในประวัติศาสตร์
จริงอยู่ที่เรื่องนี้มันฟังดูห่างไกล และอาจจะเร็วเกินไปที่จะพูดถึงฉากจบตรงนั้น
แต่หลังจากชนะปารากวัยและออสเตรเลีย พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็ทำให้ตำนานอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เอ่ยคำว่า “Yes” ออกมาได้อย่างเต็มปาก กับโอกาสคว้าแชมป์โลกของสหรัฐอเมริกา
อ้างอิง:


