×

‘ฉันทานนท์’ ผงาดปลัดพลังงาน ปิดดีล ‘ณัฐพล’ ข้ามห้วย จับตาเกมชิงเก้าอี้ปลัดอุตสาหกรรม

โดย THE STANDARD TEAM
18.08.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบแสดงโลโก้กระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้งในการแต่งตั้งปลัดกระทรวง

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์นี้ ให้ความชัดเจนอย่างหนึ่งในเกมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เมื่อมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ‘ฉันทานนท์ วรรณเขจร’ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ แทน ‘ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ’ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้

 

แต่หากมองให้ลึกกว่าคำสั่งแต่งตั้ง สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงว่า ‘ฉันทานนท์’ ได้เก้าอี้ปลัดพลังงาน แต่คือการที่ชื่อดังกล่าวเข้ามาแทนที่ ‘ณัฐพล รังสิตพล’ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกจับตาอย่างหนักว่าเป็นตัวเลือกสำคัญที่จะขยับข้ามห้วยจากกระทรวงอุตสาหกรรมมานั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงพลังงาน

 

เพราะดีลเดิมที่ถูกพูดถึงในแวดวงข้าราชการและการเมืองนั้น วางเกมไว้ค่อนข้างชัดแต่เดิมนั้น ‘เอกนัฏ พร้อมพันธุ์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กับ ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมาจากพรรคภูมิใจไทยทั้งคู่ มีการพูดคุยถึงการรับโอน ‘ณัฐพล’ จากกระทรวงอุตสาหกรรมไปนั่งปลัดกระทรวงพลังงาน

 

เหตุผลสำคัญคือ ‘ณัฐพล’ เคยทำงานร่วมกับเอกนัฏในช่วงที่เอกนัฏดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในรัฐบาลเพื่อไทย จึงถูกมองว่า เป็นข้าราชการที่รู้มือและทำงานเข้าขากัน

 

ขณะเดียวกัน ฝั่งอุตสาหกรรมเองก็มีคนรอรับไม้ต่ออยู่แล้ว นั่นคือ ‘ภาสกร ชัยรัตน์’ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเหลืออายุราชการอีกประมาณ 6 ปี และถูกวางให้ขยับขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่

 

หากดีลนี้เดินหน้าได้ ทุกอย่างดูเหมือนจะลงตัว พลังงานได้ปลัดคนใหม่ อุตสาหกรรมได้คนขึ้นมารับไม้ต่อ และ ‘ณัฐพล’ ได้ขยับจากตำแหน่งเดิมไปสู่เก้าอี้ปลัดอีกกระทรวงแต่สิ่งที่ทำให้เกมสะดุดกลับเกิดขึ้นที่ ‘เก้าอี้ปลัดอุตสาหกรรม’ เมื่อโจทย์ไม่ใช่แค่ ‘ใครจะไป’ แต่คือ ‘ใครจะมาแทน’

 

มีกระแสข่าวที่เกิดขึ้นภายในกระทรวงอุตสาหกรรมที่สะท้อนว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘วราวุธ’ กับ ‘ณัฐพล’ ไม่ได้ราบรื่นนัก มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานที่ไม่ลงรอยกัน และเมื่อ ‘ณัฐพล’ กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง เกิดคำถามว่าใครจะเป็นผู้รับไม้ต่อ

 

ฝ่ายวราวุธต้องการ ‘ภาสกร’ ขึ้นเป็นปลัดอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสูตรที่ฝ่ายการเมืองมองว่าสามารถทำงานร่วมกันได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ‘ณัฐพล’ เองก็ต้องการมีส่วนในการวางตัวผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่อ โดยมีการพูดถึงทั้งสูตรคนในและคนนอก ตรงนี้เองที่เกมโยกย้ายเริ่มเปลี่ยนจากการจัดวางตัวบุคคล กลายเป็นเรื่องของ ‘อำนาจต่อรอง’

 

เพราะในมุมของฝ่ายการเมือง การที่รัฐมนตรีต้องการปลัดที่สามารถขับเคลื่อนนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน เป็นเรื่องปกติของการบริหารราชการ แต่ในมุมของฝ่ายข้าราชการประจำ การมีส่วนในการวางตัวคนที่จะมารับไม้ต่อ ก็หมายถึงการรักษาความต่อเนื่องของอำนาจและเครือข่ายภายในกระทรวง

 

เมื่อทั้งสองฝ่ายมองคนละมุม เกมงัดข้อจึงเริ่มขึ้น และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ดีล ‘ณัฐพล’ ขยับสู่เก้าอี้ปลัดกระทรวงพลังงานต้องสะดุด

 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อการแต่งตั้ง ‘ภาสกร’ เป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมไม่สามารถเดินหน้าได้ตามที่วางไว้ เพราะเอกสารเสนอแต่งตั้งซึ่งต้องผ่านการลงนามของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้ถูกนำเสนอเข้าสู่การประชุม เมื่อเอกสารไม่ครบ เลขาธิการ ครม. จึงทักท้วงถึงปัญหาในทางปฏิบัติ ส่งผลให้การแต่งตั้งปลัดอุตสาหกรรมต้องถูกเบรกไว้ก่อน

 

ปัญหาจึงไม่ได้จบอยู่แค่การแต่งตั้ง ‘ภาสกร’ แต่กระทบไปถึงดีลโยก ‘ณัฐพล’ ไปเป็นปลัดพลังงาน เพราะสองตำแหน่งนี้ถูกวางให้เดินไปด้วยกันตั้งแต่ต้น เมื่อคนหนึ่งยังไม่ได้ขึ้น อีกคนก็ไม่สามารถขยับออกได้ง่ายๆ เช่นกัน แต่ไม่ว่าข้อเท็จจริงในรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ผลทางการเมืองที่เกิดขึ้นชัดเจนคือ ดีลเดิมเดินต่อไม่ได้

 

เมื่อดีลเดิมเดินต่อไม่ได้แล้ว ‘ฉันทานนท์ วรรณเขจร’ จึงกลายเป็นคำตอบของสมการใหม่ของฝ่ายการเมือง

 

การประชุม ครม. สัปดาห์นี้ จึงปรากฎคำตอบอย่างชัดเจนใน เมื่อชื่อ ‘ฉันทานนท์ วรรณเขจร’ ได้รับความเห็นชอบให้เป็นปลัดกระทรวงพลังงาน การตัดสินใจดังกล่าวจึงอาจมองได้ว่า เป็นการแยกสมการ ‘พลังงาน’ ออกจาก ‘อุตสาหกรรม’ อย่างชัดเจน

 

แทนที่จะรอให้ปัญหาการวางตัวปลัดอุตสาหกรรมคลี่คลายก่อน ฝ่ายที่มีอำนาจตัดสินใจเลือกเดินหน้าปิดตำแหน่งปลัดพลังงานก่อน ทำให้ ‘ณัฐพล’ ไม่ได้ไปต่อในเก้าอี้ที่เคยถูกจับตา และชื่อ ‘ฉันทานนท์’ เข้ามารับตำแหน่งแทน

 

ขณะที่ ‘ฉันทานนท์’ เองมีประสบการณ์ในสายงานเศรษฐกิจและการบริหาร เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และประธานกรรมการการประปานครหลวง ก่อนมาดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

ชื่อของเขายังถูกพูดถึงในแวดวงการเมืองจากความสัมพันธ์ในอดีตกับ ‘เนวิน ชิดชอบ’ ตั้งแต่ช่วงที่เนวินดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

 

ดังนั้น การเข้ามาของ ‘ฉันทานนท์’ จึงไม่ได้เป็นเพียงการหาคนมาแทนปลัดพลังงานที่เกษียณ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของการจัดวางตัวข้าราชการระดับสูงที่มีสายสัมพันธ์และประสบการณ์ในระบบราชการและการเมืองสีน้ำเงินอย่างชัดเจน

 

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดหลังจากนี้จึงไม่ใช่ตำแหน่งปลัดพลังงานอีกต่อไป แต่คืออนาคตของ ‘ณัฐพล’ และเก้าอี้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะเมื่อ ‘ฉันทานนท์’ เข้าวิน สมการเดิมที่วาง ‘ณัฐพล’ ไปพลังงานก็ถูกปิดลงโดยปริยาย

 

แต่ไม่ได้หมายความว่าเรื่อง ‘ณัฐพล’ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมจะจบลงด้วย ในทางกลับกัน ก็มีคำถามใหญ่เกิดในช่วงเวลาเดียวว่า เจ้าตัวจะยังอยู่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมต่ออีก 1 ปี หรือจะถูกโยกไปดำรงตำแหน่งอื่น โดยมีหลายทางเลือก

 

เช่นการโยกเข้ากรุ ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี หากฝ่ายการเมืองไม่ต้องการให้ ‘ณัฐพล’ อยู่ในตำแหน่งเดิม ขณะที่อีกสูตรคือการขยับไปเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หากมีการปรับเปลี่ยนเก้าอี้ดังกล่าว หลัง ‘ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร’ จะเกษียณอายุราชการในปีนี้

 

หรือแม้แต่การขยับไปเป็นดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แทน ‘ฉันทานนท์’ ก็เป็นอีกทางเลือกที่เป็นไปได้เช่นกัน

 

โจทย์สำคัญคือ ‘ณัฐพล’ ยังมีอายุราชการเหลือถึงปี 2573 จึงทำให้การจัดวางตัวครั้งนี้มีน้ำหนักมากกว่าการหาตำแหน่งรองรับข้าราชการที่ใกล้เกษียณ เพราะไม่ว่าจะอยู่ต่อหรือถูกโยก ย่อมมีผลต่อสมดุลอำนาจภายในกระทรวงอุตสาหกรรม

 

หาก ‘ณัฐพล’ อยู่ต่อ คำถามคือความสัมพันธ์กับฝ่ายการเมืองจะเดินต่ออย่างไร แต่หากถูกโยกออก ก็ต้องจับตาว่าจะถูกส่งไปอยู่ในตำแหน่งใด และการโยกครั้งนี้เป็นเพียงการบริหารกำลังคนตามปกติ หรือเป็นผลต่อเนื่องจากความขัดแย้งในการวางตัวปลัดกระทรวงคนใหม่

 

ขณะเดียวกัน หากมีการเปลี่ยนปลัดอุตสาหกรรมจริง ชื่อ ‘ภาสกร’ ก็ยังอยู่ในสมการ แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ หลังดีลเดิมสะดุด ฝ่ายการเมืองจะยังยืนยันสูตรเดิม หรือจะเปิดทางให้มีการเสนอชื่ออื่นเข้ามาแทน

 

จากเดิมที่เป็น ‘ดีลแลกเก้าอี้’ ระหว่างปลัดพลังงานกับปลัดอุตสาหกรรม จึงค่อยๆ กลายเป็นเกมวัดอำนาจระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายข้าราชการประจำ

 

เมื่อมองภาพรวม เกมนี้จึงไม่ได้มีความหมายเพียงว่าใครจะนั่งปลัดกระทรวงใด แต่สะท้อนถึงคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า ใครจะเป็นผู้กำหนดทิศทางการจัดวางตัวข้าราชการระดับสูง และใครจะเป็นผู้ถือไพ่เหนือเก้าอี้สำคัญของกระทรวงเศรษฐกิจ

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising