×

G7 ผนึกกำลังสกัดอิทธิพลจีน ตั้งเป้าลดสัดส่วนพึ่งพา ‘แร่หายาก’ ต่ำกว่า 60% ภายในปี 2030

18.06.2026
  • LOADING...
ผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ร่วมประชุมหารือ

ผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ประกาศแผนลดการพึ่งพา ‘แร่หายาก’ (Rare Earths) ให้ต่ำกว่า 60% ภายในปี 2030 พร้อมทั้งมีเป้าหมายสูงสุด คือ ลดการพึ่งพาให้ต่ำกว่า 50% ให้เร็วที่สุด โดยจะทำงานร่วมกับสำนักงานพลังงานสากล (International Energy Agency: IEA) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในอนาคต เพื่อต้านอิทธิพลจากจีน

 

 

กลุ่ม G7 วางแผนจัดการแร่หายากอย่างไร

 

วันนี้ (18 มิถุนายน) Reuters และ Bloomberg รายงานว่า ผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ประกาศแผนกระจายความเสี่ยงการจัดการแร่ธาตุสำคัญ หลังบรรลุข้อตกลงร่วมกันว่า จะไม่มีประเทศไหนครองสัดส่วนแร่หายากเกินกว่า 60% ของกลุ่มภายในปี 2030 เพื่อแก้ไขปัญหาความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานและการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ

 

แถลงการณ์ยังระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะบังคับใช้กับแร่หายากและแม่เหล็กถาวร พร้อมตั้งเงื่อนไขว่า ในปี 2030 จะลดสัดส่วนการพึ่งพาให้เหลือไม่เกิน 50% ส่วนระบบการตรวจสอบที่มาจะเริ่มนำร่องจากแร่ธาตุสำคัญ 2 ชนิด คือ ลิเธียมและนิกเกิล

 

“เราจะเริ่มต้นจากแร่ธาตุสำคัญนำร่อง 2 ชนิด ได้แก่ ลิเธียม และ นิกเกิล ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันหรือการสร้างภาระต้นทุนที่มากเกินไป” ผู้นำ G7 ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า จะขยายผลครอบคลุมแร่เพิ่มขึ้นปีละ 5 ชนิด โดยเน้นกลุ่มแร่หายากเป็นหลัก

 

อนึ่ง เจ้าหน้าที่กลุ่มประเทศ G7 รายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า แผนการจัดการแร่ธาตุสำคัญเป็นประเด็นเดียวที่ผู้นำประเทศเห็นพ้องต้องกันอย่างเป็นเอกฉันท์ ท่ามกลางวาระการประชุมที่ถูกนำด้วยประเด็นข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยมองว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องกระจายแหล่งนำเข้าแร่เพื่อลดความเปราะบาง หากเกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

 

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเปิดเผยว่า กลุ่มประเทศ G7 จะร่วมมือกับ OECD และ IEA เพื่อสร้างระบบตรวจสอบที่มาของแร่สำคัญอย่างโปร่งใส วิเคราะห์สถานการณ์ตลาด และส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า หากเกิดสถานการณ์ไม่สู้ดีในตลาด ผ่านแพลตฟอร์มกลางอย่าง G7 Platform for Critical Minerals Cooperation

 

เบื้องต้น ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า กลุ่มผู้นำประเทศ G7 ได้ตกลงกันในกรอบความร่วมมือที่หลากหลาย โดยหวังทำงานใกล้ชิดมากขึ้น และวางแนวทางกระจายทรัพยากร

 

ทำไม G7 ถึงวางแผนจัดการไม่ให้เกิดการผูกขาดแร่หายาก

 

แม้ในแถลงการณ์ไม่ได้ระบุถึงประเทศใดโดยตรง หากแต่ใช้ถ้อยคำกว้างๆ ว่า เป็นการลดการผูกขาด หรือป้องกันการนำแร่หายากมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศต่างชี้ตรงกันว่า ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายสกัดกั้นมาตรการควบคุมการส่งออกของจีน

 

ทั้งนี้ รายงานประจำปี 2025 ของ IEA ระบุว่า จีนควบคุมส่วนแบ่งตลาดในกระบวนการกลั่นแร่ธาตุสำคัญส่วนใหญ่สูงถึงราว 70% ขณะที่แร่ธาตุบางชนิด จีนยังมีอิทธิพลเหนือตลาด เช่น ผลิตโคบอลต์แปรรูป (Processed Cobalt) ถึง 85% และแกลเลียมขั้นปฐมภูมิ (Primary Gallium) สูงถึง 99% ของโลก

 

ข้อได้เปรียบของจีนถูกนำมาใช้ในการเมืองระหว่างประเทศหลายครั้ง เช่น ในต้นปี 2026 จีนสั่งแบนการส่งออกสินค้าที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในเชิงพลเรือนและเชิงทหาร (Dual-Use Items) ไปยังญี่ปุ่น หลังจากเผชิญความขัดแย้งปมไต้หวัน ขณะที่เคยจำกัดการส่งออกแม่เหล็กถาวรในปี 2025 จนส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมโลกในวงกว้าง

 

ขณะที่ เนฮา มูเคอร์จี ผู้จัดการฝ่ายวิจัยจากบริษัทที่ปรึกษา Benchmark Mineral Intelligence วิเคราะห์ว่า การที่จีนควบคุมการผลิตแร่หายากประเภทแปรรูปและแม่เหล็ก 90% ทั่วโลก ทำให้เป้าหมายของ G7 ที่จะลดการพึ่งพาสัดส่วนถึง 60% ภายในปี 2030 เป็นเรื่องท้าทาย

 

ส่วนบทวิเคราะห์ Bloomberg มองว่า เป็นเรื่องยาก เนื่องจากผู้พัฒนาโครงการขุดแร่หายากกำลังชะลอโครงการออกไป เพราะเหตุผลด้านเงินทุนไม่เพียงพอ ข้อจำกัดทางกฎหมาย การต่อต้านจากชุมชน และอุปสรรคทางเทคนิค โดยเจ้าหน้าที่ G7 ให้ความเห็นว่า อาจต้องมีการกำหนดโควตาบังคับอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

 

ภาพ: Christian Hartmann / Reuters

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories