วานนี้ (19 มิถุนายน) พรรคประชาชนเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ที่ ตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ ถนนพรานนก–พุทธมณฑลสายสี่ นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เพื่อช่วยรณรงค์หาเสียงให้กับ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 10 สังกัดพรรคประชาชน
ณัฐพงษ์ กล่าวปราศรัยระบุว่า พื้นที่ฝั่งธนบุรีเปรียบเสมือนฐานเสียงที่สำคัญของพรรคมาโดยตลอด นับตั้งแต่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2562 ปี 2566 จนถึงปี 2569 ที่พรรคสามารถกวาดเก้าอี้ สส. ได้ครบทุกเขตในพื้นที่ฝั่งธนบุรี รวมถึงชัยชนะในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่พรรคครองพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ครบทั้ง 33 เขต
สำหรับศึกเลือกตั้งท้องถิ่นในครั้งนี้ พรรคมีความตั้งใจที่จะเข้ามาสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง โดยตั้งเป้าหมายชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ให้ได้ครบทุกเขตพื้นที่ เพื่อเข้าไปยกระดับการบริหารและสร้างความโปร่งใสในระบบงบประมาณของกรุงเทพมหานคร
หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและค่าครองชีพของคนกรุงเทพมหานคร โดยเปรียบเทียบกับเกาะฮ่องกงและประเทศสิงคโปร์ที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่มากกว่า แต่มีสัดส่วนค่าครองชีพต่อรายได้ที่ต่ำกว่ากรุงเทพฯ อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งคนกรุงยังต้องเผชิญกับอุปสรรคในการทำมาหากิน ทั้งปัญหาส่วยเทศกิจ สินบนใต้โต๊ะในการออกใบอนุญาตที่ล่าช้า และปัญหาการปล่อยปละละเลยให้ชาวต่างชาติเข้ามาประกอบอาชีพอย่างผิดกฎหมาย
ซึ่งปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องมีตัวแทนภาคประชาชนอย่าง ส.ก. และผู้ว่าฯ ที่มีเจตจำนงทางการเมืองชัดเจนเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบและปฏิรูประบบราชการอย่างจริงจัง การพูดบนเวทีในวันนี้ไม่ได้มีเจตนาโจมตีบุคคลใด แต่เป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อชี้ให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ ควรได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ และหากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศ การเปลี่ยนแปลงในสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานครในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ไม่ควรลังเล
ด้าน ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 10 ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า ตลอดระยะเวลา 51 ปีที่ผ่านมา ปัญหาพื้นฐานของกรุงเทพมหานคร เช่น น้ำท่วม รถติด หรือขยะล้นเมือง ยังคงวนเวียนอยู่ที่เดิม เนื่องจากที่ผ่านมา กทม. มีผู้นำในลักษณะที่เป็นเพียงพ่อบ้าน คอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ แต่ขาดการติดตามและแก้ไขปัญหาที่ต้นตออย่างแท้จริง ตนจึงพร้อมเสนอตัวเข้ามาทำหน้าที่เป็นพ่อเมือง เพื่อยกระดับสิทธิประโยชน์และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้จบลงในรุ่นนี้
ชัยวัฒน์ ได้ยกตัวอย่างแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม อาทิ มาตรการแก้ปัญหาน้ำท่วม ในระยะสั้นจะดำเนินการลอกท่อระบายน้ำเต็มระบบร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกปี และในระยะยาวจะผลักดันระบบแยกท่อน้ำฝนออกจากท่อน้ำเสียอย่างเด็ดขาด ส่วน ปัญหาในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สิทธิบัตรทอง) ที่ประชาชนต้องเสียเวลาในการรอคอยใบส่งตัวข้ามหน่วยบริการ
ตนพร้อมที่จะเข้าไปเป็นเจ้าภาพร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการบริหารจัดการงบประมาณเพื่อดูแลคนกรุงเทพฯ โดยจะไม่มีข้ออ้างเรื่องข้อจำกัดด้านอำนาจหน้าที่ของ กทม. มาเป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือประชาชน และพร้อมทำหน้าที่ประสานงานกับทุกหน่วยงานภาครัฐอย่างสุดความสามารถ
พร้อมทิ้งท้ายว่าจะพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มาจากเสียงของประชาชน จะต้องทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วง ไม่ใช่เพียงแค่อยู่ให้ครบเทอม พร้อมเชิญชวนประชาชนเข้าคูหากาเลือกตนเองหมายเลข 10 และเลือกทีมผู้สมัคร ส.ก. จากพรรคประชาชนในวันที่ 28 มิถุนายนนี้


