×

ทำไม CPN ต้องทุบ ‘เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์’ ทิ้งทั้งหลัง แล้วสร้างใหม่ 100% เป็น ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ด้วยงบ 4,500 ล้านบาท

10.06.2026
  • LOADING...
ภาพอาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์

3 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ โครงการมิกซ์ยูสในย่านรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี มูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 59 ไร่ มีพื้นที่ศูนย์การค้า (GBA) รวม 210,000 ตารางเมตร ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN จะเปิดให้บริการแล้ว

 

 
 

จุดที่น่าสนใจคือการพัฒนาครั้งนี้ไม่ใช่การรีโนเวทศูนย์การค้าเดิมแบบที่เคยเป็นมา แต่ CPN เลือกทุบโครงสร้างของ ‘เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์’ ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2546 แล้วก่อสร้างใหม่ทั้งหมด 100% และใช้เวลาทั้งหมดกว่า 2 ปี โดยพื้นที่ดินส่วนที่เหลือยังเตรียมไว้รองรับการพัฒนาเป็นมิกซ์ยูสในอนาคต รวมถึงโครงการคอนโดมิเนียมที่คาดว่าจะได้เห็นในปี 2570

 

ทำไม CPN เดิมพันนนทบุรีด้วยการทุบของเดิมสร้างใหม่

 

วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ CPN ระบุว่า บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพของนนทบุรีในฐานะพื้นที่วงแหวนรอบนอก (The Gateway & Satellite Cities) โดยปัจจุบันมีศูนย์การค้าเซ็นทรัลในจังหวัดถึง 4 สาขา ได้แก่ เวสต์เกต, เวสต์วิลล์, แจ้งวัฒนะ และล่าสุดคือนอร์ทวิลล์ รองรับประชากรกว่า 1.8 ล้านคน และประชากรแฝงอีกกว่า 6-7 แสนคน ซึ่งวุฒิเกียรติมองว่าโมเดลการมี Retail Infrastructure หลายรูปแบบในรัศมีไม่กี่กิโลเมตรนี้ เทียบได้กับมหานครอย่างลอนดอนและโตเกียว

 

วุฒิเกียรติมองอีกว่าย่านนอร์ทวิลล์มีศักยภาพเป็น Mega Hub ใน 4 มิติ ได้แก่

 

  • จุดเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคม ทั้งรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) อนาคตจะมีสายสีน้ำตาล และมีถนนสายสำคัญ เช่น ติวานนท์ งามวงศ์วาน ทางด่วนศรีรัช ใกล้มอเตอร์เวย์ M81 สายบางใหญ่–กาญจนบุรี มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ ทางแยกต่างระดับบางใหญ่ ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่าง ถนนรัตนาธิเบศร์ กับถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวน รอบนอกฝั่งตะวันตก) ประตูสู่ภาคกลาง-ภาคตะวันตก
  • ที่อยู่อาศัยที่มีโครงการใน Catchment Area กว่า 125 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 90,000 ล้านบาท ซึ่งกว่า 55% เป็นกลุ่ม High-end ถึง Luxury
  • แหล่งการศึกษา สาธารณสุข และราชการ ที่มีโรงเรียนนานาชาติกว่า 136 แห่ง, โรงพยาบาล 18 แห่ง และ หน่วยงานราชการกว่า 15 แห่ง
  • การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างเกาะเกร็ดและทุเรียนนนท์

 

ความน่าสนใจของทำเลนี้ยังไม่หมดแค่นั้น ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด ระบุว่า นนทบุรีมีความหนาแน่นประชากรเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ มูลค่าเศรษฐกิจจังหวัด (GPP) สูงเป็นอันดับ 8 ของประเทศ หรือกว่า 405,296 ล้านบาทต่อปี และรายได้เฉลี่ย 213,992 บาทต่อคนต่อปี

 

เศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยภาคค้าปลีก, การผลิต และสุขภาพ ทั้งยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดนนทบุรีปี 2566-2570 ที่ตั้งเป้ายกระดับสู่การเป็นเมืองน่าอยู่ (Livable City) และต่อยอดสู่ Smart City ในอนาคต

 

CPN มองพื้นที่รัตนาธิเบศร์เป็น ‘Center of the Center’ ของนนทบุรีมาตั้งแต่เปิดเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ในปี 2546 และประสบการณ์ในพื้นที่นี้กว่า 20 ปีเป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัทมั่นใจตัดสินใจทุบสร้างใหม่ครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับให้เทียบเท่าศูนย์การค้าใจกลางเมือง

 

กลยุทธ์ปรับฟอร์แมตศูนย์การค้าตามทำเล เจาะกำลังซื้อระดับ A

 

การทุบสร้างใหม่ครั้งนี้สะท้อนแนวทางของ CPN ที่ใช้รูปแบบศูนย์การค้าต่างกันตามแต่ละทำเล ตั้งแต่ Super Regional Mall อย่างเซ็นทรัล เวสต์เกต ไปจนถึง Big Shopping Mall ที่มีห้างสรรพสินค้า (Department Store) อย่างเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ทำให้การออกแบบแต่ละโครงการตอบสนองกลุ่มลูกค้าได้เหมาะกับทำเลที่ตั้ง

 

สำหรับนอร์ทวิลล์ที่วางตำแหน่งรองรับลูกค้ากำลังซื้อสูงระดับ A จึงเป็นเหตุผลที่เลือก Tops Food Hall ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมเป็นร้านแม่เหล็กหลัก ที่ใช้ดึงลูกค้าให้เข้าศูนย์ฯ พร้อมคัดสรรร้านค้ากว่า 300 แบรนด์ ซึ่ง 80% เป็นแบรนด์ใหม่ที่ไม่เคยมีในสาขารัตนาธิเบศร์เดิม

 

โดยมีกลุ่มกีฬาและสุขภาพอย่าง D-Sports Stadium และ Fitness First เป็นแม่เหล็กดึงคน รวมถึงตรียมที่จอดรถยนต์ไว้กว่า 2,000 คัน และรถจักรยานยนต์อีกกว่า 900 คัน แต่จะไม่มีห้างสรรพสินค้าด้วยเหตุผลด้านพื้นที่

 

CPN ระบุว่านอร์ทวิลล์ถูกอัปเกรดเพื่อแก้จุดอ่อนและสร้างความแตกต่างจากศูนย์การค้าเดิม วางตำแหน่งเป็น Neighborhood Mall ที่ดึงให้คนเข้ามาใช้เวลานานขึ้นและบ่อยขึ้นตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจรดเย็น และตั้งใจดึงลูกค้าทั้งกลุ่มเดิม กลุ่มใหม่ และกลุ่มที่อยู่นอกพื้นที่เป้าหมาย (Catchment Area)

 

นอกจากนี้ CPN ระบุว่าพฤติกรรมการเดินทางของคนเมืองปัจจุบันประเมินจากระยะเวลามากกว่าระยะทาง ประกอบกับมอเตอร์เวย์สาย M81 ที่เชื่อมจังหวัดใกล้เคียงอย่างนครปฐมและกาญจนบุรีได้เร็วขึ้น ทำให้พื้นที่ให้บริการของนอร์ทวิลล์ครอบคลุมทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยความต่างของเวลาเดินทางเพียง 10-20 นาที ช่วยให้นอร์ทวิลล์แบ่งกลุ่มเป้าหมายกับศูนย์การค้าอื่นในพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น

 

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ดันคอนเซปต์ดึงธรรมชาติเข้าศูนย์ฯ

 

แนวคิดของโครงการมาจากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค โดยจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ CPN ระบุว่า ข้อมูล Focus Group ในย่านรัตนาธิเบศร์พบว่าลูกค้ามีกำลังซื้อสูงและมองหา Recreation Space รูปแบบใหม่

 

ขณะที่คนเมืองเผชิญความเครียดสะสม ปัญหาฝุ่น PM2.5 และพื้นที่สีเขียวที่ลดลง สอดคล้องกับรายงาน Global Consumer ของ ICSC x McKinsey ปี 2026 ที่ระบุว่าผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันหันมาให้ความสำคัญกับ Dining, Wellness และประสบการณ์เชิงชุมชนมากขึ้น ด้วยมุมมองว่า ‘Health is a New Wealth’

 

CPN จึงวางให้นอร์ทวิลล์เป็นศูนย์การค้าแบบ Outdoor-Inspired ที่นำธรรมชาติเข้ามาไว้ในอาคารปรับอากาศภายใต้การออกแบบ Biophilic Design เพื่อเป็นพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ของย่าน โดยมีโซน The Clouds สวนป่าในร่มขนาดกว่า 500 ตารางเมตรเป็นไฮไลต์ รวมถึงต้นไม้จริงที่ปลูกตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง

 

นอร์ทวิลล์ยังเป็นพัฒนาการล่าสุดของศูนย์การค้าตระกูล Ville Series ที่ CPN ทยอยปรับโจทย์ตามเทรนด์แต่ละช่วง เริ่มจากเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ที่เป็นต้นแบบ Semi-Outdoor และ Pet-Friendly แห่งแรก ต่อด้วยเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ที่ยกระดับสู่ Low Carbon Mall มาจนถึงนอร์ทวิลล์ที่ชูแนวคิด Future Living Destination ผสานธรรมชาติกับ Well-being และ Longevity

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories