×

เปิด 14 MOU สันติภาพ ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน’ ฉบับทางการ ทรัมป์ลงนามแล้ว เตรียมเปิดโต๊ะเจรจาต่อ 60 วัน

18.06.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบบันทึกความเข้าใจสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

สหรัฐอเมริกาเปิดข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิหร่านฉบับทางการ 14 ข้อ โดยใช้ชื่อเต็มว่า ‘บันทึกความเข้าใจแห่งอิสลามาบัดระหว่างสหรัฐฯ และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน’ (Islamabad Memorandum of Understanding between the United States of America and the Islamic Republic of Iran)

 

 
 

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เรียก MOU ฉบับนี้ว่า ‘สัญญาลูกผู้ชาย’ ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยังทิ้งคำขู่ให้เห็นความไม่แน่นอนของข้อตกลงดังกล่าวว่า หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามสัญญา สหรัฐฯ ก็พร้อมจะทิ้งระเบิดใส่อีกรอบจนกว่าจะทำตาม

 

MOU ดังกล่าวมีเนื้อหาอะไรบ้าง THE STANDARD เปิดเนื้อหาข้อตกลงฉบับเต็มระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

 

รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับ MOU

 

ตามรายงานของ Reuters เอกสารดังกล่าวเป็นบันทึกความเข้าใจ 14 ข้อ โดยใช้ชื่อว่า ‘บันทึกความเข้าใจแห่งอิสลามาบัดระหว่างสหรัฐฯ และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน’ ประกอบด้วยประเด็นใหญ่ 5 เรื่อง ได้แก่ ประเด็นการทหาร, พลังงาน, ความมั่นคง, การขนส่งทางทะเล และนิวเคลียร์

 

ขณะที่ BBC ระบุว่า ผู้นำของทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทรัมป์ลงนามระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำของการประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ณ เมืองเอวียง-เล-แบ็ง ประเทศฝรั่งเศส

 

ส่วนกำหนดการในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นเพียงพิธีการเชิงสัญลักษณ์ และเป็นการเริ่มต้นเปิดโต๊ะเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้าย หรือการเจรจาเชิงเทคนิคที่มีกรอบเวลา 60 วัน เช่น ประเด็นการลดขนาดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

 

ทั้งนี้ เนื้อหาของ MOU ดังกล่าวถูกอ่านออกเสียงโดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในการแถลงด่วนกับผู้สื่อข่าว แต่ก็เกิดกระแสกังขาตามมาว่า บันทึกความเข้าใจจะใช้การได้จริงหรือไม่ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุที่ประเทศฝรั่งเศสว่า ถ้าอิหร่านไม่รักษาสัญญา สหรัฐฯ ก็จะกลับไปทิ้งระเบิดใส่จนกว่าจะยอมทำตาม

 

“คุณก็รู้ อานุภาพของระเบิดมันน่าทึ่งจะตาย” ทรัมป์ระบุ

 

สื่อของสหรัฐฯ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ รายหนึ่งนิยามข้อตกลงนี้ว่า เป็น ‘สัญญาลูกผู้ชาย’ (Gentleman’s Agreement) พร้อมกับตั้งคำถามว่า สัญญาดังกล่าวจะมีความหมายอะไรหรือไม่ หากทำกับเตหะราน

 

MOU 14 ข้ออย่างเป็นทางการมีเนื้อหาอะไรบ้าง

 

  • สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และชาติพันธมิตรของทั้งสองฝ่ายในสงครามปัจจุบัน ตกลงลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับนี้ เพื่อประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน ในทันทีและอย่างถาวร

 

พร้อมให้คำมั่นว่านับจากนี้เป็นต้นไป ทั้งสองฝ่ายจะไม่เป็นผู้เริ่มก่อสงครามหรือปฏิบัติการทางทหารใดๆ ต่อกัน จะละเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลัง และจะให้การรับรองอธิปไตยตลอดจนบูรณภาพแห่งดินแดนของเลบานอน

 

ทั้งนี้ ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะระบุยืนยันถึงการยุติสงครามอย่างถาวรในทุกแนวรบ รวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ ในย่อหน้านี้ด้วย

 

  • สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านให้คำมั่นที่จะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน รวมถึงละเว้นจากการแทรกแซงกิจการภายในระหว่างกัน
  • ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะเจรจาเพื่อให้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในกรอบเวลาไม่เกิน 60 วัน โดยอาจขยายเวลาออกไปได้หากทั้งสองฝ่ายให้ความยินยอมร่วมกัน
  • ทันทีที่ลงนามใน MOU ฉบับนี้ สหรัฐฯ จะเริ่มยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล รวมถึงยุติการรบกวนหรือการสร้างอุปสรรคใดๆ ต่ออิหร่าน โดยจะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลอย่างสมบูรณ์ภายใน 30 วัน

 

ในช่วงเวลาดังกล่าว การสัญจรทางเรือจะค่อยๆ กลับคืนสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดสงคราม ซึ่งทางอิหร่านจะเป็นผู้ดำเนินการฟื้นฟูเส้นทาง

 

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังให้คำมั่นว่าจะถอนทหารออกจากพื้นที่โดยรอบอิหร่านภายใน 30 วัน หลังจากบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายแล้ว (หมายเหตุจากต้นฉบับ: มีการระบุข้อความแทรกว่า “ท่านประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนแล้วว่า สหรัฐฯ จะไม่จ่ายเงินให้อิหร่านโดยตรง”)

 

  • เมื่อลงนามใน MOU ฉบับนี้แล้ว อิหร่านจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่ปลอดภัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 60 วันเท่านั้น

 

สำหรับเส้นทางไป-กลับระหว่างอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน การสัญจรของเรือพาณิชย์จะเริ่มต้นขึ้นทันที โดยอิหร่านจะเป็นผู้ดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิดตลอดจนขจัดอุปสรรคทางเทคนิคและทางทหารต่างๆ เพื่อให้การเดินเรือกลับสู่ภาวะปกติภายใน 30 วัน

 

นอกจากนี้ อิหร่านจะเปิดการเจรจากับรัฐสุลต่านโอมานและประเทศชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียอื่นๆ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการบริหารจัดการและให้บริการทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต ให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิอธิปไตยของประเทศชายฝั่ง

 

  • สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรในภูมิภาค ให้คำมั่นที่จะร่วมกันจัดทำแผนงานที่ชัดเจนและเห็นชอบร่วมกัน โดยจะจัดสรรงบประมาณอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจของอิหร่าน

 

กลไกการดำเนินงานตามแผนนี้จะถูกสรุปเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน โดยสหรัฐฯ จะเป็นผู้อนุมัติใบอนุญาต ข้อยกเว้น และการดำเนินการทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

 

  • สหรัฐฯ ให้คำมั่นที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทุกรูปแบบต่ออิหร่าน ซึ่งรวมถึงมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มติของคณะผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ ทั้งหมด (ทั้งระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ) ตามกำหนดเวลาที่จะตกลงกันไว้ในข้อตกลงขั้นสุดท้าย

 

ทั้งสองฝ่ายตระหนักดีว่าประเด็นการยกเลิกคว่ำบาตรนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด จึงตั้งใจที่จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือทันทีบนโต๊ะเจรจา เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน

 

  • อิหร่านขอยืนยันอีกครั้งว่า จะไม่จัดหาหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหาแนวทางร่วมกันในการจัดการกับวัสดุนิวเคลียร์เสริมสมรรถนะที่เก็บสะสมไว้ ตามกรอบเวลาในข้อ 7 โดยอย่างน้อยที่สุดจะต้องใช้วิธีลดระดับความเข้มข้นของสาร (Down-blending) ในพื้นที่ ภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA

 

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหารือประเด็นการเสริมสมรรถนะแร่และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยจะกำหนดกรอบการทำงานที่น่าพึงพอใจไว้ในข้อตกลงขั้นสุดท้าย ซึ่งจะมีการยืนยันข้อกำหนดตามย่อหน้านี้ด้วย

 

ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นนิวเคลียร์ และพร้อมจะนำประเด็นนี้เข้าสู่การเจรจาทันทีเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน

 

  • ในระหว่างรอข้อตกลงขั้นสุดท้าย ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะคงสถานะเดิม (Status Quo) ไว้ โดยอิหร่านจะระงับโครงการนิวเคลียร์ไว้ที่ระดับปัจจุบัน ส่วนสหรัฐฯ จะไม่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม และจะไม่ส่งกองกำลังทหารเข้ามาในภูมิภาคนี้เพิ่ม
  • สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่า ทันทีที่ลงนามใน MOU ฉบับนี้ และจนกว่าจะมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะออกข้อยกเว้นให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และอนุพันธ์ต่างๆ ได้ รวมถึงอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ธุรกรรมทางธนาคาร การประกันภัย และการขนส่ง
  • สหรัฐฯ ให้คำมั่นที่จะปลดล็อกเงินทุนและสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดหรือจำกัดการเข้าถึงไว้ เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เมื่อมีการปฏิบัติตาม MOU ฉบับนี้แล้ว ทั้งสองฝ่ายจะหารือร่วมกันถึงขั้นตอนการปล่อยเงินทุนดังกล่าว

 

เงินทุนเหล่านี้ไม่ว่าจะอยู่ในบัญชีเดิมหรือถูกโอนย้ายไป จะต้องสามารถนำไปชำระให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ปลายทางรายใดก็ได้ตามที่ธนาคารกลางอิหร่านกำหนด โดยสหรัฐฯ จะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อการนี้

 

  • ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้จัดตั้งกลไกการบริหารจัดการ เพื่อตรวจสอบความสำเร็จในการปฏิบัติตาม MOU ฉบับนี้ ตลอดจนติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงขั้นสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
  • ภายหลังการลงนาม และเมื่อได้เริ่มปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อ 1, 4, 5, 10 และ 11 อย่างต่อเนื่องแล้ว สหรัฐฯ และอิหร่านจะเริ่มเปิดการเจรจาสำหรับข้อตกลงขั้นสุดท้าย โดยจะมุ่งเน้นไปที่การหารือในประเด็นของข้ออื่นๆ ที่เหลืออยู่เท่านั้น
  • ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะต้องได้รับการรับรอง และมีผลผูกพันตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

 

ภาพ: Mr Changezi / ShutterStock

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising